bg-single

ฐากูร บุนปาน | คุยเรื่องสุขภาพ

28.06.2019

มาตามนัดเป็นประจำทุกปีครับ

งาน “เฮลท์ แคร์” มหกรรมด้านสุขภาพที่ใหญ่ที่สุดในเมืองไทยซึ่งพี่ๆ น้องๆ ในเครือมติชนช่วยกันจัดงานติดต่อกันมาเป็นปีที่ 11

เมื่อ “มติชนสุดสัปดาห์” ฉบับนี้วางตลาด งานที่จัดระหว่าง 27-30 มิถุนายน ก็เริ่มพอดี

ส่วนที่ต้องมา “ขายของ” กันตรงๆ อย่างนี้ก็เพราะ นอกจากปีนี้สถานที่จัดงานจะย้ายมาอยู่ที่ฮอลล์ 5 อิมแพ็ค เมืองทองธานี เป็นครั้งแรกแล้ว

ยังเพราะพี่ๆ น้องๆ เขาตั้งใจจัดงานกันแบบ “จัดเต็ม” จนแทบจาระไนไม่หวาดไหวอีกด้วย

เอาตัวอย่างหลักๆ ไปก่อน ก็เช่น สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ หรือ สปสช. ท่านใจดีจัดวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่มาฉีดให้ฟรีวันละ 2,000 เข็ม

ย้ำว่าฟรีครับ

สำหรับคนที่อยู่ใน 7 กลุ่มเสี่ยง เช่น ท่านที่อายุเกิน 65 ปี หรือทารกอายุ 6 เดือน-2 ปี

ไปจนกระทั่งคุณสุภาพสตรีที่มีครรภ์ 4 เดือนขึ้นไป

ฯลฯ

หรือสำหรับท่านที่ร่างกายแข็งแรงดี ไม่อยู่ใน 7 กลุ่มเสี่ยง แต่ไม่อยากเสี่ยงกับไข้หวัดใหญ่ที่ระบาดหนักในปีนี้

ก็มีหลายโรงพยาบาล อาทิ รามาธิบดีและอื่นๆ จัดวัคซีนแบบเดียวกันมาฉีดให้ในราคาเข็มละ 300 บาท

ถูกกว่าฉีดตามปกติครึ่งหนึ่ง

แล้วยังมีบริการตรวจโรคสารพัด ทั้งฟรีและในราคาย่อมเยาอีกร่วมร้อยรายการ

รวมไปถึงกิจกรรมอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพ ทั้งเพื่อผู้ป่วยและผู้ไม่ต้องการป่วยอีกมากมาย

รายละเอียดเขียนลงตรงนี้ไม่หมดครับ แต่หาอ่านได้จากในหนังสือพิมพ์-เว็บไซต์ของ “มติชน-ข่าวสด-ประชาชาติธุรกิจ” และอื่นๆ ในเครือทั้งหมด

ท่านที่รักสุขภาพทั้งหลายไม่ควรพลาด

อ้อ-เนื่องจากย้ายสถานที่มาจัดงานในเมืองทองธานีครั้งแรก ผู้จัดเขาเกรงว่าอาจจะมีท่านที่เดินทางจากในเมืองมาลำบาก

เขาเลยจัดรถรับส่งฟรีจากสถานีรถไฟฟ้าหมอชิตมาเมืองทองธานีไว้ตลอดวัน

ต้องขอบคุณเชิดชัยบริการไว้ ณ ที่นี้ด้วย

พบกันนะครับ 27-30 มิถุนายนนี้

ขึ้นต้นด้วยเรื่องมหกรรมงานสุขภาพแล้วก็เลยพาดพิงไปถึงข่าวสุขภาพที่เพิ่งเกิดขึ้นเมื่อไม่กี่วันก่อน

เรื่องที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ของบฯ กลางจำนวน 98 ล้านบาทไปใช้ในการอบรมสารเคมีอันตราย 3 ชนิด อันได้แก่ พาราควอต ไกลโฟเซต และคลอร์ไพริฟอส

จนชาวบ้านชาวช่องเขาเป็นงงสงสัยว่า ขณะที่ทั้งโลกเขาพยายามลดการใช้สารเคมี ที่พิสูจน์ชัดๆ ว่าเป็นอันตรายทั้งกับเกษตรกรผู้ใช้และผู้บริโภค

