bg-single

ฐากูร บุนปาน : “อำนาจ” เสพแล้วทั้งเพลิดเพลินเจริญใจ ติดเข้าไปแล้วก็โงหัวไม่ขึ้น ถอนตัวไม่ได้

06.07.2020

ถ้าจะมีอะไรที่ทำให้คนเราเมาหรือบ้าได้ยิ่งกว่าสุราหรือยาเสพติด

ก็คงจะเป็น “อำนาจ” นี่แหละ

ถ้าเป็นยาเสพติดก็ออกฤทธิ์รุนแรงเสียยิ่งกว่าสารเสพติดชนิดไหนๆ

เสพเข้าไปแล้วทั้งเพลิดเพลินเจริญใจ

ติดเข้าไปแล้วก็โงหัวไม่ขึ้น ถอนตัวไม่ได้

ตัวอย่างมีให้เห็นมากมาย ทั้งในสังคมโลก

และสังคมบ้านเรา

อาการของผู้เสพติดอำนาจที่เห็นได้ชัดเจน

ก็คือหูอื้อ ตาลาย

ไม่ได้ยินคำเตือนแสลงหู

ตาขวางเมื่อมีคนขัดใจ

และใช้อำนาจนั้นอย่างสะเปะสะปะ เลอะๆ เทอะๆ

ส่วนใหญ่ไม่ค่อยเป็นคุณเท่าไหร่ ไม่ว่าจะต่อผู้อื่นหรือต่อตนเอง

ไม่เชื่อก็ลองดูตัวอย่างล่าสุด

ไอ้ที่ออกประกาศให้เปิดผับ-บาร์ได้ แต่ไม่ให้ไปต่อร้านข้าวต้ม

มันคืออะไร?

ถ้ากลัวนักเที่ยวจะติดโควิด ก็ปิดผับ-บาร์ต่อไปดีกว่า

มันจะมาติดอะไรกันช่วงนั่งร้านข้าวต้ม

หรือถามว่ามีปัญญาไปตรวจสอบได้หมดไหม ว่าคนที่มานั่งร้านข้าวต้มนั่น

ออกมาจากผับ-บาร์ เพื่อมาต่อให้เต็มคราบ

หรือเขาออกมาจากบ้าน มาหาของกินยามดึก

หรือว่าเขาเพิ่งเลิกงาน จะหาอะไรกินรองท้องก่อนกลับบ้าน

เป็นคำสั่งที่สะท้อนสติปัญญาของคนออกคำสั่งได้ชัดเจน

พอๆ กับที่สั่งให้เปิดอาบอบนวดได้ แต่ห้ามไม่ให้ขายบริการทางเพศ

คำสั่งแบบนี้ ถ้าไม่ใช่โกหกตัวเอง

ก็คือเห็นคนอื่นปัญญาอ่อนไปหมด

ความบ้าหรือเมาอำนาจของท่านผู้มีอำนาจนั้น

นอกจากจะสะท้อนออกมาทางคำสั่ง ประกาศ หรือนโยบายอะไรที่ “เพี้ยนๆ” แล้ว

ยังสังเกตได้จากเรื่องที่ลงมือกระทำหรือไม่กระทำอีกด้วย

มัวแต่ไปทำเรื่องเพี้ยนๆ (เพราะคิดว่าแสดงถึงความมีอำนาจได้ชัดเจนดี)

เลยไม่ได้ลงมือทำเรื่องที่เป็นแก่นเป็นแกน เป็นสาระ

ยกตัวอย่างสักเรื่องสองเรื่อง ที่เป็นทั้งปัญหาเฉพาะหน้าและจะลากไปเป็นปัญหาระยะยาวของสังคมไทยในวันนี้ก็ได้

นี่ล่วงเข้ามาถึงช่วงเวลา “วันฝีแตก” กันแล้วนะครับ

– เศรษฐกิจจะหดตัวอย่างรุนแรงที่สุดในประวัติศาสตร์

– คนจะตกงานมากที่สุดตั้งแต่เคยพบเคยเห็นกันมา

แถมยังมีปัญหาเครื่องเคียงที่มาซ้ำเติมอย่าง

– ค่าเงินบาทแข็งผิดปกติ กระทืบซ้ำการส่งออกและการท่องเที่ยว

ถามว่าได้ลงมือแก้ไขอะไรในเรื่องที่เป็น “วิกฤต” ของสังคมอย่างนี้บ้างหรือยัง

หรือมัวแต่ใช้เวลาไปทำเรื่องเพี้ยนๆ เรื่องคิดว่าเป็นการประกาศศักดา

เรื่องที่คิดว่าได้แสดงสติปัญญา

(ถ้ายังพอมีเหลืออยู่)

