bg-single

ของดีมีอยู่ : ผู้ด้อยอำนาจและขาดโอกาสนานัปการ

05.12.2021

ของดีมีอยู่

ปราปต์ บุนปาน

 

สัปดาห์นี้จะชวนผู้อ่านไปขบคิดในประเด็นที่ทั้งจริงจังเคร่งเครียดว่าด้วยกระแสการแบนลูกสาวของอดีตนักแสดงดัง ซึ่งกำลังเดบิวต์เป็นศิลปินเคป๊อปที่เกาหลี และประเด็นที่ดูเหมือนจะเป็นเพียงมีมขำๆ เกี่ยวกับ “ประธานบริษัท” ซึ่งเพิ่งแพร่หลายในโซเชียลมีเดีย

เริ่มต้นด้วยประเด็นแรก มีศิลปินหญิงชาวไทยรายหนึ่งกำลังจะได้เริ่มต้นเส้นทางการเป็นศิลปินอาชีพกับวงดนตรีเคป๊อปหน้าใหม่ของเกาหลี

นี่คล้ายจะเป็นความรุ่งโรจน์ในระดับ “โกอินเตอร์” ซึ่งเจริญรอยตามความสำเร็จยิ่งใหญ่ของ “ลิซ่า แบล็กพิงก์”

แต่แล้วปัญหาดราม่าก็บังเกิดขึ้น เมื่อศิลปินหญิงชาวไทยคนนี้เป็นบุตรสาวของอดีตนักแสดงชายผู้ล่วงลับ ซึ่งแสดงจุดยืนทางการเมืองตรงข้ามกับหลักการประชาธิปไตย มาตั้งแต่ยุคการชุมนุมเสื้อเหลือง รัฐประหาร 2549 และขึ้นถึงจุดพีกในการนำมวลชนบุกยึดสนามบินเมื่อปี 2551

แทนที่จะได้รับเสียงเชียร์จากคนรุ่นราวคราวเดียวกันในประเทศบ้านเกิด การณ์กลับกลายเป็นว่าคนรุ่นใหม่ที่ไทยจำนวนมากได้พากันก่อกระแสรุม “แบน” หรือ “แคนเซิล” ศิลปินรายนี้ ผ่านทางโซเชียลมีเดีย

 

การใส่ใจตรวจตรา “พฤติกรรมที่ไม่ถูกต้องทางการเมือง” อันนำไปสู่ “แคนเซิล คัลเจอร์” นั้นกำลังเป็นกระแสการเคลื่อนไหวหรือรูปแบบการต่อสู้เรียกร้องอันแพร่หลายในสังคมตะวันตก พร้อมๆ กับแนวโน้มที่คนรุ่นใหม่หันไปทาง “ซ้าย” มากขึ้น

สำหรับสังคมไทยเอง วัฒนธรรมทางการเมืองรูปแบบนี้ก่อตัวขึ้นชัดเจนในทวิตเตอร์ อย่างล้อ/สอดคล้องไปกับการเคลื่อนพลของม็อบคนรุ่นใหม่ รวมทั้งจุดยืนทางการเมืองที่ผิดแผกแหวกแนวของเยาวชนเกือบทั้งเจเนอเรชั่น ตลอด 2-3 ปีที่ผ่านมา

ในโลกตะวันตก รูปธรรมชัดเจนที่สุดซึ่งเป็นผลลัพธ์ของ “แคนเซิล คัลเจอร์” ก็ได้แก่ การโค่นล้มทำลายอนุสาวรีย์ของชนชั้นนำ/บุคคลสำคัญในประวัติศาสตร์ ซึ่งถูกประเมินใหม่ว่าเคยมีพฤติกรรมผิดพลาดอย่างไม่น่าให้อภัย เช่น เข้าไปข้องเกี่ยวกับกิจการค้าทาส เป็นต้น

นั่นคือการทำลาย “มรดก” ของความผิดพลาด-ผิดบาปทางการเมือง ที่ยังคงดำรงหลงเหลืออยู่ถึงปัจจุบัน

กรณีของไทย การ “แบน” ศิลปินหญิงหน้าใหม่ โดยมีเหตุผลเชื่อมโยงไปยังจุดยืนและผลลัพธ์ทางการเมืองจากการกระทำในอดีตของพ่อเธอ ก็อาจไม่แตกต่างจากกระแสทุบทำลายอนุสาวรีย์เหล่านั้น

เพียงแต่นี่ไม่ใช่การโค่นล้มทำลายล้างให้สิ้นซากในเชิงรูปธรรม ทว่าเป็นการตอบโต้ด้วยอำนาจของผู้บริโภคสินค้าเชิงวัฒนธรรม เป็นการต่อสู้ในขอบเขตของ “ซอฟต์พาวเวอร์” และเป็นการส่งสารของฝ่ายประชาธิปไตยไปยังอุตสาหกรรมดนตรีที่ใหญ่โตฟู่ฟ่าที่สุดแห่งหนึ่งในโลกร่วมสมัย

 

เมื่อการ “แคนเซิล” หรือ “แบน” ศิลปิน นั้นมิใช่การทุบรูปปั้น หากเป็นการแสดงท่าทีคัดค้านต่อต้านมนุษย์ผู้มีชีวิตจิตใจคนหนึ่ง ซึ่งอาจไม่ได้มีจุดยืนทางการเมืองสอดคล้องกับบุพการีเสียทีเดียว (หรืออาจจะเปลี่ยนแปลงทัศนคติ-ความคิดเห็นของตนเอง เมื่อกาลเวลาผันผ่านไป)

จึงย่อมมีบางฝ่ายตั้งคำถามว่านี่คือการต่อสู้ทางการเมืองที่มีความชอบธรรมและเหมาะสมหรือไม่? แค่ไหน?

