bg-single

ฐากูร บุนปาน : รัฐบาลชักมีดขึ้นมาตัดมือตัวเอง ?

19.07.2017

ว่าด้วยกรณีกฎหมายต่างด้าว

ที่รัฐบาลชักมีดขึ้นมาตัดมือตัวเอง

มีข้อสังเกตอยู่ 2 ประเด็นสำหรับเรื่องนี้

ประเด็นแรก มีองค์ประกอบร่วมอย่างหนึ่งของเหตุการณ์ที่เพิ่งผ่านมาในสองสามสัปดาห์

ไม่ว่าจะเรื่องขับไล่แรงงานต่างด้าว การเสนอขึ้นทะเบียนดิจิตอลของประชาชน

หรืออาจจะรวมไปถึงการร่างรัฐธรรมนูญก่อนหน้านี้ด้วยก็ได้

นั่นคือทั้งหมดเป็นเรื่องของการเหยียดคนที่ (รู้สึกว่า) ต่ำกว่า

พอเป็นไทยก็เหยียดเพื่อนบ้านรอบข้าง

เป็นผู้ดีท่านก็เหยียดไพร่

หรือเป็นผู้ (คิดว่า) รู้ก็เหยียดคนที่ (คิดว่า) โง่กว่า

คำถามคือบรรดา (ผู้เชื่อว่าตัวเองเป็น) ผู้รู้-ผู้กำหนดความเป็นไปและอนาคตของสังคม ทั้งเทศและไทยมาโดยตลอดในประวัติศาสตร์

จะสามารถควบคุมสังคมให้อยู่ในอุ้งมืออย่างนี้ไปได้อีกนานแค่ไหน

จะรู้ได้อย่างไรว่าชีวิตจะเป็นเส้นตรงตามที่ตัวเองหรือพวกพ้องต้องการ

ในโลกที่ความทรงจำยกกำลังสองเพิ่มขึ้นทุกปี

ซึ่งไม่มีใครคาดหมายอะไรได้

แม้แต่ในช่วง 2-3 ปีข้างหน้า

ไม่ต้องพูดถึง 10-20 ปีหรอกครับ

เมื่ออนาคตก็ไม่รู้

แถมปัจจุบันก็ยังแหว่งๆ วิ่นๆ

ก็มีคำถามสำหรับปัจจุบันขึ้นมาว่า แล้วจะเดินกันอย่างไรต่อไปแบบมนุษย์ปกติ

และคำถามต่อก็คือว่า ถ้าไม่ปกติอะไรจะเกิดขึ้น

ว่าด้วยกรณีต่างด้าวก่อน

ใครคิดหรือเชื่อบ้างว่า 180 วัน ระบบราชการไทยจะแก้ไขปัญหาให้กับคนจำนวนนับล้านได้

ด้วยกติกาที่ออกมา เอาเฉพาะประเด็นเรื่องค่าธรรมเนียมทั้งหลายแหล่อย่างเดียว

ก็ชวนให้สงสัยเสียแล้วว่า นี่เป็นกฎหมายที่เขียนขึ้นมาเพื่อแก้ปัญหา

หรือเพื่อสร้างปัญหาให้หนักข้อยิ่งขึ้น

ยังไม่นับว่าฝั่งพม่าฝั่งกัมพูชาก็มีปัญหาไม่แพ้ฝั่งไทยเหมือนกัน

เจริญละครับ

กรณีขึ้นทะเบียนดิจิตอล

เอาแค่ว่าถ้ามาตรการ “ล้ำโลก” นี้มีผลบังคับใช้จริง ผู้ประกอบการที่ไหนจะกล้ามาเสี่ยงมาลงทุน

แค่ของเก่าก็ยังไม่รู้จะอยู่ต่อไปไหม

ของใหม่ยิ่งไม่ต้องพูดถึง

มาถึงกรณีรัฐธรรมนูญ (รวมถึงกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญด้วย)

ร่างกันเข้าไป เหมือนไม่ได้เห็นหัวชาวบ้าน

และที่ท่านอยากทำ คนส่วนใหญ่ไม่ได้อยากทำด้วย (ไม่เชื่อก็ลองเลือกตั้งดู)

