bg-single

มองผลเลือกตั้งซ่อม ‘หลักสี่-จตุจักร’ / ของดีมีอยู่ : ปราปต์ บุนปาน

05.02.2022

ของดีมีอยู่

ปราปต์ บุนปาน

 

มองผลเลือกตั้งซ่อม ‘หลักสี่-จตุจักร’

 

หลังวันที่ 30 มกราคม หลายฝ่ายได้วิเคราะห์ผลการเลือกตั้งซ่อมที่เขตหลักสี่-จตุจักร กันไปมากมายหลากหลายประเด็นแล้ว

โดยเฉพาะการเพ่งพินิจจุดเสื่อมทรุดของพรรคพลังประชารัฐ และการคาดการณ์ถึงขาลงของรัฐบาลและนายกรัฐมนตรี

อย่างไรก็ตาม งานเขียนชิ้นนี้อยากจะกล่าวถึงผลการเลือกตั้งซ่อมที่กรุงเทพฯ ในแง่มุมอื่นๆ เพิ่มเติมอีกสัก 2-3 ประเด็น

 

ประการแรก อยากพูดถึง “โพลลับหน่วยงานข่าว” และการทำนายผลเลือกตั้งตามแนวทาง “คณิตศาสตร์การเมือง” ของนักวิเคราะห์บางส่วน

ซึ่งหากจะมองว่าโพล-การทำนายเหล่านั้นมี “ความแม่นยำ” เพราะทายถูกต้องว่า “สุรชาติ เทียนทอง” จากพรรคเพื่อไทย จะชนะการเลือกตั้ง เราคงต้องบอกว่าคนที่พอตามข่าวการเมืองอยู่บ้าง ก็สามารถทายตัวผู้ชนะในการเลือกตั้งซ่อมที่หลักสี่-จตุจักร ได้ “แม่นยำ” ไม่ต่างกัน

ที่อยากตั้งข้อสังเกต ก็คือ “โพลลับ” และ “นักคณิตศาสตร์การเมือง” นั้นทายผลของผู้สมัครที่ได้คะแนนรองลงมา แบบผิดฝาผิดตัวหมดเลย

หากนำการคาดหมายว่า “อรรถวิชช์ สุวรรณภักดี” (พรรคกล้า) “สรัลรัศมิ์ เจนจาคะ” (พลังประชารัฐ) และ “กรุณพล เทียนสุวรรณ” (ก้าวไกล) จะได้คะแนนเป็นลำดับที่ 2-3-4 มาเปรียบเทียบกับข้อเท็จจริงที่ว่า “กรุณพล” มีคะแนนเหนือ “อรรถวิชช์” และ “สรัลรัศมิ์”

ปัญหาของความผิดพลาดดังกล่าวอาจอยู่ที่ “โพลลับ” (ซึ่งคล้ายจะเป็น “โพล” แค่เพียงชื่อ) และคำพยากรณ์ของนักวิเคราะห์ตัวเลขบางส่วน นั้นประเมินผลเลือกตั้งซ่อม กทม. เขต 9 จากการอ้างอิงผลคะแนนเสียงในการเลือกตั้งปี 2562, ฐานคะแนนที่เชื่อว่าผู้สมัครแต่ละรายมี และระบบหัวคะแนน-การจัดตั้ง เป็นหลัก

ทว่ากลับไม่ได้ประเมินอารมณ์ความรู้สึกของประชาชนในเขตเลือกตั้ง (ว่าความคิด-การตัดสินใจของพวกเขาเปลี่ยนแปลงไปหรือไม่? หรือพวกเขายึดมั่นในอุดมการณ์ใดอุดมการณ์หนึ่งอย่างมั่นคงเพียงใด?)

ไม่ได้ประเมินศักยภาพของผู้สมัครและพรรคการเมืองบนเวทีการปราศรัยช่วงโค้งสุดท้าย

การทำนายรายละเอียดจึงพลาดไปหมด

 

ประการที่สอง ผลการเลือกตั้งที่หลักสี่-จตุจักร ยืนยันซ้ำว่า โดยแนวโน้มแล้ว สนามเลือกตั้งกรุงเทพฯ ยังจะไม่ได้มีสถานภาพเป็นการทำสงครามระหว่าง “สองขั้วขัดแย้ง” ทางการเมือง

แต่มีลักษณะเป็นสนามแข่งขันของ “ตัวเลือกอันหลากหลาย”

เมื่อตัวเลือกฝ่ายประชาธิปไตยมีมากกว่าหนึ่งพรรค ส่วนตัวแทนของฝ่ายขวาก็มีหลายพรรคยิ่งกว่า (ไล่เฉดได้ตั้งแต่ “ขวาสุดโต่ง” จนถึง “ขวาแอ๊บกลาง”)

นี่คือแนวโน้มทางการเมืองที่คงลากยาวไปถึงการเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครและการเลือกตั้งใหญ่ครั้งหน้า

ทั้งยังสะท้อนถึงการไร้ “ฉันทามติ” ในสังคมการเมืองไทย ไปพร้อมๆ กัน

 

ประการสุดท้าย กล่าวเฉพาะในพรรคการเมืองขั้วประชาธิปไตยเอง ปฏิเสธไม่ได้ว่าอย่างไรเสีย “เพื่อไทย” และ “ก้าวไกล” ย่อมหลีกเลี่ยงการมีสถานะเป็น “คู่แข่งทางการเมือง” ไปไม่พ้น

