bg-single

รัฐบาลที่มีรากเหง้ามาจากการรัฐประหาร กับตรรกะพิสดารเผาบ้านไล่หนู | ฐากูร บุนปาน

22.06.2020

มาอีกแล้วครับ ตรรกะพิสดารประเภทเผาบ้านไล่หนู

คำขู่ล่าสุดของนายกรัฐมนตรีที่บอกว่าจะงัดมาตรการเคอร์ฟิวออกมาใช้อีก

เพียงเพราะไม่พอใจที่เห็นกลุ่มเด็กแว้นวัยรุ่นออกมาก่อความเดือดร้อนรำคาญให้ชาวบ้าน

นี่สะท้อนความ “ง่อย” ในการจัดการ ในการบริหาร

สะท้อนความอ่อนด้อยในการแปรนโยบายไปสู่การปฏิบัติ

อันเป็นหัวใจของรัฐบาลที่มีประสิทธิภาพ

เด็กแว้นก่อความเดือดร้อนรำคาญจริง

แต่วิธีจัดการปัญหาด้วยการเหวี่ยงแห ด้วยมาตรการที่ส่งผลกระทบถึงคนวงกว้างทั่วไปทั้งหมด

เผลอๆ ตัวนโยบายหรือมาตรการจะสร้างความเสียหาย ความเดือดร้อนรำคาญเสียยิ่งกว่าพฤติกรรมของเด็กแว้นไม่กี่คน ไม่กี่กลุ่ม

เป็นรัฐหรือรัฐบาลที่มีสติหน่อย

เกิดแว้นขึ้นที่ไหน ก็ไล่เบี้ยเอากับตำรวจหรือฝ่ายปกครองในพื้นที่นั้นไป

ถ้าตำรวจหรือฝ่ายปกครองไม่รู้ที่มาที่ไปของแว้น ไม่รู้ว่าเป็นลูกเต้าเหล่าใคร ไม่รู้ว่ามีพฤติกรรมอะไรมากน้อยกว่านี้

ที่ต้องทำคือปลดหรือย้ายตำรวจ-ฝ่ายปกครองนั้นออกจากราชการ หรือเข้าประจำไปเสียให้หมด

ฐานที่ไม่รู้จักพื้นที่ ไม่รู้จักชุมชน-ประชาชนที่ต้องดูแล

ดูทีหรือว่า ถ้าปลด ถ้าย้ายเจ้าหน้าที่แบบยกยวงสักสองสามพื้นที่

ที่เหลือจะขยับเขยื้อนเคลื่อนไหวไหม

จะปล่อยให้แว้นออกมาก่อความเดือดร้อนรำคาญอีกหรือไม่

แต่นี่พอมีข่าวแว้นปุ๊บ

ควันก็ออกหูปั๊บ

ประกาศเปรี้ยงปร้างได้ทันที

ว่าจะต้องเอา “ยาแรง” กลับมาใช้

อาการแบบนี้บอกว่าต้องมีโรคอะไรในตัวอย่างน้อยสองอย่าง

อย่างแรกคือโรคเสพติดอำนาจ เพราะขาดความอดทน ลงมือทำงานอย่างอื่นที่ละเอียดอ่อนกว่าไม่ได้และไม่เป็น