ไม่เหยียดกันนี่ทำเรื่องพวกนี้ไม่ได้จริงๆ นะครับ

ประเด็นต่อมา เป็นนิทานเก่าเอามาเล่าใหม่

เป็นประวัติศาสตร์การเมืองหมาดๆ ที่เกิดขึ้นไม่นานนัก

สมัย พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ เป็นนายกรัฐมนตรี

ยุคนั้นเพื่อจะเข้าร่วมเป็นสมาชิกของ “แกตต์” หรือข้อตกลงว่าด้วยการค้าและศุลกากร ที่ต่อมาพัฒนาขึ้นเป็นองค์การการค้าโลกหรือดับเบิลยูทีโอ

สหรัฐในฐานะหัวเรือใหญ่ของการค้าเสรี บังคับให้ประเทศต่างๆ ที่ยังไม่มีกฎหมายการค้าเสรีหรือเทรด แอกต์ ออกกฎหมายในทำนองนี้

ไทยก็อยู่ในข่ายที่ถูกบีบด้วย

แต่แทนที่จะต้องรีบเอาใจมหาอำนาจ ด้วยการออกฎหมายรวบรัดเป็นพระราชกำหนด

พล.อ.เปรมและคณะเลือกออกกฎหมายเป็นพระราชบัญญัติ

กว่าจะผ่านขั้นตอนของราชการมาถึง ครม.

กว่าจะต่อเข้าไปในสภาตามขั้นตอน

กว่าจะแปรญัตติ กว่าจะไปถึงวาระสองวาระสาม

อ้าว-ยุบสภาเสียอีกแล้ว

สองรอบสามรอบ กฎหมายฉบับนี้ก็ยังไม่คลอดออกมา

แต่รัฐบาลไทยก็อธิบายกับรัฐบาลสหรัฐได้ว่า ได้พยายามอย่างเต็มที่แล้ว

เพียงแต่ทุกอย่างมีขั้นตอนกระบวนการตามระบอบประชาธิปไตย

ในฐานะหัวเรือใหญ่ของโลกเสรี สหรัฐก็ควรจะเข้าใจ

เรื่องก็เป็นเช่นนี้แหละครับท่านสารวัตร

ส่วนนิทาน (จากเหตุการณ์จริง) เรื่องนี้จะมีข้อเตือนใจอะไรหรือไม่ ใครได้รับบทเรียนอะไรไปหรือเปล่า

ก็แล้วแต่วาสนาของแต่ละท่านละครับ

จะไม่รับไว้เลยก็ว่ากันไม่ได้อีก

เป็นผู้น้อยเป็นไพร่ ทำได้อย่างมากก็แค่เล่านิทาน

ใครไม่เหยียดกัน ท่านเปิดใจรับฟัง ก็ยินดี

ท่านไม่ยินดียินร้าย ใครจะกล้าไปว่าอะไรท่านได้

หุหุ



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

520 วันบันทึกของคำจากลา ในโลกหลังกำแพง (27)
Songs in the Key of Life : แด่นายดำ นามสกุลเรย์
การปฏิวัติวัฒนธรรมจีน ภาพสะท้อน จากวรรณกรรมร่วมสมัย ‘กี่เพ้า’
เสียงคุณภาพต่ำ กับความชอกช้ำใจสูง
การอ่านหนังสือในวันที่มี AI
มหกรรมหนังสือฯ หลังวิกฤตท่วม ‘คนยังมาวันละแสน’ ณัฐกร วุฒิชัยพรกุล นายกสมาคมผู้จัดพิมพ์ฯ พอใจแต่ห่วงอนาคต
‘ไตรภพ’ เปิดปัญหาสังคมไทย ‘3 ความอ่อนแอ’ ที่เรายังแก้ไม่ตก!
เดิมพันกลาโหม ‘ร้อยเอก’ วัดพลัง ‘พลโท’ แกะรอยสัมพันธ์ ‘บิ๊กดุลย์’ น้องเทพ ตัวจริง ผนึก แผง ตท.26 จับตา รบพิเศษ ส่ง ‘บิ๊กเต้-รองเอิร์ธ’ จ่อ ทบ.1
E-DUANG | “หวอด”การเมืองจาก ภาคใต้ กระดานหก แยกคอนางหงส์
รมช.เกษตร ยัน ประเทศไทยมีความอุดมสมบูรณ์ ไม่จำเป็นต้องกักตุนอาหารตามต่างประเทศ
‘เห่เรือ’ ไม่มี สมัยอยุธยา
FACING EL CHAPO | ‘จับตัวเจ้าพ่อ’