bg-single

ฐากูร บุนปาน | “งูเห่า” อยากให้บ้านเมืองสงบเรียบร้อย (อยู่ใต้ท็อปบู๊ต) ?

17.12.2019

ถึงจะเลยมาเป็นสัปดาห์

แต่ปัญหาที่เป็นเรื่องของ “หลักการ” หรือการ “คว่ำหลักการ” นั้นไม่มีวันเชย

เพราะปรากฏการณ์ “งูเห่า” ในกรณีฝ่ายค้านยื่นเสนอให้ตั้งกรรมาธิการศึกษาผลการใช้มาตรา 44 เป็นอีกครั้งที่ตอกย้ำว่า

เพื่อการดำรงอยู่ในอำนาจต่อไป (แบบสบายใจตัวเอง คนอื่นจะคิดอย่างไรช่างมัน)

ผู้มีอำนาจพร้อมที่จะใช้อำนาจนั้นอย่างเต็มไม้เต็มมือ

โดยไม่ต้องคำนึงถึงหลักจริยธรรม คุณธรรม หรือหลักกฎหมายใดๆ ทั้งสิ้น

ใครที่มีสติสัมปชัญญะปกติจะเชื่อบ้างว่า

ส.ส.งูเห่านั้นเกิดขึ้นมาด้วยความสุจริตใจ

อยากให้บ้านเมืองสงบเรียบร้อย (อยู่ใต้ท็อปบู๊ต)

อยากจะให้สภาเป็นเวทีในการตกลง-จัดการกับปัญหาต่างๆ (อย่างที่ฝ่ายรัฐบาลท่านออกมาช่วยรับรองให้-ซึ่งยิ่งทำให้ดูแย่ขึ้นไปอีก)

หรือด้วยเหตุผลสวยหรูอื่นๆ

จริงหรือว่าเรื่องแบบนี้ไม่มีผลประโยชน์ (ไม่ว่าในรูปตัวเงินหรืออื่นๆ) มาเกี่ยวข้อง

ในเมื่อฝ่ายรัฐบาลยังหลุดปากออกมาเป็นครั้งคราวตั้งแต่ก่อนหน้านี้ว่า ไม่กังวลเรื่องเสียงปริ่มน้ำในสภา

เพราะว่าเลี้ยงงูเห่าเอาไว้เป็นฝูง

มีการพูดกันทีเล่นทีจริงถึงขนาดว่า เลี้ยงไว้มากพอแล้ว จนกระทั่งต้องปฏิเสธ ส.ส.ฝ่ายค้านที่อยากจะแปลงร่างเป็นงูเห่าในกลุ่มหลังๆ

เพราะ-จ่ายไม่ไหวแล้ว!!

การทำให้ผิดเป็นถูกของฝ่ายผู้มีอำนาจนี้ไม่ได้เกิดขึ้นครั้งแรก

แต่เริ่มมาตั้งแต่การจัดตั้งพรรค ที่รวบรวม ส.ส.เก่าเข้ามา โดยใช้ผลประโยชน์ล่อบ้าง หรือใช้ข้อกฎหมายในเรื่องคดีเข้ามาบีบบ้าง

จากนั้นก็ร่างกติกาเลือกตั้งพิลึกพิลั่น ที่ทำให้เกิดสารพัดปัญหาตามมา

ตั้งแต่การไม่ให้ความสำคัญกับพรรค (350 เขต 350 เบอร์)

ขีดเขตแบบพิสดาร

ไปจนถึงการคำนวณ ส.ส.ด้วยหลักคณิตศาสตร์ที่ไม่มีใครในโลกเขาทำกัน

จนได้ “ส.ส.เศษคน” เข้ามาตามจำนวนที่หวัง

ไปจนถึงการ “อุ้ม” พวกพ้องแบบออกหน้าออกตา ไม่ต้องคำนึงถึงตัวบทกฎหมาย

เข้าสภามาแล้ว ก็ยังมีปรากฏการณ์พิสดารแบบแพ้ไม่ได้ กติกาเขียนไว้อย่าง แต่ทำอีกอย่าง

