bg-single

ของดีมีอยู่ : โกรธแค้น – จลาจล สู่หนไหน ? / ปราปต์ บุนปาน

08.08.2021

 

ของดีมีอยู่

ปราปต์ บุนปาน

 

“เรื่องคนไทยใจเย็นผมตั้งชื่อเชิงล้อเท่านั้นเอง ว่าจริงๆ แล้วไม่ได้ใจเย็นอย่างนั้น เป็นแต่เพียงว่าความโกรธของเรามันจะนำไปสู่อย่างเหตุการณ์พฤษภา 35 ก็ได้ นำไปสู่ 14 ตุลา ก็ได้ กลายเป็นการจลาจลก็ได้

“เพราะฉะนั้น อย่าไปนึกว่า… คือเวลาที่นักวิชาการต่างประเทศมาบอกว่าคนไทยยัง ‘โกรธไม่พอ’ มันมีปัญหาทันทีว่า ‘โกรธ’ ของคุณหมายความว่าแค่ไหน? กับคำว่า ‘ไม่พอ’ นี่ไม่พอแก่อะไร?

“ซึ่งผมคิดว่าคนไทยตอนนี้โกรธพอที่จะก่อความจลาจลได้แล้ว และยิ่งคุณจัดการประท้วงโดยวิธีรุนแรงแบบนี้ ก็ยิ่งอาจจะก่อการจลาจลได้ง่ายขึ้น”

นี่คือคำสัมภาษณ์ล่าสุดของปัญญาอาวุโส “ศ.ดร.นิธิ เอียวศรีวงศ์” ผ่านรายการเอ็กซ์-อ๊อก Talk ทุกเรื่อง ที่เผยแพร่ทางช่องยูทูบมติชนทีวี เมื่อวันที่ 31 กรกฎาคมที่ผ่านมา

เป็นคำอธิบายที่ขยายความเพิ่มเติมเนื้อหาจากบทความเรื่อง “คนไทยใจเย็น” ของอาจารย์นิธิ ซึ่งตีพิมพ์เผยแพร่ราวหนึ่งสัปดาห์ก่อนหน้านั้น

(อ่านได้ในมติชนสุดสัปดาห์ ฉบับประจำวันที่ 23-29 กรกฎาคม 2564 หรือ https://www.matichonweekly.com/column/article_445347)

 

นักประวัติศาสตร์อาวุโสท่านนี้อธิบายว่าหลายสิบปีที่ผ่านมา ดุลอำนาจในสังคมไทยนั้นเปลี่ยนแปลงไป

เมื่อระบบแต่งตั้งโยกย้ายในกองทัพ นำไปสู่การมี “ผู้นำทหาร” ที่ไร้ความสามารถ เทียบไม่ได้กับ “จอมพล ป.พิบูลสงคราม” หรือ “จอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์”

ขณะที่หากพิจารณาไปยังพื้นที่ของ “ทุน” เราก็จะพบเห็นบทบาทของ “ทุนขนาดกลาง” เพิ่มสูงขึ้น

พร้อมๆ กันนั้น “ผู้ดี” ยังสูญเสียบทบาทในการนำสังคมไป เพราะวัฒนธรรมต่างๆ ที่เป็นประชาธิปไตยมากยิ่งขึ้น กระทั่งการแบ่งลำดับขั้นทางวัฒนธรรมแบบเดิมต้องสูญหาย โดยมีความแตกต่างหลากหลายเข้ามาแทนที่

ยิ่งกว่านั้น คนชั้นกลางและคนชั้นล่างยังเริ่มมีบทบาททางการเมืองมากขึ้นตามลำดับอย่างชัดเจน

ดุลอำนาจที่กระจัดกระจายและยังไม่ลงตัวนี้ ส่งผลให้การแก้ไขปัญหาทางการเมืองหลังยุค “รัฐธรรมนูญ 2540” ต้องลงเอยด้วยการยึดอำนาจเสมอมา

โดยที่การยึดอำนาจ/การรัฐประหารแต่ละครั้งก็ถูกต่อต้านจากผู้คน ในจำนวนที่มากขึ้นตามลำดับ

สภาวะทั้งหลายเหล่านี้นำไปสู่ “สังคมไทยที่ไร้ฉันทามติ”

ยิ่งเมื่อบวกเข้ากับสถานการณ์โควิด “ความโกรธ” และ “การจลาจล” จึงสามารถถือกำเนิดขึ้นมาได้

 

“จลาจลไม่ได้เกิดจากความคิด จลาจลนี่เกิดจากความโกรธ แล้วสิ่งที่น่ากลัวคือเวลาที่คนชุมนุมกันแล้วคุณใช้ความรุนแรง ฉีดน้ำโดยไม่จำเป็นจะต้องฉีด คุณยิงแก๊สน้ำตาโดยที่ไม่จำเป็นจะต้องยิง คุณยิงกระสุนยางโดยไม่มีความจำเป็น ไอ้นี่แหละคือตัวที่ทำให้เกิดจลาจลได้

