bg-single

ฐากูร บุนปาน | อย่าให้เกิดวิกฤตซ้อนวิกฤต

13.04.2020

เท่าที่สดับตรับฟังมาหนึ่งวันเต็มๆ หลังจากรัฐบาลท่านประกาศมาตรการว่าจะทุ่มเงิน 1.9 ล้านล้านบาท เพื่อสกัดการแพร่กระจายของโรคระบาด และเยียวยาฟื้นฟูเศรษฐกิจ-ปากท้องของประชาชน

ยังไม่เห็น ไม่ได้ยินว่าใครจะคัดค้านคัดง้างอะไร

มีแต่ช่วยกันติติงและเสนอแนะด้วยความหวังดี

เท่าที่รวบรวมได้ก็มีสองสามประเด็นใหญ่

คือเงินที่เตรียมไว้อาจจะไม่พอ

กลัวจะไม่ทั่วถึงจริง-ไม่ทันเวลา

และ

ให้ระวังช่องทางที่จะรั่วไหล

ใน 1.9 ล้านล้านที่รัฐบาลท่านอนุมัติมา

เป็นมาตรการทางการคลัง (คือรัฐบาลจ่ายเอง) 1 ล้านล้านบาท

เป็นมาตรการทางการเงิน (แปลว่าแบงก์ชาติให้ยืมก่อน แล้วเดี๋ยวจะเอาคืนทีหลัง) 900,000 ล้านบาท

ยกเรื่องการเงินเอาไว้ก่อน เอาเฉพาะการคลังที่รัฐบาลท่านจะจ่ายออกมา 1 ล้านล้านบาท

ฟังตัวเลขแล้วดูเหมือนเยอะมาก ทำไมถึงยังกลัวว่าจะไม่พอ

ก็เพราะท่านไปแยกเงินเอาไว้เป็นสองก้อน

ก้อนแรก 600,000 ล้านบาท เป็นเงินเยียวยาคนตกงานและงบประมาณด้านสาธารณสุข

อีก 400,000 ล้านบาท เป็นเงินฟื้นฟูเศรษฐกิจ ที่บอกว่าจะเน้นชุมชนและท้องถิ่น

ว่ากันตรงเงินเยียวยา 600,000 ล้านก่อน

ท่านกำหนดหลักเกณฑ์ว่าจะจ่ายเงินช่วยเหลือคนตกงาน-ว่างงานชั่วคราว ที่ท่านประเมินเอาไว้เองว่าจะอยู่ประมาณ 9 ล้านคน

คนละ 5,000 บาท เป็นเวลา 6 เดือน

ฟังดูก็เหมือนจะดี

แต่ตัวเลขคนที่เดือดร้อนน่าจะมากกว่านั้น

ถามว่าเกษตรกรอีก 11 ล้านคนที่เดือดร้อน (ยิ่งกว่าเดิม) จะได้รับการช่วยเหลือแบบเดียวกันหรือไม่

หรือจะใช้วิธีเหมารวมๆ กันไป เหมือนที่เคยทำอย่างที่ผ่านมา

อย่างนั้นเป็นธรรมไหม?

ถามอีกว่ารัฐบาลมีปัญญาโอบอุ้มคน 20 ล้านหรือ 24 ล้านคนให้ผ่านวิกฤตปากท้องหนนี้ได้ไหม

คำตอบคือสบายมาก

จ่ายให้คนละ 5,000 คน จำนวน 20 ล้านคนก็เดือนละ 100,000 ล้าน จ่ายไป 6 เดือนก็ 600,000 ล้าน

ต่อให้เป็น 24 ล้านคน จ่าย 6 เดือนก็ 720,000 ล้าน

เพราะที่กระทรวงการคลังจะกู้เงินครั้งนี้ ยังอั้นไว้แค่ 1 ล้านล้าน

ห่างจากร้อยละ 10 หรือ 12 ของจีดีพีที่สามารถทำได้คือ 1.6 ไปถึง 1.9 ล้านล้านบาทตั้งเยอะ