จนกระทั่งถึงกรณีงูเห่า

ฯลฯ

ถามว่าพฤติกรรมเหล่านี้ช่วยเสริมสร้างหรือช่วยทำลายประชาธิปไตย

แต่ที่เลวร้ายไม่แพ้กันกับการทำผิดให้เป็นถูก

ก็คือการยืนกรานว่า สิ่งที่ทำลงไปนั้นถูกต้อง ดีงาม และเหมาะสมแล้ว

นี่ไม่ผิดอะไรกับการปกปิดอาชญากรรม

ที่เลวร้ายพอกันกับการลงมือกระทำอาชญากรรม

ทำผิดแล้วยังลอยหน้าลอยนวลได้ โดยที่ไม่รู้ว่าในใจเชื่ออย่างนั้นจริงๆ หรือต้องปั้นหน้ากากสร้างฉากเข้าไว้ เพื่อจะหยิบฉวยอำนาจและผลประโยชน์ต่อไปให้ได้นานที่สุด

ซึ่งก็แย่พอกันทั้งคู่

เพราะทำให้มาตรฐานบิดเบี้ยวเท่านั้นไม่พอ

ยังยกย่องให้คุณค่าการกระทำ (ที่ไม่สมควรจะเกิดขึ้น) อย่างนั้นว่าเป็นเรื่องถูกต้องดีงาม

ทำให้เกิดค่านิยมผิดๆ ขึ้นในสังคม

ว่าถ้ามีอำนาจ (และหน้าทนพอ)

ก็ทำอะได้ทั้งนั้น

ทั้งหมดนี้นอกจากเรื่องอำนาจและผลประโยชน์เป็นแกนหลักแล้ว

ยังประกบประกอบเข้ากับจุดยืน”แพ้ไม่ได้ แพ้ไม่เป็น”ของบรรดาผู้มีอำนาจทั้งหลายอีกด้วย

ลงมติแล้วแพ้ แทนที่จะยอมรับความพ่ายแพ้ผิดพลาดอย่างที่มนุษย์ปกติเขาทำกัน

ก็ดัน (ทุรัง) ให้ลงคะแนนใหม่ (ในนามของการนับคะแนนใหม่)

แล้วทำทุกวิถีทางที่จะเอาชนะให้ได้

แม้กระทั่งทำให้”งูเห่า” (ซึ่งควรจะเป็นเรื่องอุบาทว์) กลายเป็นเรื่องปกติขึ้นมาในสังคม

ถามว่างูเห่าสมควรถูกประณามไหม

ถ้าพิสูจน์ได้ว่ามีเรื่องผลประโยชน์เข้ามาเกี่ยวข้องจริงก็ต้องประณาม

แต่ที่ควรถูกประณามไม่น้อยไปกว่ากัน

หรือจริงๆ ต้องมากกว่า

ก็คือคนที่ตั้งฟาร์มงูเห่าขึ้นมา

ทำลายหลักการประชาธิปไตย

ทำลายระบบจริยธรรม-คุณธรรม

แล้วยังมีหน้ามายืนยันว่าการกระทำเช่นนั้นถูกต้องดีงามแล้ว

สังคมไม่เสื่อมไหวหรือ?



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

การเลือกตั้งกลางเทอมอเมริกัน | สุรชาติ บำรุงสุข
ภาวะผู้นำแบบพ่อมด Oz
520 วันบันทึกของคำจากลา ในโลกหลังกำแพง (27)
Songs in the Key of Life : แด่นายดำ นามสกุลเรย์
การปฏิวัติวัฒนธรรมจีน ภาพสะท้อน จากวรรณกรรมร่วมสมัย ‘กี่เพ้า’
เสียงคุณภาพต่ำ กับความชอกช้ำใจสูง
การอ่านหนังสือในวันที่มี AI
มหกรรมหนังสือฯ หลังวิกฤตท่วม ‘คนยังมาวันละแสน’ ณัฐกร วุฒิชัยพรกุล นายกสมาคมผู้จัดพิมพ์ฯ พอใจแต่ห่วงอนาคต
‘ไตรภพ’ เปิดปัญหาสังคมไทย ‘3 ความอ่อนแอ’ ที่เรายังแก้ไม่ตก!
เดิมพันกลาโหม ‘ร้อยเอก’ วัดพลัง ‘พลโท’ แกะรอยสัมพันธ์ ‘บิ๊กดุลย์’ น้องเทพ ตัวจริง ผนึก แผง ตท.26 จับตา รบพิเศษ ส่ง ‘บิ๊กเต้-รองเอิร์ธ’ จ่อ ทบ.1
E-DUANG | “หวอด”การเมืองจาก ภาคใต้ กระดานหก แยกคอนางหงส์
รมช.เกษตร ยัน ประเทศไทยมีความอุดมสมบูรณ์ ไม่จำเป็นต้องกักตุนอาหารตามต่างประเทศ