bg-single

อัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจ ของประเทศเพื่อนบ้าน : ฐากูร บุนปาน

19.06.2017

ตามคณะตัวแทนรัฐบาลและเอกชนไทยที่ไปเข้าเยี่ยมพบ ฯพณฯ ทองลุน สีสุลิด นายกรัฐมนตรี และหารือด้านเศรษฐกิจกับคู่เจรจาฝ่ายลาว เมื่อสองสัปดาห์ก่อน

นครเวียงจันทน์กำลังไล่ตามกรุงพนมเปญ ของกัมพูชา มาติดๆ

ในแง่ของปริมาณการลงทุนจากจีน

ด้านหนึ่ง อาจจะเป็นสัญลักษณ์ของการพัฒนาทางเศรษฐกิจและธุรกิจ

แต่อีกด้านหนึ่งของเหรียญ ในแง่สังคมและจิตวิทยา

การมีแต่ “ต้าเกอ-พี่ใหญ่” เป็นหลักอยู่แต่เพียงผู้เดียวนั้นชวนให้อุ่นใจมากน้อยแค่ไหน

ยังต้องการ “มิตร” ที่ใกล้ชิดขนาดรั้วติดกันยาวเป็นร้อยเป็นพันกิโลเมตร ยืนเรียงเคียงไหล่ ทั้งในช่วงเวลาของความเจริญรุ่งเรืองและในยามเดือดเนื้อร้อนใจบ้างหรือเปล่า

และกลับกัน เพื่อนบ้านของประเทศเหล่านั้นคิดอะไรอยู่

ยังหลงกับดักชาตินิยมยุค “สงครามเย็น” ที่อยากจะให้ใครต่อใครมายืนอยู่ “ใต้ร่มธงไทย” อีกหรือไม่

หรือเริ่มเข้าใจสภาพความเป็นจริงของโลกและภูมิภาคขึ้นมาบ้างแล้ว

เป็นที่รับรู้กันอยู่ว่า หลายปีที่ผ่านมา (ไม่เจาะจงว่ากี่ปีละครับ เดี๋ยวจะถูกข้อหาว่าอคติเข้าข้างฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง 555) อัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจของไทย แทบจะต่ำที่สุดในภูมิภาคอาเซียน

อธิบายอย่างปลอบใจตัวเองก็ต้องบอกว่า เป็นเพราะฐานทางเศรษฐกิจของประเทศเพื่อนบ้านมีขนาดเล็ก เวลาที่เจริญเติบโตขึ้นมา ถึงปริมาณจะไม่มาก แต่คิดเป็นอัตราส่วนแล้วมากกว่าประเทศใหญ่ที่อาจจะขยายตัวด้วยเม็ดเงินมากกว่า

แต่ข้อเท็จจริงอย่างหนึ่งที่ปฏิเสธไม่ได้เช่นกันก็คือ ปริมาณการลงทุนจากต่างประเทศของไทยลดฮวบลงอย่างน่าใจหาย

โดยเฉพาะเมื่อนำไปเทียบกับเพื่อนบ้านที่เพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

ขณะที่ต่างชาติไม่มา ในประเทศด้วยกันก็ไม่ลงทุน

ไม่มีลงทุนใหม่ ไม่มีเงินใหม่ จะกินบุญเก่ากันไปได้นานแค่ไหน

ลำพังรัฐบาลจะแบกหามทั้งประเทศไปได้สักกี่น้ำ

จะรัฐบาลนี้หรือรัฐบาลไหนก็เถอะ

แวบขึ้นมาระหว่างข้ามแม่น้ำโขงอีกเรื่องหนึ่งก็คือ ในประเทศสังคมนิยมละแวกบ้านหรือแม้แต่ห่างออกไปนิด ไม่ว่าจะเป็นลาว กัมพูชา เวียดนาม หรือจีนนั้น

ความต่อเนื่องของการกำหนดนโยบายไม่ว่าจะเป็นทางการเมืองหรือเศรษฐกิจ ส่วนหนึ่งเกิดจากระบบการสืบทอดอำนาจถูกจัดวางเอาไว้เป็นขั้นเป็นตอน