ถ้าคิดมาตรการอะไรไม่ออก

ถ้ากลัวว่าเงินจะไปช้า

แจกตรงๆ ลงไปที่ชาวบ้านเลยครับ

เร็วดีและไม่รั่วไหล

มาถึง 400,000 ล้าน ในนามของการฟื้นฟูเศรษฐกิจ

ถามจริงๆ เถอะว่า ใช้เงินน้อยกว่านี้ แต่ใช้ปัญญามากกว่านี้

หรือดีที่สุดคือไม่ใช้เลยได้หรือไม่

คำตอบคือได้ ถ้าอยาก (และกล้า) ทำ

เพราะทรัพยากรในมือของรัฐสำคัญที่สุดนั้นมีอยู่สองอย่าง

หนึ่งคือเงิน อีกหนึ่งคืออำนาจ

ถ้าจะกระตุ้นเศรษฐกิจ แทนที่จะใช้เงินก็ใช้ “มาตรการ” ช่วยเหลือหรือส่งเสริมให้ชาวบ้าน ให้ธุรกิจเอกชนเขาอยู่ได้ เขาไปทำกันเอง (ซึ่งเก่งกว่ารัฐลงไปชี้นำแน่ๆ) ดีไหม

เช่น นาทีนี้อยากให้อุตสาหกรรมไหนแจ้งเกิด เช่น อุตสาหกรรมยา อุตสาหกรรมหน้ากาก หรืออะไรก็ตามที่เกี่ยวข้องกับการสู้โควิด-19 (ที่คาดว่าจะอยู่กับโลกนี้อีกเป็นครึ่งปีหรือเต็มปี)

ประกาศส่งเสริมเลยครับ ลดภาษีให้เลยครับ

มีอำนาจแล้วใช้อำนาจให้เป็นครับ

แต่ถ้าใช้วิธีโยน 400,000 ล้านลงไปให้พรรคหน้ากากเสือ พรรคนักช้อป พรรคเรือพ่วง หรือหน่วยงานเสือหิวจัดการ

400,000 ล้านคือไอติมแท่งใหญ่ ผลัดกันเลียไป พอถึงชาวบ้านก็เหลือแต่เศษติดก้านไม้

อย่าให้เกิดสภาพที่ว่านั้นขึ้นมาเลย

เดี๋ยวจะยิ่งวิกฤตซ้อนวิกฤตกันเข้าไปใหญ่

ในส่วน 900,000 ล้านของแบงก์ชาตินั้น

ถ้าจะพูดกันจริง ยาวได้อีกตอนหนึ่งเลย

เอาแค่สั้นๆ ก็คือ อะไรที่คนอยู่บนหอคอยงาช้างไม่เคยทำ ก็อย่าไปทำเลย

โยนไปให้คนที่เขาถนัดกว่าเก่งกว่าทำเถิด

ถ้ากลัวเงินโยนไปจะหาย ยังมีวิธีควบคุมได้เยอะแยะ

อ้อ-แล้วพึงระวังให้ดี ว่าเวลาที่มาตรการช่วย “ขาใหญ่” ออกมาเร็วกว่า จะแจ้งกว่า มีประสิทธิผลกว่าการช่วย “คนตัวเล็กตัวน้อย” ทั้งหลาย

มันก็เป็นวิกฤตได้อีกอย่างเหมือนกัน



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

การเลือกตั้งกลางเทอมอเมริกัน | สุรชาติ บำรุงสุข
ภาวะผู้นำแบบพ่อมด Oz
520 วันบันทึกของคำจากลา ในโลกหลังกำแพง (27)
Songs in the Key of Life : แด่นายดำ นามสกุลเรย์
การปฏิวัติวัฒนธรรมจีน ภาพสะท้อน จากวรรณกรรมร่วมสมัย ‘กี่เพ้า’
เสียงคุณภาพต่ำ กับความชอกช้ำใจสูง
การอ่านหนังสือในวันที่มี AI
มหกรรมหนังสือฯ หลังวิกฤตท่วม ‘คนยังมาวันละแสน’ ณัฐกร วุฒิชัยพรกุล นายกสมาคมผู้จัดพิมพ์ฯ พอใจแต่ห่วงอนาคต
‘ไตรภพ’ เปิดปัญหาสังคมไทย ‘3 ความอ่อนแอ’ ที่เรายังแก้ไม่ตก!
เดิมพันกลาโหม ‘ร้อยเอก’ วัดพลัง ‘พลโท’ แกะรอยสัมพันธ์ ‘บิ๊กดุลย์’ น้องเทพ ตัวจริง ผนึก แผง ตท.26 จับตา รบพิเศษ ส่ง ‘บิ๊กเต้-รองเอิร์ธ’ จ่อ ทบ.1
E-DUANG | “หวอด”การเมืองจาก ภาคใต้ กระดานหก แยกคอนางหงส์
รมช.เกษตร ยัน ประเทศไทยมีความอุดมสมบูรณ์ ไม่จำเป็นต้องกักตุนอาหารตามต่างประเทศ