bg-single

ฐากูร บุนปาน | เมื่อทำแล้วก็ต้องไม่บ่น ไม่โยนผิดโยนบาปให้คนอื่นเวลาไม่ได้ดังใจ

11.02.2020

สิ้นวิกฤตเฉพาะหน้าครั้งนี้อย่างฝุ่นพิษ PM 2.5 และไวรัสอู่ฮั่นไปแล้ว

มีการบ้านทั้งระยะสั้นและระยะยาว ทั้งเก่าและใหม่กองรอรัฐบาลและสังคมไทยอยู่อีกเป็นพะเรอ

เตรียมตั้งรับกันเอาไว้แต่เนิ่นๆ ก็น่าจะดี

กรณีไวรัสอู่ฮั่นนั้นเบาที่สุด และควรยกย่องสรรเสริญในความดีความชอบและความเสียสละของระบบและบุคลากรด้านสาธารณสุขของไทยทั้งหมด

ส่วนที่จะต้องปรับปรุงแก้ไขนอกจาก “ปาก” ของคนในรัฐบาลเองแล้ว

ก็คือการประสานงานร่วมมือระหว่างหน่วยงานต่างๆ

เตรียมการตั้งเดือน แล้วแพ้สหรัฐหรือญี่ปุ่น มหาอำนาจกำปั้นใหญ่-เงินหนานั้นไม่เป็นไร

แต่ทำไมยังอืดอาดล่าช้ากว่าพม่า บังกลาเทศ ศรีลังกา นี่ต้องเป็นเรื่องที่ต้องกลับมาทบทวนตัวเองนะครับ

ที่หนักหนากว่าคือฝุ่นพิษ PM 2.5

ที่ต้องคิดและลงมือปฏิบัติให้เป็นรูปธรรมทันที (ไม่ใช่มีแต่มาตรการที่สั่งเหมือนสั่งน้ำมูก เพราะไม่ได้ปฏิบัติกันจริงจัง) ก็คือทำอย่างไรจะไม่ให้ปัญหาเก่าวนกลับมาเหมือนเดิม

หนึ่งปีจากนี้ไป จัดหาเครื่องไม้เครื่องมือหรือมีวิธีการที่จะชักจูงให้ชาวบ้านชาวนาชาวไร่เลิกเผาตอเผาซังหรือเผาไร่ไหม

ประกาศสั่งปาวๆ ไม่มีทางเลือก ไม่มีตัวช่วย ก็ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง

หนึ่งปีจากนี้ รถยนต์ที่ใช้เครื่องยนต์ดีเซลจะลดลงไปเท่าไหร่ รถยนต์ไฟฟ้าที่พูดกันจนน้ำลายบูด พูดแล้วพูดอีก จะเกิดขึ้นจริงได้อย่างไร

รัฐบาลจะเข้าไปสนับสนุนส่งเสริมตรงไหน

เรื่องเหล่านี้ต้องทำทันทีนะครับ

เพราะกว่าจะสั่ง กว่าจะแปรคำสั่งเป็นการปฏิบัติแบบราชการไทย

เผลอๆ เดี๋ยวก็หมดปีโดยไม่มีอะไรเกิดขึ้น

พ้นปัญหาเฉพาะหน้าก็มาถึงปัญหาดั้งเดิมที่รออยู่อย่างภัยแล้ง

มีข้อเสนอดีๆ เกิดขึ้นมากมายเต็มไปหมด โดยเฉพาะที่สามารถทำได้ในระยะเวลาอันสั้น

เช่น การขุดลอกคูคลอง การระดมขุดแหล่งน้ำประจำตำบลหรือหมู่บ้าน ไปถึงการเติมต้นทุนน้ำใต้ดินให้มากขึ้น เพื่อเอาออกมาใช้ในยามคับขันฉุกเฉิน

ยังไม่ต้องไปพูดถึงโครงการใหญ่เขื่อนยักษ์อะไรหรอกครับ

ไม่ทันการณ์ และไม่ทันกาล

เอาที่ทำได้ทันทีอย่างนี้แหละ เลือกมาสักเรื่อง หรือสองสามเรื่อง แล้วถกข้อทำให้มันจริงจังสักตั้ง