มีการฟูมฟักกลุ่มคนที่จะขึ้นมาสวมบทบาทในด้านการบริหาร

ความสำเร็จประเภทนี้มักถูกหยิบยกมาใช้ในประเทศที่โครงสร้างการบริหารล้มเหลว หรือเศรษฐกิจกำลังดิ่งไถล

ในประเด็นการฟูมฟักการเตรียมคนนั้นมีข้อควรแก่การพิจารณา

แต่ขณะเดียวกันก็มีข้อควรระวังในเรื่องระบบ วิธีการ และความแตกต่างด้านพื้นฐานของแต่ละประเทศแต่ละสังคม

คนละดิน คนละน้ำ ต้นไม้ประเภทเดียวกันก็เติบโตให้ดอกออกผลแตกต่างกัน

หรือถ้าอยากจะเอาระบบของเขามาใช้ทั้งกระบิ ก็ต้องนึกด้วยว่าแล้ว “ระบบ” ที่มีอยู่ของตัวเองจะเป็นอย่างไร

มีทางเลือกทางอื่นให้พิจารณาหรือไม่

คุ้มไหมที่จะเดินย้อนทางกลับมาเริ่มต้นใหม่

เผลอไปคิดอะไรทื่อๆ ง่ายๆ (แบบมักง่าย) ในเรื่องของสังคมที่ซับซ้อนและหลากหลาย

หกคะเมนมาให้เห็นหลายรายแล้วครับ

กลับมาที่เพื่อนบ้านอย่างลาวหรือกัมพูชาอีกที

ในขณะที่มีจุดที่น่าชื่นชม ควรแก่การพิจารณา หรือว่าเอามาเป็นกระจกในการส่องมองดูตัวเอง

ก็มีอีกหลายตัวอย่างที่ควรแก่การเอามาเตือนใจ

ว่าในฐานะที่มีประสบการณ์และเคยผ่านสภาพเช่นนั้นมาก่อนแล้ว จะไม่เดินย้อนกลับไปสู่จุดที่เป็นปัญหา (หรือเผลอๆ อาจจะเป็นวิกฤต) อีกอย่างไร

โดยเฉพาะในแง่ความเหลื่อมล้ำ ทั้งด้านฐานะทางเศรษฐกิจและโอกาสของประชาชน

เมื่อเริ่มแผนพัฒนาเศรษฐกิจนั้น ช่องว่างตรงนี้ถ่างออกจนน่ากลัว

มาดีขึ้นกระเตื้องขึ้นเมื่อไม่กี่ปีที่ผ่านมา

เห็นว่าปัจจุบันกำลังจะเดินวนกลับไปที่เดิมอีกแล้ว

หวาดเสียวนะครับ



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

520 วันบันทึกของคำจากลา ในโลกหลังกำแพง (27)
Songs in the Key of Life : แด่นายดำ นามสกุลเรย์
การปฏิวัติวัฒนธรรมจีน ภาพสะท้อน จากวรรณกรรมร่วมสมัย ‘กี่เพ้า’
เสียงคุณภาพต่ำ กับความชอกช้ำใจสูง
การอ่านหนังสือในวันที่มี AI
มหกรรมหนังสือฯ หลังวิกฤตท่วม ‘คนยังมาวันละแสน’ ณัฐกร วุฒิชัยพรกุล นายกสมาคมผู้จัดพิมพ์ฯ พอใจแต่ห่วงอนาคต
‘ไตรภพ’ เปิดปัญหาสังคมไทย ‘3 ความอ่อนแอ’ ที่เรายังแก้ไม่ตก!
เดิมพันกลาโหม ‘ร้อยเอก’ วัดพลัง ‘พลโท’ แกะรอยสัมพันธ์ ‘บิ๊กดุลย์’ น้องเทพ ตัวจริง ผนึก แผง ตท.26 จับตา รบพิเศษ ส่ง ‘บิ๊กเต้-รองเอิร์ธ’ จ่อ ทบ.1
E-DUANG | “หวอด”การเมืองจาก ภาคใต้ กระดานหก แยกคอนางหงส์
รมช.เกษตร ยัน ประเทศไทยมีความอุดมสมบูรณ์ ไม่จำเป็นต้องกักตุนอาหารตามต่างประเทศ
‘เห่เรือ’ ไม่มี สมัยอยุธยา
FACING EL CHAPO | ‘จับตัวเจ้าพ่อ’