bg-single

ของดีมีอยู่ : ขั้วที่สามทางการเมือง / ปราปต์ บุนปาน

15.08.2021

ของดีมีอยู่

ปราปต์ บุนปาน

 

ท่ามกลางความขัดแย้งทางการเมืองที่ลุกลามออกไปสู่พื้นที่สาธารณะ เช่น ท้องถนน คนไทยดูจะคุ้นชินกับแนวคิดเรื่อง “มือที่สาม” ซึ่งหมายถึงมือป่วน ลึกลับ ไม่ทราบฝ่าย หรือไม่มีตัวตนแน่ชัด ที่เข้ามากระตุ้นเร้าให้สถานการณ์การเผชิญหน้าระหว่างผู้ชุมนุมกับเจ้าหน้าที่รัฐ ยกระดับเป็นเหตุจลาจล

โดยเป็นที่ทราบกันดีว่า บ่อยครั้ง “มือที่สาม” นั้นมักสังกัดอยู่ในขั้วขัดแย้ง ไม่ “มือที่หนึ่ง” ก็ “มือที่สอง” หรือเป็นกลุ่มแยกย่อยใน “มือที่หนึ่ง/สอง” อีกที

อย่างไรก็ตาม หากพิจารณาจากสถานการณ์ปัจจุบัน ดูเหมือนสังคมการเมืองไทยกำลังต้องการ “ขั้วที่สาม” มากกว่า “มือที่สาม” ทางการเมือง

 

ในด้านหนึ่ง รัฐ-รัฐบาลไทย ที่บริหารจัดการสภาวะโควิดแพร่ระบาดได้อย่างล้มเหลว กำลังหมดสภาพ จนแม้แต่บรรดาผู้สนับสนุนก็รับรู้อยู่ลึกๆ ว่านี่คือ “การนำ” ที่ไปต่อไม่ได้ แต่คล้ายพวกเขายังไม่ทราบหรือคิดไม่เสร็จว่าจะหา “ทางเลือกใหม่” มาจากไหน? และอย่างไร?

อีกด้านหนึ่ง สภาวะ “รัฐล้มเหลว” ได้ผลักดัน “ม็อบ” จำนวนมากให้ลงถนน

สิ่งที่น่าเป็นห่วงและวิตกกังวลก็คือ การชุมนุมในระยะหลังมักนำไปสู่เหตุปะทะรุนแรง โดยเฉพาะม็อบที่ประกาศรวมตัว-เคลื่อนขบวนโดย “คนรุ่นใหม่” ซึ่งถูกจัดการด้วยแก๊สน้ำตา กระสุนยาง รวมทั้งการสกัดกั้นควบคุมตัวบรรดาแกนนำด้วยกลไกทางกฎหมาย

นี่แสดงให้เห็นว่ารัฐไทยไม่ยินดียินยอมจะพูดคุย เจรจา ประนีประนอม และหาทางออกของอนาคต ร่วมกับคนรุ่นใหม่

ในภาวะปั่นป่วนเช่นนี้นี่เอง ที่ “ขั้วที่สาม” ทางการเมือง ได้ก่อตัวขึ้นรางๆ

 

ในทางทฤษฎี ศ.ดร.นิธิ เอียวศรีวงศ์ ปัญญาชนอาวุโส เพิ่งตั้งข้อสังเกตว่า อย่างไรเสีย พวกเราก็ต้องการคน-คณะบุคคล ที่จะมีความสามารถในการแปรเหตุการณ์จลาจล-การปะทะกันบนท้องถนน ให้กลายเป็นพลังสร้างสรรค์ (ทางเลือกใหม่) ของสังคม

เมื่อปีก่อนจนถึงต้นปีนี้ ที่ “ม็อบคนรุ่นใหม่” ปรากฏกายขึ้นอย่างน่าตื่นตาตื่นใจ (และน่าตกใจ) ผศ.ดร.กนกรัตน์ เลิศชูสกุล แห่งคณะรัฐศาสตร์ จุฬาฯ ก็เคยโยนโจทย์ท้าทายเอาไว้ว่า “คนรุ่น (ใน) ระหว่าง” ซึ่งอยู่ในช่วงวัย 35-50 ปี จะเข้ามามีบทบาทในการนำความเปลี่ยนแปลง ท่ามกลางความขัดแย้งที่ยากลงรอยระหว่าง “คนรุ่นสงครามเย็น” กับ “คนรุ่นโบขาว” ได้อย่างไร?

ในความเป็นจริงของเดือนสิงหาคม 2564

เราได้เห็นการก่อตัวของเครือข่าย “คาร์ม็อบ” ที่ริเริ่มโดยอดีตนักเคลื่อนไหวฝ่ายเสื้อแดงอย่าง “บก.ลายจุด สมบัติ บุญงามอนงค์” ซึ่งถูกสานต่อโดยหนึ่งในแกนนำคนเสื้อแดง “ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ” และอดีตแนวร่วม กปปส. “ไฮโซลูกนัท ธนัตถ์ ธนากิจอำนวย” เป็นต้น

นี่คือการชุมนุมต่อต้านรัฐบาลที่ขับเคลื่อนโดยคนอีกรุ่น และมีภารกิจหลักคือการ “ไล่ประยุทธ์” ซึ่งดำเนินคู่ขนานไปกับม็อบคนรุ่นใหม่ ที่ประนีประนอมกับรัฐน้อยกว่า (ในทางตรงกันข้าม รัฐเองก็เป็นฝ่ายไม่ยอมประนีประนอม และคุยกับพวกเขาไม่รู้เรื่อง) และครุ่นคิดถึงปัญหาโครงสร้างทางการเมืองอย่างจริงจังกว่า

ถ้าเครือข่ายคาร์ม็อบสามารถทำงานเชื่อมประสานกับฝ่ายค้านในสภาและกลุ่มการเมืองอื่นๆ (เช่น กลุ่มที่ขับเคลื่อนเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ) ได้ด้วย นี่ก็อาจรวมตัวเป็นพลังทางการเมืองที่น่าสนใจ

และอาจกลายสภาพเป็น “ขั้วที่สามในทางการเมือง” ที่นักวิชาการหลายท่านคิดว่าจำเป็นต้องเกิดขึ้น?