ทำไมราชการไทยถึงยังยืนยันที่จะให้ใช้สารเคมีอันตรายต่อไป

กรมวิชาการเกษตร ท่านชี้แจงว่า ตามขั้นตอนของแผนปฏิบัติการ การ “จำกัด” การใช้สารเคมีพาราควอต ไกลโฟเซต และคลอไพริฟอส ต้องมีการอบรมเกษตรกร ผู้รับจ้างพ่น ร่วมกับการยางแห่งประเทศไทย สำนักงานคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทราย และภาคเอกชน

ซึ่งได้รับการจัดสรรงบประมาณบางส่วนไว้แล้ว แต่จำนวนเงินไม่เพียงพอ จึงต้องเสนอของบฯ กลางเพิ่มขึ้น 98.6537 ล้านบาท

ประกอบด้วย 2 แผนปฏิบัติการ ได้แก่

แผนที่ 1 แผนปฏิบัติการจำกัดการใช้พาราควอต ไกลโฟเซต และคลอไพริฟอส ประกอบด้วย 2 โครงการคือ

โครงการที่ 1 : อบรมการใช้สารเคมีทางการเกษตรให้ถูกต้องปลอดภัย ให้แก่เกษตรกร จำนวน 1.5 ล้านครัวเรือน และผู้รับจ้างพ่น 50,000 คน

และโครงการที่ 2 : โครงการประชาสัมพันธ์ความเสี่ยงจากวัตถุอันตราย เพื่อสร้างการรับรู้ให้แก่เกษตรกร ผู้บริโภคและผู้ประกอบการ

แผนที่ 2 แผนปฏิบัติการขยายพื้นที่การผลิตทางการเกษตรที่ปลอดภัยตามมาตรฐาน คือ โครงการขยายพื้นที่การผลิตทางการเกษตรที่ปลอดภัยตามมาตรฐานการปฏิบัติทางการเกษตรที่ดี (GAP)

หรือเกษตรอินทรีย์ทั้งประเทศ

ฟังคำชี้แจงแล้วก็พอเข้าใจ แต่ไม่หายสงสัยครับ

จะเกษตรอินทรีย์ แต่ยังอบรมให้ใช้สารเคมีปลอดภัย โดยไม่บอกให้ชัดเจนหรือมีเป้าหมายว่าจะเป็นจริงได้เมื่อไหร่

ในอีกด้านก็คือการส่งเสริมให้ใช้สารเคมี

ต่อให้ผู้ผลิตปลอดภัย ผู้บริโภคก็ไม่

คนไทยก็บริโภคสารพิษกันต่อไป

และไอ้ที่โฆษณาสวยหรูว่า ไทยจะเป็นครัวโลก ผลผลิตเกษตรไทยจะขายไปทั่วโลกมากขึ้น

ก็แค่ราคาคุยเท่านั้นละว้า



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

การเลือกตั้งกลางเทอมอเมริกัน | สุรชาติ บำรุงสุข
ภาวะผู้นำแบบพ่อมด Oz
520 วันบันทึกของคำจากลา ในโลกหลังกำแพง (27)
Songs in the Key of Life : แด่นายดำ นามสกุลเรย์
การปฏิวัติวัฒนธรรมจีน ภาพสะท้อน จากวรรณกรรมร่วมสมัย ‘กี่เพ้า’
เสียงคุณภาพต่ำ กับความชอกช้ำใจสูง
การอ่านหนังสือในวันที่มี AI
มหกรรมหนังสือฯ หลังวิกฤตท่วม ‘คนยังมาวันละแสน’ ณัฐกร วุฒิชัยพรกุล นายกสมาคมผู้จัดพิมพ์ฯ พอใจแต่ห่วงอนาคต
‘ไตรภพ’ เปิดปัญหาสังคมไทย ‘3 ความอ่อนแอ’ ที่เรายังแก้ไม่ตก!
เดิมพันกลาโหม ‘ร้อยเอก’ วัดพลัง ‘พลโท’ แกะรอยสัมพันธ์ ‘บิ๊กดุลย์’ น้องเทพ ตัวจริง ผนึก แผง ตท.26 จับตา รบพิเศษ ส่ง ‘บิ๊กเต้-รองเอิร์ธ’ จ่อ ทบ.1
E-DUANG | “หวอด”การเมืองจาก ภาคใต้ กระดานหก แยกคอนางหงส์
รมช.เกษตร ยัน ประเทศไทยมีความอุดมสมบูรณ์ ไม่จำเป็นต้องกักตุนอาหารตามต่างประเทศ