bg-single

พลังของ ‘จำนวน’ ในระบอบประชาธิปไตย / ของดีมีอยู่ : ปราปต์ บุนปาน

27.02.2022

ของดีมีอยู่

ปราปต์ บุนปาน

 

พลังของ ‘จำนวน’

ในระบอบประชาธิปไตย

 

แม้เรื่อง “จำนวน” แบบเพียวๆ อาจมิใช่แก่นสาร-แก่นแท้เพียงประการเดียว หรือมิได้เป็นปัจจัยหลักที่บ่งชี้ “คุณภาพ” ของระบอบประชาธิปไตย

แต่ความมาก-น้อยของ “จำนวน” ก็เป็นเครื่องมือชี้วัดเชิง “ปริมาณ” ที่มีความสำคัญ สำหรับระบอบการปกครอง ซึ่ง “อำนาจ” ควรจะถูกครอบครองร่วมกันโดยประชาชนหลายสิบล้านคน

ไม่ว่าจะเป็น “จำนวน” ของคะแนนเสียงเลือกตั้ง “จำนวน” ส.ส.ในสภา “จำนวน” เสียงสนับสนุน-คัดค้านรัฐบาล

เรื่อยไปถึง “จำนวน” ของการระดมกำลังทุน-กำลังทรัพย์ เพื่อใช้ในการดำเนินงานหรือกิจกรรมทางการเมืองประเภทต่างๆ ทั้ง “บนดิน” และ “ใต้ดิน”

 

ที่ผ่านมา การระดมทุนทางการเมือง มักถูกประเมินให้เป็นกิจการหรือกระบวนการสานสายสัมพันธ์-ประสานประโยชน์ ระหว่างชนชั้นนำ กลุ่มทุนใหญ่ และเครือข่ายคอนเนคชั่นต่างๆ ซึ่งอยู่นอกเหนือและเกินกำลังศักยภาพของราษฎรคนเล็กคนน้อยทั่วไป

เครื่องมือการต่อสู้กันด้วย “จำนวน” สองช่องทางหลักๆ ที่สามัญชนคนธรรมดาพอจะฉวยใช้ได้ในสองทศวรรษหลัง ก็คือ การสู้ผ่าน “จำนวนคะแนนเสียง” ในหีบบัตรเลือกตั้ง และการสู้ผ่าน “จำนวนผู้ชุมนุม” บนท้องถนน

แต่ที่เราแทบไม่ค่อยพบเห็น ก็คือ การแสดงพลังของคนตัวเล็กๆ ในสังคม ผ่านการระดมกำลังทุนหรือกำลังเงิน

มิหนำซ้ำ คนส่วนใหญ่ของประเทศนี้ยังมักถูกเหมารวมตีค่าประทับตราว่าเป็นพลเมืองที่ชอบ “ขายเสียง” และถูกซื้อได้ง่ายๆ ด้วย “นโยบายประชานิยม” หรือไม่ก็เป็นเพียง “ม็อบรับจ้าง”

 

อย่างไรก็ดี มีความเปลี่ยนแปลงบางด้านก่อตัวขึ้นในช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมา

ความเปลี่ยนแปลงข้อแรกปรากฏตัวผ่านเงินอุดหนุนจำนวน 30 ล้านบาท ที่กองทุนเพื่อพัฒนาพรรคการเมืองจัดสรรให้ “พรรคก้าวไกล” ในปี 2565

“จำนวนเงิน 30 ล้านบาท” ดังกล่าว วางพื้นฐานอยู่บน “เงินอุดหนุนภาษีพรรคการเมือง” ที่ประชาชนผู้เสียภาษีสามารถเลือกบริจาคให้แก่พรรคการเมืองที่ตนเองชื่นชอบ-สนับสนุนได้

นี่คือปรากฏการณ์ที่หลายคนตีความตรงกันว่า ณ ปัจจุบัน “พรรคก้าวไกล” คือพรรคการเมือง ซึ่งสามารถครองใจมนุษย์เงินเดือน-คนชั้นกลางในเมืองไว้ได้มากที่สุด

ความเปลี่ยนแปลงประการถัดมา เพิ่งเกิดขึ้นสดๆ ร้อนๆ ในกรณีที่ “กองทุนราษฎรประสงค์” ประกาศรับเงินบริจาค เพื่อนำไปประกันตัว “อานนท์ นำภา” และ “เพนกวิน พริษฐ์ ชิวารักษ์”

แม้ท้ายสุด อานนท์จะยังไม่ได้รับอิสรภาพ ทว่า ปรากฏการณ์ข้างเคียงที่ได้รับความสนใจจากสังคม ก็คือ ยอดเงินในบัญชีธนาคารของ “กองทุนราษฎรประสงค์” ซึ่งพุ่งทะยานขึ้นจากหลัก 2 ล้านบาท ไปสู่หลัก 10 ล้านบาท ภายในเวลาแค่ 3 ชั่วโมง ของช่วงค่ำวันที่ 22 กุมภาพันธ์

“ผศ.ดร.ชลิตา บัณฑุวงศ์” หนึ่งในผู้ถือบัญชี “กองทุนราษฎรประสงค์” เปิดเผยข้อมูลว่า จำนวนคนที่บริจาคเงินเข้ามาจนทะลักล้นไม่ทันชั่วข้ามคืนนั้น มีมากมายมหาศาลนับพันหน้ากระดาษเอสี่

หมายความว่าเงินบริจาคส่วนใหญ่ คือ เงินก้อนเล็กๆ ที่ได้รับการสมทบทุนจากบรรดาผู้บริจาครายย่อยๆ หรือเป็นพลังเงินของเหล่าคนเล็กคนน้อยนั่นเอง

หากถามว่า “จำนวนเงินหลักสิบล้าน” ที่ประชาชนจำนวนมากบริจาคให้ “พรรคก้าวไกล” และ “กองทุนราษฎรประสงค์” นั้นมีความยิ่งใหญ่เพียงใดในเชิง “ปริมาณ” ?

