bg-single

ฐากูร บุนปาน | เวลากระชั้นเข้ามาทุกที หากสถานการณ์พลาดพลั้งก็ล่มจมกันทั้งประเทศ

14.09.2020

ขออนุญาตยกมือสนับสนุนข้อเสนอล่าสุดของ ดร.สันติธาร เสถียรไทย

ว่าด้วย “หนึ่งกระบอกเสียง สองปรอท” ครับ

หนึ่งกระบอกเสียงของ ดร.เขาก็คือ รัฐควรจะมีผู้ออกมาสื่อสารเรื่องเศรษฐกิจกับชาวบ้านให้ถี่ขึ้น และรู้เรื่องขึ้นกว่านี้

ก็ถ้ารู้อยู่ว่าศึกเศรษฐกิจวันนี้หนักหนาไม่น้อยกว่าโรคระบาด

ท่านให้ฝ่ายหมอออกมาแถลงเรื่องไข้เศรษฐกิจได้ทุกวัน

แต่ไม่มีฝ่ายเศรษฐกิจออกมาพูดเรื่องไข้ปากท้องบ้าง

มันเหมือนจะคนพิการที่ยืนเอียงไปข้างเดียว ทรงตัวอยู่ไม่ได้

ส่วนสองปรอทที่ท่านเสนอไว้นั้น

ก็คือให้มีปรอทวัดไข้เศรษฐกิจที่ถี่ขึ้น ให้คนได้รับรู้ข้อเท็จจริงได้ทันท่วงทีขึ้น

และให้เป็นปรอทคู่ คือวัดทั้งโรคระบาดและโรคเศรษฐกิจไปพร้อมๆ กัน

ทั้งหมดนี้สรุปง่ายๆ คือให้บริหารบ้านเมืองด้วยข้อมูลข้อเท็จจริงนั่นแล

รัฐบาลจะทำหรือรับฟังข้อเสนอที่ว่านี้หรือเปล่าไม่รู้

รู้แต่ว่า ถ้ามีข้อมูลที่ทันสมัย มีการสื่อสารที่ทำความเข้าใจกับคนทั่วไปได้ดีแล้ว

คงจะไม่มีข้อเสนอด้วยความหวังดีแบบนี้ออกมา

และเมื่อมีคนอุตส่าห์เสนอตัวหยิบยื่นความปรารถนาเช่นนี้มาให้

ไม่ยื่นมือรับก็แปลกอยู่

หรือรัฐบาลนี้ท่านเห็นความแปลกประหลาดเป็นเรื่องปกติ

นั่นก็ต้องว่ากันอีกเรื่อง

ก่อนจะไปถึงเรื่องสองปรอท ขอแตะที่ประเด็นหนึ่งกระบอกเสียงก่อน

ในภาวะวิกฤตอย่างนี้ การสื่อสารที่ถูกต้องและทันท่วงที เป็นหนึ่งในภาระที่จำเป็นอย่างยิ่ง

และดูเหมือนจะไม่มีใครในรัฐบาลอยากจะออกมารับหน้า หรือมีความสามารถในการสื่อสารแบบที่ว่านี้นัก

ตั้งแต่ “หัวหน้าทีมเศรษฐกิจ” ที่ควบตำแหน่งนายกรัฐมนตรีนั่นเลย

เพิ่งจะพอเห็นวี่แววก็จากรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการพลังงานคนใหม่ “สุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์” ที่เพิ่งให้สัมภาษณ์ถึงภาพรวมของปัญหาและการแก้ไขปัญหากับ “มติชนรายวัน” ไปเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา

คือนอกจากจะมีเชาว์ตามนามสกุลของท่านเองแล้ว

ยังมีสติและปัญญาที่สามารถเรียบเรียงให้เห็นภาพกว้างของปัญหา

รวมไปถึงขอบเขตและแนวทางมาตรการที่ดำเนินการไปแล้ว และกำลังจะลงมือทำ

ให้ภาพเหมือนการต่อจิ๊กซอว์ ไล่จากกรอบเข้าไปถึงภาพข้างใน

ทำได้ ทำไม่ได้ หรือจะทำได้แค่ไหนเป็นอีกเรื่อง

แต่แค่สื่อสารให้คนเข้าใจได้ง่าย เข้าใจตรงกัน

แค่นี้ก็เป็นคุณูปการแล้ว

สำหรับรัฐบาลที่สื่อสารอะไรกับชาวบ้านไม่ค่อยรู้เรื่อง

และในจำนวนเรื่องที่สื่อออกมาว่า รัฐบาลจะดำเนินการอะไรบ้าง

นอกจากประเด็นหลักอย่างการประคับประคองการจ้างงาน และการกระตุ้นให้เกิดการบริโภคแล้ว

