bg-single

ฐากูร บุนปาน | อย่าปล่อยให้เรื่องเย็นชืดเงียบหายไปเหมือนอีกหลายๆ ปัญหาในสังคมไทย

17.02.2020

ขอแสดงความเสียใจและความอาลัยต่อผู้เสียชีวิต ผู้ได้รับบาดเจ็บ และครอบครัว จากเหตุการณ์กราดยิงที่จังหวัดนครราชสีมา เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา

โศกนาฏกรรมกลางเมืองที่สร้างความเสียหายอย่างใหญ่หลวงทั้งชีวิต ทรัพย์สิน และโดยเฉพาะอย่างยิ่งคือทางใจ

เป็นเรื่องใหม่ เรื่องที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในสังคมไทย

ฉะนั้น เมื่อความสูญเสียอันยิ่งใหญ่ผ่านไป ก็เหมือนอย่างที่ผู้รู้หรือผู้รับผิดชอบเหตุการณ์หลายท่านออกมาบอกไว้ ว่าจะต้องมีการ “สรุปบทเรียน” จากเรื่องนี้ เพื่อหาทางป้องกันมิให้ความรุนแรงในทำนองเดียวกันนี้เกิดขึ้นซ้ำอีก

หรือหากหลีกเลี่ยงไม่พ้น ก็จะต้องมีวิธีผ่อนปรนบรรเทาให้หนักเป็นเบา

แล้วใครบ้างที่จะต้องสรุปบทเรียนนี้ คำตอบง่ายๆ เบื้องต้นคือทุกฝ่ายและทุกคน

ที่คิดได้เร็วๆ ก็คือ

สำหรับประชาชน การปกป้องชีวิตของตนเองและคนที่รักเป็นเรื่องที่จะต้องมีการแสวงหาความรู้ หรือจะต้องมีหน่วยงานองค์กรช่วยเผยแพร่ความรู้ที่ถูกต้องเกี่ยวกับเรื่องนี้ให้เกิดขึ้นโดยด่วน

ที่เห็นแล้วก็มีจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยจัดอภิปรายในเรื่องดังกล่าว-ขอโมทนา

หวังว่าจะมีสถาบันการศึกษาหรือองค์กรอื่นๆ ร่วมกันจัดกิจกรรมเช่นนี้ขึ้นมาอีกอย่างต่อเนื่อง

จนกว่าจะเป็นสำนึกร่วม เป็นองค์ความรู้พื้นฐานต่อไปในอนาคต

ต่อมาก็องค์กรสื่อ ที่ได้รับการวิพากษ์วิจารณ์ (หรือบางท่านก็ประณาม) ในระดับเฉียดๆ กับผู้ลงมือกระทำการนั้นเลย

หลายข้อความวิจารณ์ที่มีเหตุผลในนั้นควรแก่การน้อมรับ และจะต้องนำมาปรับใช้ เพื่อมิให้เกิด (หรืออาจจะเกิด) ความเสียหายในอนาคต หากมีเหตุการณ์ทำนองเดียวกันหรือคล้ายคลึงกันเกิดขึ้น

แต่หลายประเด็นในนั้น ยังเป็นเรื่องที่มีความเห็นแยกออกเป็นสองฝ่ายหรือหลายฝ่าย สมควรที่จะต้องนำมาถกและถลกกันเสียให้กระจ่าง

ว่าอะไรควรไม่ควร และเส้นแบ่งของความควรไม่ควรนั้นอยู่ตรงไหน

สมาคมวิชาชีพต้องโดดมารับเป็นเจ้าภาพโดยเร็วโดยไว

อย่าให้สังคมตั้งข้อเคลือบแคลงสงสัยมากหรือนานกว่านี้

ไม่เป็นผลดีกับใคร

แม้แต่กับผู้มีหน้าที่เผชิญเหตุการณ์โดยตรงอย่างตำรวจ ซึ่งถือว่าทำได้ดีที่สุดแล้วในกรณีที่ไม่เคยพบเคยเจอมาก่อน

ก็ต้องถอดบทเรียนให้ได้ ว่าต่อไปถ้ามีกรณีเช่นนี้อีก จะลดความสูญเสียอันมีค่าทั้งของประชาชนและเจ้าหน้าที่ผู้ระงับเหตุลงไปอีกได้อย่างไร