ถ้ามองในสายตาของทุนใหญ่ เจ้าของธุรกิจขนาดยักษ์ ตลอดจนชนชั้นนำ-นักการเมืองมากคอนเนคชั่น “เงินจำนวนเท่านี้” อาจไม่ได้มีมูลค่าที่สูงมากมายนัก

เพราะเพียงแค่กระดิกนิ้วหรือพูดคุยกันภายในเครือข่ายเส้นสายระดับสูง “เงินจำนวนมากกว่านี้” ก็อาจหลั่งไหลเข้าสู่กระเป๋าของพวกเขาโดยง่ายดาย

อย่างไรก็ตาม “เงินหลักสิบล้าน” ที่ระดมทุนมาจากคนชั้นกลาง-มนุษย์เงินเดือน ซึ่งเชื่อมั่นในพรรคการเมืองใหม่พรรคหนึ่ง หรือ “เงินหลักสิบล้าน” ซึ่งราษฎรแบ่งปันมาช่วยเหลือราษฎรด้วยกัน นั้นแฝงไว้ด้วยนัยยะสำคัญทางการเมืองบางประการ

กล่าวคือทั้งหมดเป็นการระดมกำลังทรัพย์ ผ่านภราดรภาพ ความไว้เนื้อเชื่อใจ ความไว้วางใจ ความห่วงใย ความรัก และความศรัทธา ซึ่งผู้คนที่ไม่ได้มีอำนาจมากมายนักในสังคม พยายามส่งมอบให้กัน

แม้การระดมทุนของเหล่าผู้มีอำนาจบนยอดพีระมิด อาจจะทำได้ง่ายกว่าและรวบรวมเงินได้เยอะกว่า แต่ “เงินมหาศาลจำนวนนั้น” ก็มิได้วางฐานอยู่บนภราดรภาพของ “คนที่เท่ากัน” หากเป็นการหมุนเวียนถ่ายเททรัพย์สินภายในแวดวง “คนจำนวน 1 เปอร์เซ็นต์ในสังคม”

จุดนี้แหละ ที่ “เงินหลักสิบล้าน” ซึ่งถูกบริจาคเข้าบัญชี “พรรคก้าวไกล” และ “กองทุนราษฎรประสงค์” ได้สร้างความประหวั่นพรั่นพรึงให้แก่ผู้มีอำนาจ

เพราะนี่คือ “จำนวน/ปริมาณ” อันแสดงให้เห็นถึงพลัง (บางส่วน) ของ “คน 99 เปอร์เซ็นต์ในสังคม”

นี่คือ “จำนวน/ปริมาณ” ที่แสดงให้เห็นถึงขอบเขตการต่อสู้แบบใหม่ ซึ่งต่อขยายมาจากการลงคะแนนเสียงเลือกตั้ง และการออกมารวมตัวในพื้นที่สาธารณะ



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

การเลือกตั้งกลางเทอมอเมริกัน | สุรชาติ บำรุงสุข
ภาวะผู้นำแบบพ่อมด Oz
520 วันบันทึกของคำจากลา ในโลกหลังกำแพง (27)
Songs in the Key of Life : แด่นายดำ นามสกุลเรย์
การปฏิวัติวัฒนธรรมจีน ภาพสะท้อน จากวรรณกรรมร่วมสมัย ‘กี่เพ้า’
เสียงคุณภาพต่ำ กับความชอกช้ำใจสูง
การอ่านหนังสือในวันที่มี AI
มหกรรมหนังสือฯ หลังวิกฤตท่วม ‘คนยังมาวันละแสน’ ณัฐกร วุฒิชัยพรกุล นายกสมาคมผู้จัดพิมพ์ฯ พอใจแต่ห่วงอนาคต
‘ไตรภพ’ เปิดปัญหาสังคมไทย ‘3 ความอ่อนแอ’ ที่เรายังแก้ไม่ตก!
เดิมพันกลาโหม ‘ร้อยเอก’ วัดพลัง ‘พลโท’ แกะรอยสัมพันธ์ ‘บิ๊กดุลย์’ น้องเทพ ตัวจริง ผนึก แผง ตท.26 จับตา รบพิเศษ ส่ง ‘บิ๊กเต้-รองเอิร์ธ’ จ่อ ทบ.1
E-DUANG | “หวอด”การเมืองจาก ภาคใต้ กระดานหก แยกคอนางหงส์
รมช.เกษตร ยัน ประเทศไทยมีความอุดมสมบูรณ์ ไม่จำเป็นต้องกักตุนอาหารตามต่างประเทศ