ที่รองนายกรัฐมนตรีออกปากว่าเป็นกังวลที่สุดก็คือ การปรับโครงสร้างหนี้ของภาคเอกชน

ซึ่งถ้าตัวเลขของ ดร.ศุภวุฒิ สายเชื้อ ก็จะอยู่ที่ประมาณ 12 ล้านล้านบาท

แต่ถ้าเป็นตัวเลขล่าสุดของธนาคารแห่งประเทศไทยก็อยู่ที่ 7.2 ล้านล้านบาท

แต่จะกี่ล้านก็ตามที นี่คือกองหนี้ก้อนใหญ่ที่สุดที่ระบบสถาบันการเงินไทยเคยเผชิญหน้า

และจะต้องหาทางจัดการคลี่คลายให้ได้ภายในต้นไตรมาสที่ 4 ของปีนี้

ก่อนกองหนี้ธรรมดา จะกลายเป็นหนี้เสีย

ธุรกิจก็ไปไม่ได้

ลูกจ้างนับล้านก็ตกงาน

และธนาคารจะมีเอ็นพีแอลหรือหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้จำนวนมหาศาล

ถึงขนาดล้มกิจการได้

เอาแค่เรื่องนี้เรื่องเดียว

จะหาใครมาสื่อสารแบบตรงๆ ง่ายๆ กับประชาชน กับคนประกอบธุรกิจ กับคนมีหนี้

ให้เข้าใจตรงกัน ให้เห็นที่มาปัญหาร่วมกัน ให้เห็นภาพกว้างในการแก้ปัญหา ให้เห็นแนวทางแก้ปัญหา

มีไหม

ในเวลาที่ไล่กระชั้นเข้ามาทุกที ในสถานการณ์ที่พลาดพลั้งก็ล่มจมกันทั้งประเทศ

มีไหมผู้กล้า มีไหมผู้รู้ มีไหมผู้ลงมือทำจริง

มีไหมในรัฐบาลนี้?



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

การเลือกตั้งกลางเทอมอเมริกัน | สุรชาติ บำรุงสุข
ภาวะผู้นำแบบพ่อมด Oz
520 วันบันทึกของคำจากลา ในโลกหลังกำแพง (27)
Songs in the Key of Life : แด่นายดำ นามสกุลเรย์
การปฏิวัติวัฒนธรรมจีน ภาพสะท้อน จากวรรณกรรมร่วมสมัย ‘กี่เพ้า’
เสียงคุณภาพต่ำ กับความชอกช้ำใจสูง
การอ่านหนังสือในวันที่มี AI
มหกรรมหนังสือฯ หลังวิกฤตท่วม ‘คนยังมาวันละแสน’ ณัฐกร วุฒิชัยพรกุล นายกสมาคมผู้จัดพิมพ์ฯ พอใจแต่ห่วงอนาคต
‘ไตรภพ’ เปิดปัญหาสังคมไทย ‘3 ความอ่อนแอ’ ที่เรายังแก้ไม่ตก!
เดิมพันกลาโหม ‘ร้อยเอก’ วัดพลัง ‘พลโท’ แกะรอยสัมพันธ์ ‘บิ๊กดุลย์’ น้องเทพ ตัวจริง ผนึก แผง ตท.26 จับตา รบพิเศษ ส่ง ‘บิ๊กเต้-รองเอิร์ธ’ จ่อ ทบ.1
E-DUANG | “หวอด”การเมืองจาก ภาคใต้ กระดานหก แยกคอนางหงส์
รมช.เกษตร ยัน ประเทศไทยมีความอุดมสมบูรณ์ ไม่จำเป็นต้องกักตุนอาหารตามต่างประเทศ