bg-single

ฐากูร บุนปาน | แม้จะมี รบ.ใหม่ ประเทศไทยจะยังคงเป็นคนป่วย”ของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ต่อไป

08.07.2019

ปลายเดือนมิถุนายน เว็บไซต์ไฟแนนเชียลไทม์ส เผยแพร่บทวิเคราะห์ภาวะเศรษฐกิจของไทย

หลายท่านคงผ่านตาไปแล้ว

ที่เขาระบุว่า ประเทศไทยจะยังคงเป็นคนป่วย”ของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ต่อไป

ถึงจะมีรัฐบาลใหม่แล้วก็ตามที

ประเด็นที่เขาชี้ก็คือ การเติบโตของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศหรือจีดีพีในไตรมาสล่าสุดของเราต่ำสุดในรอบ 4 ปี อยู่ที่ร้อยละ 2.8

แล้วยังถูกซ้ำด้วยภาวะเศรษฐกิจโลกฉุดมูลค่าการส่งออกให้หดตัวลง

ดาบสามคือปริมาณอุปโภคบริโภคภาคเอกชนลดลง

สุดท้ายคือสถานะทางการเงินของรัฐบาลไทยก็ยังคงแย่ลงอย่างต่อเนื่อง

แล้วก็ย้อนขยายจีดีพีไทย ขยายตัวอยู่ที่ร้อยละ 3.6 นับตั้งแต่ปี 2014

เติบโตที่ช้ากว่ามิตรประเทศในกลุ่มเศรษฐกิจอาเซียนที่เติบโตในระดับร้อยละ 5-6.2

ยิ่งปีนี้การคาดการณ์จีดีพีไทยโดยองค์กรเศรษฐกิจหลักๆ ยิ่งพาห่อเหี่ยว

ธนาคารโลกลดระดับจากโตร้อยละ 3.8 เหลือร้อยละ 3.5

ขณะที่สภาพัฒน์ก็ลดเป้าลงจากร้อยละ 4 เหลือร้อยละ 3.3-3.8

ปัจจัยหลักมาจากความอ่อนแอของการส่งออก ที่ติดลบร้อยละ 2.5 ในช่วง 6 เดือนที่ผ่านมา (นับถึงเมษายน 2562)

ถึงการบริโภคภาคเอกชนดีขึ้นเล็กน้อยในช่วงหลัง แต่ก็ลดลงเหลือร้อยละ 47 ของจีดีพี

เทียบกับร้อยละ 52 เมื่อ 6 เดือนก่อน

แปลว่าคนใช้จ่ายและลงทุนลดลงอย่างเห็นได้ชัด

ซํ้าด้วยปัญหาความไร้เสถียรภาพทางการเมือง

เขาอ้างผลวิจัยของไทยเองว่า คนไทยถึงร้อยละ 75 มองว่ารัฐบาลจะอยู่ได้ไม่ครบเทอม

ไฟแนนเชียลไทม์สระบุด้วยว่า นโยบายประชานิยมที่มากขึ้นตามการหาเสียง รวมถึงการเร่งโครงสร้างพื้นฐาน แม้จะช่วยยกระดับเศรษฐกิจได้ แต่ก็จะเป็นในช่วงเวลาสั้นๆ

และสร้างแรงกดดันให้กับภาระหนี้สินและงบประมาณ

เพราะที่นั่งของพรรคร่วมที่มีเพียง 254 เสียง โดยพรรคพลังประชารัฐแกนนำรัฐบาลมี 121 เสียง ขณะที่พรรคร่วมอีก 17 พรรคมีเสียงรวมกัน 137 เสียง

เป็นการอยู่ได้ด้วยผลประโยชน์แลกเปลี่ยน

แม้จะมีวุฒิสภาที่ได้รับการสนับสนุนจากกองทัพหนุนหลัง แต่อีกด้านรัฐบาลก็ทำงานได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ

นายกรัฐมนตรีก็เสี่ยงกับการลงคะแนนเสียงไม่ไว้วางใจ

พรรคฝ่ายค้านเพียงรวมเสียงเพิ่มจาก ส.ส.เพียงหยิบมือก็อาจล้มโต๊ะได้

ขณะที่อาจเกิดวิกฤตการเมือง เช่น เกิดการประท้วงบนท้องถนน

หรือการรัฐประหารซ้ำ

บทความแทงใจชิ้นนี้จะเป็นจริงมากน้อยแค่ไหน อีกไม่นานความเป็นจริงคงเป็นเครื่องพิสูจน์