ถ้าขอบเขตของการ “แคนเซิล” หรือ “แบน” ครั้งนี้ อยู่ตรงการไม่สนับสนุนศิลปิน ทั้งไม่ชม ไม่ฟัง ไม่ซื้อผลงาน เรื่อยไปถึงการตั้งคำถามต่อแนวคิดทางการเมือง ณ ปัจจุบัน ของเจ้าตัว โดยผู้บริโภคกลุ่มหนึ่ง

มิใช่การข่มขู่คุกคามชีวิต-ทรัพย์สิน หรือละเมิดสิทธิมนุษยชนใดๆ

สังคมก็คงไม่มีสิทธิไปพิพากษาว่าการเคลื่อนไหวแนวนี้ ถือเป็นการดำเนินกิจกรรมทางการเมืองที่ “ผิดพลาด” ห้ามกระทำอีกในอนาคต

 

ตรงกันข้าม เราอาจต้องพยายามทำความเข้าใจว่านี่คือวิธีการต่อสู้-ทวงคืนความยุติธรรม-ปลดปล่อยอารมณ์โกรธแค้นแบบรวมหมู่ของผู้คนฝ่ายที่มีอำนาจน้อยกว่า เท่าที่พวกเขาพอจะลุกขึ้นสู้ได้

ในภาวะที่ฝ่ายผู้ถือครองอำนาจประสานงานกันอย่างเป็นน้ำหนึ่งใจเดียว เพื่อกดปราบพวกเขา คนแล้วคนเล่า รุ่นแล้วรุ่นเล่า มาต่อเนื่องเกินทศวรรษ

ในภาวะที่การพูดถึง “ประธานบริษัท” อาจไม่ได้เป็นแค่มุขตลกของคลิปละครสอนคุณธรรมฮาๆ ตามโซเชียลมีเดีย

ทว่าอาจเป็นการสะท้อนสภาวะสิ้นหวังในเชิงตลกร้ายที่ว่า เอาเข้าจริงแล้ว คนระดับ “ประธานบริษัท” หรือชนชั้นนำที่ถึงพร้อมทั้งอำนาจทางเศรษฐกิจ สังคม และการเมืองในประเทศนี้ นั้นมีอยู่ไม่เยอะนัก แถมยังกระจุกตัว (และกระจุกความมั่งคั่งมั่นคง) รวมกันเป็นกลุ่มก้อนเพียงหยิบมือเดียว

ในภาวะที่ผู้มีศักยภาพจำนวนไม่น้อยมิสามารถขับเคลื่อนตนเองให้ขึ้นไปมีอำนาจและมีชีวิตที่ดีแบบ “ประธานบริษัท” ได้

แม้กระทั่งนักธุรกิจรุ่นใหม่ๆ แลดูมีอนาคตไกลจำนวนมาก ที่ผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนกันขึ้นไปแสดงวิสัยทัศน์บนเวทีเสวนาต่างๆ ตลอดหลายปีหลัง ก็มักจะถูกผนวกรวมเข้าเป็นส่วนหนึ่งของกิจการที่ใหญ่โตมหาศาลกว่า ซึ่งอาจส่งผลให้พวกเขาร่ำรวยหรือมีชีวิตสะดวกสบายกว่าเดิม

แต่ไม่สามารถขยับเขยื้อนเลื่อนไปเป็น “ผู้นำทางสังคมการเมือง” กลุ่มใหม่ได้

ท่ามกลางสภาวะติดขัดตีบตันเหล่านี้นี่แหละ ที่ “แคนเซิล คัลเจอร์” ได้กลายเป็นทางเลือกเดียว (ซึ่ง “ไม่ค่อยน่ารัก” หากมองผ่านสายตาผู้ใหญ่หลายคน) ในการต่อสู้ของคนหนุ่ม-สาว ผู้ด้อยอำนาจและขาดโอกาสนานัปการ



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

การเลือกตั้งกลางเทอมอเมริกัน | สุรชาติ บำรุงสุข
ภาวะผู้นำแบบพ่อมด Oz
520 วันบันทึกของคำจากลา ในโลกหลังกำแพง (27)
Songs in the Key of Life : แด่นายดำ นามสกุลเรย์
การปฏิวัติวัฒนธรรมจีน ภาพสะท้อน จากวรรณกรรมร่วมสมัย ‘กี่เพ้า’
เสียงคุณภาพต่ำ กับความชอกช้ำใจสูง
การอ่านหนังสือในวันที่มี AI
มหกรรมหนังสือฯ หลังวิกฤตท่วม ‘คนยังมาวันละแสน’ ณัฐกร วุฒิชัยพรกุล นายกสมาคมผู้จัดพิมพ์ฯ พอใจแต่ห่วงอนาคต
‘ไตรภพ’ เปิดปัญหาสังคมไทย ‘3 ความอ่อนแอ’ ที่เรายังแก้ไม่ตก!
เดิมพันกลาโหม ‘ร้อยเอก’ วัดพลัง ‘พลโท’ แกะรอยสัมพันธ์ ‘บิ๊กดุลย์’ น้องเทพ ตัวจริง ผนึก แผง ตท.26 จับตา รบพิเศษ ส่ง ‘บิ๊กเต้-รองเอิร์ธ’ จ่อ ทบ.1
E-DUANG | “หวอด”การเมืองจาก ภาคใต้ กระดานหก แยกคอนางหงส์
รมช.เกษตร ยัน ประเทศไทยมีความอุดมสมบูรณ์ ไม่จำเป็นต้องกักตุนอาหารตามต่างประเทศ