เอะอะอะไรมาก็เหวี่ยงแห ครอบจักรวาลเอาไว้ก่อน

ผลกระทบที่ตามมา คนไม่รู้อีโหน่อีเหน่อีกเท่าไหร่จะบาดเจ็บล้มตายเพราะนโยบายนี้

ไม่รู้และไม่สนใจ

ส่วนอีกโรคหนึ่งคือโรคกลัว

กลัวคนดูถูกว่าไม่มีฝีมือ กลัวคนจะเห็นเป็นตัวตลก ไม่ยอมเคารพนับถือ

อะไรเกิดขึ้นก็เลยต้อง “จัดหนัก” เอาไว้ก่อน

ได้ผลไม่ได้ผลก็ไม่รู้ล่ะ

แต่ปลอบใจตัวเองได้ว่ายังมีอำนาจอยู่ในมือนะเฟ้ย

ใครอย่ามาล้อเล่นไป

ซึ่งก็ได้ผลระดับหนึ่ง

ก็ใครอยากจะไปล้อเล่นกับเด็ก 2-3 ขวบที่ถือปืนจริงออกมาควง

ไม่เชื่อลองทำโพล (ที่น่าเชื่อ) สอบถามดูก็ได้

ว่าชาวบ้านคิดยังไง

แต่จะเพราะความเคยตัว ความกลัว ความไม่เป็นงาน หรืออะไรก็ดี

รัฐบาลที่มีรากเหง้ามาจากการรัฐประหาร ไม่ว่าจะก่อนหรือหลังการเลือกตั้งก็ดูจะนิยมให้อำนาจพิเศษชนิด “ครอบจักรวาล” อย่างนี้มาตลอด

สมัยเกลียดกลัวทักษิณ (และมรดกตกทอดของทักษิณ)

ก็จุดไฟเผาเมือง ล้มล้างประชาธิปไตย

จนกลายเป็นแผลเป็น เป็นลิ่มที่ตอกให้สังคมไทยแตกเป็นเสี่ยงมาจนทุกวันนี้

และยังไม่มีท่าทีว่าจะกลับมาประสานรอยร้าว หรือปรองดองอะไรอย่างที่ต้องการได้

พอกลัวโควิด-19 ก็กลัวเสียหัวหด และใช้อำนาจสั่งให้คนทั้งหมดหดหัวกลับเข้าไปอยู่ในกระดองด้วย

ชนะโรคได้ แต่จะอดตายกันทั้งประเทศ

หรือจะต้องทุกข์ยากต่อไปอีกหลายปี

ก็เพราะ “ความไม่พอดี” ความที่ถนัดแต่ใช้ “ยาแรง” เพราะทำอย่างอื่นไม่เป็น

ไอ้เรื่องเด็กแว้นกับเคอร์ฟิวนี่มันแค่ยอดภูเขาน้ำแข็ง ที่โผล่มาประจาน “ความไม่เป็นมวย”

ก็เท่านั้นแหละ


พิเศษ! สมัครสมาชิกนิตยสารมติชนสุดสัปดาห์, ศิลปวัฒนธรรม และเทคโนโลยีชาวบ้าน ลดราคาทันที 40% ตั้งแต่วันนี้ – 30 มิ.ย. 63 เท่านั้น! คลิกดูรายละเอียดที่นี่



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

การเลือกตั้งกลางเทอมอเมริกัน | สุรชาติ บำรุงสุข
ภาวะผู้นำแบบพ่อมด Oz
520 วันบันทึกของคำจากลา ในโลกหลังกำแพง (27)
Songs in the Key of Life : แด่นายดำ นามสกุลเรย์
การปฏิวัติวัฒนธรรมจีน ภาพสะท้อน จากวรรณกรรมร่วมสมัย ‘กี่เพ้า’
เสียงคุณภาพต่ำ กับความชอกช้ำใจสูง
การอ่านหนังสือในวันที่มี AI
มหกรรมหนังสือฯ หลังวิกฤตท่วม ‘คนยังมาวันละแสน’ ณัฐกร วุฒิชัยพรกุล นายกสมาคมผู้จัดพิมพ์ฯ พอใจแต่ห่วงอนาคต
‘ไตรภพ’ เปิดปัญหาสังคมไทย ‘3 ความอ่อนแอ’ ที่เรายังแก้ไม่ตก!
เดิมพันกลาโหม ‘ร้อยเอก’ วัดพลัง ‘พลโท’ แกะรอยสัมพันธ์ ‘บิ๊กดุลย์’ น้องเทพ ตัวจริง ผนึก แผง ตท.26 จับตา รบพิเศษ ส่ง ‘บิ๊กเต้-รองเอิร์ธ’ จ่อ ทบ.1
E-DUANG | “หวอด”การเมืองจาก ภาคใต้ กระดานหก แยกคอนางหงส์
รมช.เกษตร ยัน ประเทศไทยมีความอุดมสมบูรณ์ ไม่จำเป็นต้องกักตุนอาหารตามต่างประเทศ