ดูทีหรือว่าปีหน้าชาวบ้านต้องกลับมาทุกข์ทรมานอย่างนี้อีกหรือไม่

ที่ประกาศไว้ใหญ่โตตั้งแต่เมื่อ 5 ปีที่แล้ว ไม่ฟื้นฝอยหาตะเข็บกันก็ได้

ถ้าหนนี้ลงมือทำจริงจนเห็นได้กับตา

เช่นเดียวกันกับการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจถดถอยหรือตกต่ำ ที่คนในรัฐบาลมักจะเรียกกันให้รื่นหู (ตัวเอง) ว่า เศรษฐกิจขยายตัวช้า

ลำพังปัญหาโครงสร้างดั้งเดิม บวกเข้ากับค่าเงินบาทที่แข็งเกินจริงในช่วง 2 ปีที่ผ่านมานี่ก็สาหัสอยู่แล้ว

เจอไวรัสอู่ฮั่นเข้าไป การท่องเที่ยวที่เป็นเครื่องยนต์ขับดันเศรษฐกิจเครื่องสุดท้ายก็ส่อเค้าดับๆ ติดๆ

เตรียมคิดเตรียมทำอะไรรองรับไว้หรือยัง

ไทยเที่ยวไทยให้มากขึ้นจะเป็นจริงอย่างที่หวังไหม

มีตลาดใหม่หรือตลาดเก่าที่ไหนจะมาทดแทนตลาดจีนที่หดหายไปในระยะสั้นได้บ้าง

ระหว่างนี้จะปรับปรุงหรือยกเครื่องโครงสร้างพื้นฐานการท่องเที่ยว ไม่ว่าจะความสะอาด ความปลอดภัย ความสะดวกสบาย และทำให้ผลประโยชน์กระจายลงไปถึงชุมชนลงไปถึงชาวบ้านอย่างไร

ไม่เฉพาะภาคท่องเที่ยวหรอกครับ ภาคเกษตร ภาคอุตสาหกรรม ภาคบริการอื่นๆ ก็ต้องขยับ

หรือรัฐต้องไปช่วยให้เขาขยับให้ได้

ถ้าไม่อยากเดินวนกันอยู่ในบ่อน้ำครำเหมือนที่ผ่านมา

ทั้งหมดนี้ คิดได้ทำได้ ไม่เหลือวิสัยที่จะทำทั้งสิ้น ถ้าอยากทำ

เมื่อทำแล้วก็ต้องไม่บ่น ไม่โยนผิดโยนบาปให้คนอื่นเวลาไม่ได้ดังใจ

เพราะไม่ได้มีใครเอาเกี้ยวเอาคานไปเชิญไปหามเข้ามา

เอ๊ะ-หรือว่าเผลอคิดอย่างนั้นอยู่

และถ้าเหนื่อยนัก จะเปิดหมวกอำลาไป

ก็คงมีคนอนุโมทนาให้



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

การเลือกตั้งกลางเทอมอเมริกัน | สุรชาติ บำรุงสุข
ภาวะผู้นำแบบพ่อมด Oz
520 วันบันทึกของคำจากลา ในโลกหลังกำแพง (27)
Songs in the Key of Life : แด่นายดำ นามสกุลเรย์
การปฏิวัติวัฒนธรรมจีน ภาพสะท้อน จากวรรณกรรมร่วมสมัย ‘กี่เพ้า’
เสียงคุณภาพต่ำ กับความชอกช้ำใจสูง
การอ่านหนังสือในวันที่มี AI
มหกรรมหนังสือฯ หลังวิกฤตท่วม ‘คนยังมาวันละแสน’ ณัฐกร วุฒิชัยพรกุล นายกสมาคมผู้จัดพิมพ์ฯ พอใจแต่ห่วงอนาคต
‘ไตรภพ’ เปิดปัญหาสังคมไทย ‘3 ความอ่อนแอ’ ที่เรายังแก้ไม่ตก!
เดิมพันกลาโหม ‘ร้อยเอก’ วัดพลัง ‘พลโท’ แกะรอยสัมพันธ์ ‘บิ๊กดุลย์’ น้องเทพ ตัวจริง ผนึก แผง ตท.26 จับตา รบพิเศษ ส่ง ‘บิ๊กเต้-รองเอิร์ธ’ จ่อ ทบ.1
E-DUANG | “หวอด”การเมืองจาก ภาคใต้ กระดานหก แยกคอนางหงส์
รมช.เกษตร ยัน ประเทศไทยมีความอุดมสมบูรณ์ ไม่จำเป็นต้องกักตุนอาหารตามต่างประเทศ