bg-single

ฐากูร บุนปาน | ไอ้ที่ทำกันอยู่ทุกวันนี้มัน “ปฏิลูบปฏิคลำ” ?

24.06.2019

ว่ากันว่า เลยวันจันทร์ที่ 24 มิถุนายน-อดีตวันชาติของไทย-นี้ไป

การจัดสรรตำแหน่งในคณะรัฐมนตรีชุดใหม่น่าจะเรียบร้อยลงตัว

ในด้านหนึ่งก็น่ายินดี เพราะประเทศที่ไม่มีรัฐบาลมาทำงานอย่างเป็นงานเป็นการ มันก็จะแปลกๆ เคว้งๆ อย่างไรอยู่

แต่ในอีกด้านหนึ่ง รัฐบาลที่เข้ามารับตำแหน่งก็ต้องพึงเข้าใจความคาดหวังของประชาชน ทำการบ้านประเมินสถานการณ์ ไม่ว่าเศรษฐกิจ-การเมือง-สังคมมาให้พร้อมสรรพ

และที่สำคัญคือ มีความสามารถที่จะลงมือปฏิบัติให้เกิดประโยชน์ขึ้นจริงด้วย

ได้รัฐบาลดี สังคมก็คงโล่งใจ

แต่ถ้าได้อย่างอื่นก็เหนื่อยกันหมดทุกหน้า

ก่อนจะไปไกลเรื่องความคาดหวังต่อรัฐบาลใหม่

มีข้อสังเกตเล็กๆ ในการเจรจาต่อรองจัดสรรการจัดตั้งคณะรัฐมนตรีหนที่ผ่านมาอยู่เรื่องหนึ่ง

นั่นคือ กระทรวงที่น่าจะมีความสำคัญลำดับต้นๆ ในรัฐบาล อย่างกระทรวงศึกษาธิการ กลายเป็นกระทรวงที่โลกลืม

และเป็นกระทรวงที่นักการเมืองเองก็ทำเหมือนจะลืม

ไม่มีข่าวตบตีแย่งชิงกันเหมือนกระทรวงที่อุดมด้วยผลประโยชน์ทั้งหลาย ไม่ว่าจะพลังงาน พาณิชย์ เกษตรฯ

ทั้งที่เป็นกระทรวงที่งานมีผลต่อความเป็นความตายของประเทศทั้งในปัจจุบันและในอนาคต

ถ้าจะเป็นกระทรวงทีโลกลืมขนาดนี้ มีข้อเสนอว่า “ยุบกระทรวง” ไปเสียเลยเถอะครับ

ไม่ได้ประชดนะครับ

พูดจริงๆ

ถ้าจำไม่ผิด น่าจะเคยขายความคิดเรื่องยุบกระทรวงศึกษาฯ นี่ไปแล้วไม่น้อยกว่าหนึ่งครั้ง

ถามว่ายุบอะไร ยุบให้หายไปหมดทั้งกระทรวงเลยหรือ

คำตอบคือ-ไม่

แต่เป็นการยุบงานธุรการยุ่บยั่บทั้งหลายให้เหลือแต่หน่วยงานที่ตอบสนองการศึกษาจริงๆ

มีที่ไหน “ปฏิรูปการศึกษา” ยุบกรมที่มีองค์ชาย 14 ระดับซีสิบไป แต่ได้ 5 แท่งแล้วเพิ่มข้าราชการระดับซี 11 ไปเป็น 5 คน

กระทรวงเดียวมี 5 อาณาจักร

มันจะทำงานกันยังไง

วันดีคืนดีก็แยกอุดมศึกษาออกไป เหลือให้กระทรวงศึกษาธิการดูแลประถมศึกษา มัธยมศึกษา อาชีวศึกษา และมหาวิทยาลัยชั้นสอง

อันนี้ไม่ได้ดูถูกหรือเยาะเย้ยมหาวิทยาลัยที่ไม่ได้ย้ายข้ามไปกระทรวงอุดมศึกษาฯ นะครับ

แต่เจตจำนงที่รัฐบาลประกาศออกมาตอนแยกกระทรวงนั้นชัดเสียจนไม่รู้ว่าจะชัดอย่างไร

การจัดงบประมาณที่จะให้กับมหาวิทยาลัยชั้นหนึ่ง (ซึ่งอ้างว่าจะให้เป็นหัวหอกในการทำวิจัยทั้งหลาย) ก็ซ้ำสำทับความจริงข้อนี้

แล้วกระทรวงศึกษาฯ จะอยู่ไปทำไม (จริงๆ ก็รวมทั้งกระทรวงอุดมศึกษาฯ นั่นด้วยแหละ)