แล้วค่อยมาถึงโจทก์ใหญ่ของเรื่องนี้อย่างกองทัพ

ที่มีคำถามพุ่งเป้าเข้าไปใส่เหมือนศรปักอกจำนวนนับไม่ถ้วน

ตั้งแต่ต้นตอสาเหตุจริงๆ ของเรื่อง ว่าใช่ความคับแค้นส่วนตัวอันเนื่องมาจากระบบอำนาจนิยมหรือไม่

ระบบการจัดการกับบุคลากรที่ถืออาวุธ ว่าจะมิให้กลายเป็นบุคคลอันตรายในสังคมได้อีกอย่างไร

ระบบการป้องกันภัยในหน่วยงานที่หละหลวมจะถูกกวดขันแก้ไขอย่างไร

เรื่องความจำเป็นของสถานที่ตั้ง

ปัญหาเฉพาะหน้าอย่างการแสดงความรับผิดชอบต่อความสูญเสีย

ไปถึงเรื่องใหญ่อย่างบทบาทของ กอ.รมน.

และการปฏิรูปกองทัพ

ฯลฯ

ทั้งหมดนี้ และรวมทั้งอื่นๆ ตามที่จะมีผู้คิดได้ ต้องรีบคิดรีบทำกันตั้งแต่เหล็กยังร้อน

อย่าปล่อยให้เรื่องเย็นชืดเงียบหายไปเหมือนอีกหลายๆ ปัญหาในสังคมไทย

และที่สำคัญคือ เมื่อใช้คำว่า “สรุปบทเรียน” แล้ว ย่อมหมายถึงทุกคนทุกฝ่ายในสังคมมีสิทธิและโอกาสที่จะได้รู้ ได้เข้าถึงข้อมูล เข้าถึงปัญหาเท่าเทียมกัน

เพื่อช่วยกันติติง ตบแต่ง ขัดเกลาให้ข้อสรุปนั้นเป็นประโยชน์อย่างกว้างขวางและเป็นจริงยิ่งขึ้น

ไม่ใช่สรุปกันแล้วก็เก็บใส่แฟ้มเป็นโครงกระดูกในตู้

อย่างนั้นไม่รู้จะสรุปกันไปทำไม

ส่วนที่เว้น “รัฐบาล” ท่านไว้อย่างจงใจนั้น

หวังว่าคนส่วนใหญ่จะเข้าใจตรงกัน ว่าอะไรที่พูดไปแล้วท้วงติงแล้วไม่เกิดมรรคเกิดผลอะไรขึ้นมา

เสียเวลา เสียสมองเปล่าๆ

ปล่อยไปเสียบ้างก็ได้

บัวเหล่าสุดท้ายนี่พระพุทธเจ้ายังส่ายหัว

ประสาอะไรกับคนธรรมดาอย่างเราๆ



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

การเลือกตั้งกลางเทอมอเมริกัน | สุรชาติ บำรุงสุข
ภาวะผู้นำแบบพ่อมด Oz
520 วันบันทึกของคำจากลา ในโลกหลังกำแพง (27)
Songs in the Key of Life : แด่นายดำ นามสกุลเรย์
การปฏิวัติวัฒนธรรมจีน ภาพสะท้อน จากวรรณกรรมร่วมสมัย ‘กี่เพ้า’
เสียงคุณภาพต่ำ กับความชอกช้ำใจสูง
การอ่านหนังสือในวันที่มี AI
มหกรรมหนังสือฯ หลังวิกฤตท่วม ‘คนยังมาวันละแสน’ ณัฐกร วุฒิชัยพรกุล นายกสมาคมผู้จัดพิมพ์ฯ พอใจแต่ห่วงอนาคต
‘ไตรภพ’ เปิดปัญหาสังคมไทย ‘3 ความอ่อนแอ’ ที่เรายังแก้ไม่ตก!
เดิมพันกลาโหม ‘ร้อยเอก’ วัดพลัง ‘พลโท’ แกะรอยสัมพันธ์ ‘บิ๊กดุลย์’ น้องเทพ ตัวจริง ผนึก แผง ตท.26 จับตา รบพิเศษ ส่ง ‘บิ๊กเต้-รองเอิร์ธ’ จ่อ ทบ.1
E-DUANG | “หวอด”การเมืองจาก ภาคใต้ กระดานหก แยกคอนางหงส์
รมช.เกษตร ยัน ประเทศไทยมีความอุดมสมบูรณ์ ไม่จำเป็นต้องกักตุนอาหารตามต่างประเทศ