เอาตัวอย่างที่ย่อยลงมาอีกก็ได้

กรณีกระทรวงศึกษาธิการตัดสินใจเลิกจ้างพนักงานขององค์การค้า สกสค. (คุรุสภาเดิม) ไปร่วมพันคน

จริงอยู่ว่า โครงสร้างบริหารขององค์การค้าฯ ล้าหลัง ทำอะไรก็แข่งขันสู้กับเอกชนไม่ได้

ฝีไม่แตกหรือไม่เจ๊งวันนี้ (เหมือนการบินไทย) ก็ต้องเจ๊ง (มากกว่าเดิม) ในอีกไม่กี่วันข้างหน้า

แต่เวลานี้ไม่ใช่เวลามาแค่นั่งวิเคราะห์ปัญหา แล้วก็บอกว่ากรรมใครกรรมมัน

ไปเผชิญชะตากรรมกันเอาเอง

อย่างนั้นไม่ต้องมีรัฐบาลก็ได้

และอย่างนั้นก็ให้เตรียมใจกันเอาไว้ล่วงหน้าได้เลยว่า

จะมีอีกสารพัดองค์กรทยอยกันเลิกกิจการ หรือปลดพนักงานเป็นจำนวนมหาศาล

และคนตกงานเหล่านั้นจะเคว้งคว้าง

เพราะไม่มีใครยื่นมือเข้ามาโอบอุ้มประคับประคอง

โดยเฉพาะรัฐ-รัฐบาล ผู้มีหน้าที่รับผิดชอบเรื่องนี้โดยตรง

คําถามง่ายๆ ก็มีอยู่ว่า ถ้าองค์กรห่วยต้องปล่อยให้ล้มไป

แล้วองค์กรปกครองที่มีอำนาจมากที่สุดในประเทศนี้ “ห่วยแตก” แบบเดียวหรือยิ่งกว่า

ทำไมถึงจะปรับ ถึงจะเปลี่ยน

หรือถึงจะปล่อยให้ล้มไปบ้างไม่ได้



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

การเลือกตั้งกลางเทอมอเมริกัน | สุรชาติ บำรุงสุข
ภาวะผู้นำแบบพ่อมด Oz
520 วันบันทึกของคำจากลา ในโลกหลังกำแพง (27)
Songs in the Key of Life : แด่นายดำ นามสกุลเรย์
การปฏิวัติวัฒนธรรมจีน ภาพสะท้อน จากวรรณกรรมร่วมสมัย ‘กี่เพ้า’
เสียงคุณภาพต่ำ กับความชอกช้ำใจสูง
การอ่านหนังสือในวันที่มี AI
มหกรรมหนังสือฯ หลังวิกฤตท่วม ‘คนยังมาวันละแสน’ ณัฐกร วุฒิชัยพรกุล นายกสมาคมผู้จัดพิมพ์ฯ พอใจแต่ห่วงอนาคต
‘ไตรภพ’ เปิดปัญหาสังคมไทย ‘3 ความอ่อนแอ’ ที่เรายังแก้ไม่ตก!
เดิมพันกลาโหม ‘ร้อยเอก’ วัดพลัง ‘พลโท’ แกะรอยสัมพันธ์ ‘บิ๊กดุลย์’ น้องเทพ ตัวจริง ผนึก แผง ตท.26 จับตา รบพิเศษ ส่ง ‘บิ๊กเต้-รองเอิร์ธ’ จ่อ ทบ.1
E-DUANG | “หวอด”การเมืองจาก ภาคใต้ กระดานหก แยกคอนางหงส์
รมช.เกษตร ยัน ประเทศไทยมีความอุดมสมบูรณ์ ไม่จำเป็นต้องกักตุนอาหารตามต่างประเทศ