“ถ้าคนกำลังโกรธอยู่แล้วแทนที่คุณจะใช้วิธีการอื่น แต่คุณใช้วิธีเตะต่อย ไปนึกเหรอว่ามันกลัว ผมว่ามันไม่ใช่นะ

“ถ้าย้อนกลับไปดู จะเป็น 14 ตุลาก็ตาม จะเป็นพฤษภา 35 ก็ตาม เพราะคุณไปใช้ความรุนแรงไม่ใช่เหรอ? คือแทนที่จะทำให้คนไทยกลัว มันไม่ใช่ กลับตรงกันข้าม เพราะคนมันกำลังโกรธไง”

เมื่อความโกรธของประชาชนปะทะกับการใช้ความรุนแรงของรัฐ อันนำไปสู่ภาวะจลาจลจากความโกรธและความรุนแรงดังกล่าว ปัญหาต่อเนื่องลำดับถัดมาก็คือความวุ่นวายเหล่านั้นจะนำไปสู่อะไร?

ตามการวิเคราะห์ของอาจารย์นิธิ การจลาจลโดยตัวมันเองจะไม่นำไปสู่ผลลัพธ์ใดๆ ยกเว้นแต่จะมีกลุ่มคนเข้ามาแปรเปลี่ยนการจลาจลนั้นๆ ให้กลายสภาพเป็น “พลังสร้างสรรค์” ซึ่งได้รับความพอใจระดับหนึ่งจากบุคคลหลายๆ ฝ่าย

คำถามก็คือ ณ ปัจจุบันนี้ ใครหรือกลุ่มไหนจะสามารถรับหน้าที่แปรการจลาจลหรือความโกรธของประชาชนให้กลายเป็นความสร้างสรรค์ทางสังคมได้?

 

อย่างไรก็ดี ปัญญาชนอาวุโสบอกเอาไว้ในคลิปสัมภาษณ์เดียวกันว่า ตนเองมีความหวังว่า “การจลาจลที่อาจจะเกิดขึ้น” นั้นจะไม่สูญเปล่าและหลงเหลือทิ้งไว้เพียงความเสียหาย

เหตุผลข้อสำคัญก็เป็นเพราะการเคลื่อนไหวของ “คนรุ่นใหม่” ตลอดช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมา นั้นวางเป้าหมายเอาไว้อย่างชัดเจนว่าพวกเขาต้องการจะเปลี่ยนแปลงอะไรบ้าง

เมื่อคนรุ่นใหม่รู้แน่ชัดว่าพวกตนต้องการอะไร สังคมไทยหลังภาวะ “โกรธ-จลาจล” จึงอาจไม่ได้ดำรงอยู่อย่างว่างเปล่า ไม่หลงเหลือความหวังใดๆ เสียทีเดียว



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

การเลือกตั้งกลางเทอมอเมริกัน | สุรชาติ บำรุงสุข
ภาวะผู้นำแบบพ่อมด Oz
520 วันบันทึกของคำจากลา ในโลกหลังกำแพง (27)
Songs in the Key of Life : แด่นายดำ นามสกุลเรย์
การปฏิวัติวัฒนธรรมจีน ภาพสะท้อน จากวรรณกรรมร่วมสมัย ‘กี่เพ้า’
เสียงคุณภาพต่ำ กับความชอกช้ำใจสูง
การอ่านหนังสือในวันที่มี AI
มหกรรมหนังสือฯ หลังวิกฤตท่วม ‘คนยังมาวันละแสน’ ณัฐกร วุฒิชัยพรกุล นายกสมาคมผู้จัดพิมพ์ฯ พอใจแต่ห่วงอนาคต
‘ไตรภพ’ เปิดปัญหาสังคมไทย ‘3 ความอ่อนแอ’ ที่เรายังแก้ไม่ตก!
เดิมพันกลาโหม ‘ร้อยเอก’ วัดพลัง ‘พลโท’ แกะรอยสัมพันธ์ ‘บิ๊กดุลย์’ น้องเทพ ตัวจริง ผนึก แผง ตท.26 จับตา รบพิเศษ ส่ง ‘บิ๊กเต้-รองเอิร์ธ’ จ่อ ทบ.1
E-DUANG | “หวอด”การเมืองจาก ภาคใต้ กระดานหก แยกคอนางหงส์
รมช.เกษตร ยัน ประเทศไทยมีความอุดมสมบูรณ์ ไม่จำเป็นต้องกักตุนอาหารตามต่างประเทศ