 

อย่างไรก็ดี ต้องยอมรับว่ามีผู้ชุมนุมบางส่วนใน “ม็อบรุ่นปัจจุบัน” ที่ลงถนนด้วยอารมณ์โกรธแค้น เดือดดาล พร้อมปะทะกับเจ้าหน้าที่

โดยที่แกนนำคนรุ่นใหม่ ไม่ว่าจะในนาม “กลุ่มเยาวชนปลดแอก” หรือ “แนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม” ซึ่งพยายามสั่งยุติการชุมนุมผ่านทางโซเชียลมีเดีย เมื่อเห็นแนวโน้มความรุนแรงบังเกิดขึ้น ก็มิอาจหยุดยั้งมวลอารมณ์ความรู้สึกที่แปรสภาพเป็นพฤติการณ์ต่อต้านท้าทายอำนาจรัฐอย่างร้อนแรงบนท้องถนนของผู้ชุมนุมกลุ่มนี้ได้

ผู้ชุมนุมกลุ่มนี้คือใคร?

จากข้อสังเกตเบื้องต้นของผู้เขียน (ซึ่งอาจผิดพลาดตกหล่นได้) ผู้ชุมนุมที่เดือดดาลโกรธแค้นเหล่านี้ดูจะเป็นคนชั้นกลางระดับกลาง-ล่างในเขตกรุงเทพมหานคร

เดิมที พวกเขาก็คือคนกลุ่มหนึ่งที่ไม่พอใจระบบ-โครงสร้างทางการเมือง และความไม่เป็นธรรมในสังคม กระทั่งยินยอมพร้อมใจออกมาเป็นแนวร่วมกับขบวนการเคลื่อนไหวของปัญญาชน นิสิต นักศึกษารุ่นใหม่ ตลอด 1-2 ปีที่ผ่านมา

ทว่า ความอดทนอดกลั้นของพวกเขาคล้ายจะถึงจุดสิ้นสุด เมื่อตนเองต้องเผชิญหน้ากับปัญหาเรื่องความเปราะบางไม่มั่นคงในชีวิต และปัญหาเศรษฐกิจพังพินาศในยุคโควิด โดยรัฐ/รัฐบาลมิใช่ความหวังที่จะสามารถพึ่งพิงได้

ปัจจัยดังกล่าวอาจหนุนเสริมให้ผู้คนกลุ่มนี้กล้าออกมาเดินหน้าท้าชนอำนาจรัฐต่อไปเรื่อยๆ แม้จะมีการประกาศยุติการชุมนุม แม้แกนนำม็อบจะถูกจับกุมคุมขังไปจนหมดสิ้น

นี่ย่อมนำไปสู่สถานการณ์จลาจล แบบที่เราชอบเข้าใจทึกทักหรือพยายามอธิบายว่าเกิดขึ้นจาก “มือที่สาม” ทั้งๆ ที่ต้นเหตุของมันคือหน่อเนื้อซึ่งซุกซ่อนก่อตัวก่อนจะระเบิดกระจายออก จากความขัดแย้งอันดำรงอยู่กับพวกเราตลอดหลายปีที่ผ่านมา



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

การเลือกตั้งกลางเทอมอเมริกัน | สุรชาติ บำรุงสุข
ภาวะผู้นำแบบพ่อมด Oz
520 วันบันทึกของคำจากลา ในโลกหลังกำแพง (27)
Songs in the Key of Life : แด่นายดำ นามสกุลเรย์
การปฏิวัติวัฒนธรรมจีน ภาพสะท้อน จากวรรณกรรมร่วมสมัย ‘กี่เพ้า’
เสียงคุณภาพต่ำ กับความชอกช้ำใจสูง
การอ่านหนังสือในวันที่มี AI
มหกรรมหนังสือฯ หลังวิกฤตท่วม ‘คนยังมาวันละแสน’ ณัฐกร วุฒิชัยพรกุล นายกสมาคมผู้จัดพิมพ์ฯ พอใจแต่ห่วงอนาคต
‘ไตรภพ’ เปิดปัญหาสังคมไทย ‘3 ความอ่อนแอ’ ที่เรายังแก้ไม่ตก!
เดิมพันกลาโหม ‘ร้อยเอก’ วัดพลัง ‘พลโท’ แกะรอยสัมพันธ์ ‘บิ๊กดุลย์’ น้องเทพ ตัวจริง ผนึก แผง ตท.26 จับตา รบพิเศษ ส่ง ‘บิ๊กเต้-รองเอิร์ธ’ จ่อ ทบ.1
E-DUANG | “หวอด”การเมืองจาก ภาคใต้ กระดานหก แยกคอนางหงส์
รมช.เกษตร ยัน ประเทศไทยมีความอุดมสมบูรณ์ ไม่จำเป็นต้องกักตุนอาหารตามต่างประเทศ