แต่ที่ไฟแนนเชียลไทม์สอาจจะลืมพูดไปอีกอย่างก็คือ

ในขณะที่เศรษฐกิจทรุดโทรมลง ค่าเงินบาทกลับแข็งตัวขึ้นสวนทางอย่างชวนพิศวง

หนึ่งปีที่ผ่านมา เงินบาทแข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐประมาณร้อยละ 10

ขณะที่เงินดองเวียดนามลดค่าลงเมื่อเทียบกับดอลลาร์ร้อยละ 1

ริงกิตมาเลเซียก็ลดลงเมื่อเทียบกับดอลลาร์ร้อยละ 2

แม้แต่เงินหยวนของจีนยังลดค่าลงร้อยละ 3

ประเทศที่ว่ามานี้ ถ้าไม่ใช่คู่แข่งก็เป็นคู่ค้าสำคัญของไทย

ที่สำคัญคือ ทุกประเทศมีอัตราการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจสูงกว่าไทยทั้งสิ้น

ประเทศที่เศรษฐกิจง่อยเดี้ยง ต้องพึ่งพารายได้จากการส่งออกและการท่องเที่ยวเป็นหลัก

ค่าเงินดันผ่าแข็งกว่าคู่แข่งทั้งภูมิภาค

ปัจจุบันและอนาคตจะเป็นอย่างไร

เห็นจะไม่ต้องบอก

จะบอกว่าค่าเงินเป็นเรื่องของแบงก์ชาติ

ก็บังเอิญจำคำที่อาจารย์ป๋วย อึ๊งภากรณ์ ท่านเคยเปรียบไว้ว่า รัฐบาลกับธนาคารกลางนั้นเหมือนสามี-ภรรยา

มีอะไรก็ต้องหันหน้ามาหารือกัน ไม่ให้บ้านแตก

แต่นี่อยู่กันเหมือนผัวไปทาง เมียไปทาง วันๆ ไม่ได้พูดจาปราศรัย

ไม่ได้ไยดีว่าลูกๆ ในบ้านจะอดอยากหิวโหยขนาดไหน (ยกเว้นลูกที่โตจนแยกบ้านไปเป็นเจ้าสัวทั้งหลายแล้ว)

เห็นอาการเจ็บซ้ำซวยซากอย่างนี้แล้ว

สงสัยว่าหมอดูฝรั่งข้างบนมันจะแม่นเสียละกระมัง



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

การเลือกตั้งกลางเทอมอเมริกัน | สุรชาติ บำรุงสุข
ภาวะผู้นำแบบพ่อมด Oz
520 วันบันทึกของคำจากลา ในโลกหลังกำแพง (27)
Songs in the Key of Life : แด่นายดำ นามสกุลเรย์
การปฏิวัติวัฒนธรรมจีน ภาพสะท้อน จากวรรณกรรมร่วมสมัย ‘กี่เพ้า’
เสียงคุณภาพต่ำ กับความชอกช้ำใจสูง
การอ่านหนังสือในวันที่มี AI
มหกรรมหนังสือฯ หลังวิกฤตท่วม ‘คนยังมาวันละแสน’ ณัฐกร วุฒิชัยพรกุล นายกสมาคมผู้จัดพิมพ์ฯ พอใจแต่ห่วงอนาคต
‘ไตรภพ’ เปิดปัญหาสังคมไทย ‘3 ความอ่อนแอ’ ที่เรายังแก้ไม่ตก!
เดิมพันกลาโหม ‘ร้อยเอก’ วัดพลัง ‘พลโท’ แกะรอยสัมพันธ์ ‘บิ๊กดุลย์’ น้องเทพ ตัวจริง ผนึก แผง ตท.26 จับตา รบพิเศษ ส่ง ‘บิ๊กเต้-รองเอิร์ธ’ จ่อ ทบ.1
E-DUANG | “หวอด”การเมืองจาก ภาคใต้ กระดานหก แยกคอนางหงส์
รมช.เกษตร ยัน ประเทศไทยมีความอุดมสมบูรณ์ ไม่จำเป็นต้องกักตุนอาหารตามต่างประเทศ