สลายกองกำลังส่วนกลาง เอาคนที่ไม่ได้ทำงานครูออกไปเป็นครู (เพราะครูขาด แต่ผู้บริหารเหลือ)

เหลือแค่ทำหน้าที่เป็น “เรกูเลเตอร์” หรือผู้คุมกฎ

ตรวจสอบมาตรฐาน ช่วยส่งเสริมส่วนที่ขาดด้วยการอุดหนุนงบประมาณและการติดต่อประสานงานในเรื่องที่พื้นที่ทำไม่ได้

ให้พื้นที่เขาจัดการศึกษากันเองให้เหมาะสม ให้เกิดการแข่งขันด้านคุณภาพเปรียบเทียบระหว่างพื้นที่

อำนาจหายไป

แต่น่าจะได้ประสิทธิภาพกลับมา

ทำไมจะไม่ยุบล่ะ

และถ้ายึดหลักว่ารัฐควรทำเองให้น้อย ส่งเสริมคนอื่นทำให้มากอย่างนี้

กระทรวงอุดมศึกษาฯ ก็ยุบได้ กระทรวงวัฒนธรรมนั้นยิ่งน่ายุบใหญ่

งานดูแลโบราณสถานก็เป็นเรื่องร่วมกันระหว่างกรมศิลปากรกับชาวบ้าน

ฝ่ายหนึ่งกำหนดเกณฑ์ อีกฝ่ายลงมือปฏิบัติ

คิดไปเรื่อยๆ อาจจะยุบกรมกองที่มีอยู่เกือบ 300 แห่งให้เหลือไม่ถึงร้อย

หรือถึงมีเท่าเดิม บทบาทหน้าที่ก็ต้องเปลี่ยนไป

ถึงจะเรียกกันว่า “ปฏิรูป” จริงๆ

ไอ้ที่ทำกันอยู่ทุกวันนี้มัน “ปฏิลูบปฏิคลำ” ทำไปแล้วอำนาจส่วนกลางก็มากขึ้น งบประมาณในมือก็เพิ่มขึ้น

นานไปความหวงแหนอำนาจและผลประโยชน์ก็ครอบงำ

ล้วงอ้อยออกจากปากช้างได้ยากขึ้น

ไหนๆ ก็ไหนๆ

นักการเมืองและผู้มีอำนาจเขาก็ไม่สนใจกระทรวงศึกษาธิการ

ก็เอากระทรวงศึกษาธิการนี่แหละเป็นเป้าของการปฏิรูปจริงๆ ก่อนเลยดีไหม

หรือไอ้คำว่าปฏิรูป-ปฏิรูปที่ท่องติดปากกันไว้

เอาเข้าจริงตัวคนพูดเองก็ไม่ได้เชื่อถือศรัทธา?



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

การเลือกตั้งกลางเทอมอเมริกัน | สุรชาติ บำรุงสุข
ภาวะผู้นำแบบพ่อมด Oz
520 วันบันทึกของคำจากลา ในโลกหลังกำแพง (27)
Songs in the Key of Life : แด่นายดำ นามสกุลเรย์
การปฏิวัติวัฒนธรรมจีน ภาพสะท้อน จากวรรณกรรมร่วมสมัย ‘กี่เพ้า’
เสียงคุณภาพต่ำ กับความชอกช้ำใจสูง
การอ่านหนังสือในวันที่มี AI
มหกรรมหนังสือฯ หลังวิกฤตท่วม ‘คนยังมาวันละแสน’ ณัฐกร วุฒิชัยพรกุล นายกสมาคมผู้จัดพิมพ์ฯ พอใจแต่ห่วงอนาคต
‘ไตรภพ’ เปิดปัญหาสังคมไทย ‘3 ความอ่อนแอ’ ที่เรายังแก้ไม่ตก!
เดิมพันกลาโหม ‘ร้อยเอก’ วัดพลัง ‘พลโท’ แกะรอยสัมพันธ์ ‘บิ๊กดุลย์’ น้องเทพ ตัวจริง ผนึก แผง ตท.26 จับตา รบพิเศษ ส่ง ‘บิ๊กเต้-รองเอิร์ธ’ จ่อ ทบ.1
E-DUANG | “หวอด”การเมืองจาก ภาคใต้ กระดานหก แยกคอนางหงส์
รมช.เกษตร ยัน ประเทศไทยมีความอุดมสมบูรณ์ ไม่จำเป็นต้องกักตุนอาหารตามต่างประเทศ