ความเป็นคู่แข่งถูกสะท้อนชัดผ่านการปราศรัยหาเสียงเลือกตั้งซ่อมของแกนนำสองพรรคการเมือง เมื่อก้าวไกลเน้นย้ำจุดยืน “ไม่ประนีประนอม” ส่วนเพื่อไทยพูดเรื่อง “สู้เป็น” และสู้อย่างไรไม่ให้ถูกเขาฆ่าตาย

หากมองดีๆ ลักษณะการสร้างคะแนนความนิยมระหว่างสองพรรคการเมืองก็มีแนวทางผิดแผกกัน

ขณะที่เพื่อไทยมาแบบแน่นๆ เรื่อยๆ สม่ำเสมอ โดยมีตัวอย่างชัดเจน คือ การทำงานในพื้นที่เป็นระยะเวลาต่อเนื่องยาวนาน 17 ปี (ไม่ว่าจะมีตำแหน่งหรือไม่มีตำแหน่ง ส.ส.) ของ “สุรชาติ เทียนทอง”

ก้าวไกลกลับรู้จักวิธีการสร้าง “เมจิก โมเมนต์” บนเวทีหาเสียง ไม่ว่าจะเป็นการหลั่งน้ำตาให้แก่ความไม่เป็นธรรมในสังคมของ “เพชร กรุณพล” เรื่อยไปถึงการปลดปล่อยวลี “ปัดโถ่ว!” ของ “พิธา ลิ้มเจริญรัตน์” ซึ่งชวนให้นึกถึงมนต์ขลังแบบ “ประชาธิปัตย์” ในยุคสมัยหนึ่ง

อย่างไรก็ดี การแข่งขันขับเคี่ยวผ่านคูหาเลือกตั้งกลับลงเอยด้วย “มิตรภาพ” ซึ่งสำแดงผ่านจุดยืน-ถ้อยแถลงของหัวหน้าพรรคการเมืองทั้งสองพรรค และผู้สมัครที่ได้คะแนนเป็นอันดับ 1-2 ในสนามแข่งขัน

กระนั้นก็ดี ความเป็นมิตรระหว่างพรรคและสถานการณ์ “วิน-วิน” สำหรับเพื่อไทย-ก้าวไกล ที่หลักสี่และจตุจักร คล้ายจะไม่สามารถเจือจางบรรยากาศ “ความไม่ไว้เนื้อเชื่อใจ” ของบรรดา “ติ่ง/แฟนคลับ” ในโลกออนไลน์ลงได้

ภาวะขัดแย้งระหว่าง “ติ่งแดง” กับ “ติ่งส้ม” จึงกลายเป็นลักษณะสามัญปกติของการเมืองไทยร่วมสมัยไปแล้ว

ในบริบทที่พรรคการเมืองหลักฝ่ายประชาธิปไตย ซึ่งมีทั้ง “จุดร่วม” และ “จุดต่าง” จำเป็นต้องลงแข่งในสนามเดียวกัน และต่างฝ่ายต่างมีผู้สนับสนุน ซึ่งเชื่อมั่นหนักแน่นต่อพรรคการเมืองพรรคใดพรรคหนึ่ง

ต่อให้การรัฐประหารหรือการยุบพรรคการเมืองก็อาจไม่สามารถทำลายสภาวะ “ความเป็นปฏิปักษ์” ภายในขั้วประชาธิปไตย (ที่หลากหลายยิ่งกว่าเดิม) ได้



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

การเลือกตั้งกลางเทอมอเมริกัน | สุรชาติ บำรุงสุข
ภาวะผู้นำแบบพ่อมด Oz
520 วันบันทึกของคำจากลา ในโลกหลังกำแพง (27)
Songs in the Key of Life : แด่นายดำ นามสกุลเรย์
การปฏิวัติวัฒนธรรมจีน ภาพสะท้อน จากวรรณกรรมร่วมสมัย ‘กี่เพ้า’
เสียงคุณภาพต่ำ กับความชอกช้ำใจสูง
การอ่านหนังสือในวันที่มี AI
มหกรรมหนังสือฯ หลังวิกฤตท่วม ‘คนยังมาวันละแสน’ ณัฐกร วุฒิชัยพรกุล นายกสมาคมผู้จัดพิมพ์ฯ พอใจแต่ห่วงอนาคต
‘ไตรภพ’ เปิดปัญหาสังคมไทย ‘3 ความอ่อนแอ’ ที่เรายังแก้ไม่ตก!
เดิมพันกลาโหม ‘ร้อยเอก’ วัดพลัง ‘พลโท’ แกะรอยสัมพันธ์ ‘บิ๊กดุลย์’ น้องเทพ ตัวจริง ผนึก แผง ตท.26 จับตา รบพิเศษ ส่ง ‘บิ๊กเต้-รองเอิร์ธ’ จ่อ ทบ.1
E-DUANG | “หวอด”การเมืองจาก ภาคใต้ กระดานหก แยกคอนางหงส์
รมช.เกษตร ยัน ประเทศไทยมีความอุดมสมบูรณ์ ไม่จำเป็นต้องกักตุนอาหารตามต่างประเทศ