bg-single

‘8 ปี’ ในอารมณ์ความรู้สึกของผู้คน / ของดีมีอยู่ : ปราปต์ บุนปาน

14.08.2022

ของดีมีอยู่

ปราปต์ บุนปาน

 

‘8 ปี’ ในอารมณ์ความรู้สึกของผู้คน

 

ประเด็นว่าด้วยการครบวาระ 8 ปี ในการดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา อาจไม่ได้ข้องเกี่ยวกับปัญหาเชิงเทคนิคของการเขียนกฎหมาย หรือวิธีการตีความรัฐธรรมนูญ ตลอดจนการเดินเกมระหว่างชนชั้นนำทางการเมืองทุกฝ่าย เพียงเท่านั้น

ทว่า คำถามที่สำคัญไม่แพ้กัน (หรืออาจสำคัญกว่า) ก็คือ สภาพสังคมการเมืองไทยในช่วง 8 ปีที่ผ่านมา ได้นำไปสู่อารมณ์ความรู้สึกแบบใดของผู้คนส่วนใหญ่?

 

8 ปีที่ยาวนานเกินความคาดหวัง

ย้อนไปในปี 2557 ไม่ว่าจะยอมรับหรือคัดค้านรัฐประหาร หลายคนล้วนมองออกว่า การเข้ามายึดอำนาจของ พล.อ.ประยุทธ์ และ คสช.นั้นมี “หน้าที่” (ฟังก์ชั่น) บางอย่างในทางการเมือง ท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงใหญ่ครั้งสำคัญ

แต่ไม่มีใครคาดคิดหรอกว่า พล.อ.ประยุทธ์ จะอยู่ในอำนาจนานถึง 8 ปี หรือพยายามยื้ออำนาจไว้เนิ่นนานขนาดนี้

เป็นช่วงเวลาอันยาวนาน เสียจนกระทั่ง “หน้าที่แรกสุด” เพียงประการเดียว ไม่สามารถประคับประคองความชอบธรรมทางการเมืองของนายกรัฐมนตรีเอาไว้ได้

“กองเชียร์บิ๊กตู่” จำนวนหนึ่งจึงเริ่มคาดหวังว่า นายกฯ ของพวกเขาควรจะทำ “หน้าที่ประเภทอื่นๆ” ได้ดีด้วย

แต่ความเป็นจริงกลับดำเนินไปในทิศทางตรงกันข้าม และคุณประโยชน์ที่จำกัดจำเขี่ยของผู้นำประเทศ ก็ยิ่งช่วยขับเน้นให้คนหลายกลุ่มตระหนักคล้ายๆ กันว่า นายกรัฐมนตรีคนนี้อยู่ในตำแหน่งนานเกินไปแล้ว

 

8 ปีที่ปราศจากความเปลี่ยนแปลง

แม้หลายคนจะเปรียบเทียบ “8 ปีของ พล.อ.ประยุทธ์” กับ “8 ปีของ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์” แต่อย่างน้อย เรามิอาจปฏิเสธได้ว่า ใน “ยุคเปรม” มีพัฒนาการสำคัญทางการเมืองและเศรษฐกิจเกิดขึ้นในประเทศไทย ไม่ว่าจะด้วยความสามารถของรัฐบาลเอง และ/หรือปัจจัยภายนอกอื่นๆ ที่เกื้อหนุนก็ตาม

แต่ “8 ปีของ พล.อ.ประยุทธ์” ไม่ได้ก่อให้เกิดสภาวการณ์เช่นนั้น ในทางกลับกัน การเมืองไทยกลับถอยหลังลงคลองจากช่วงทศวรรษ 2540 การบริหารประเทศถูกขับเคลื่อนด้วยรัฐราชการ แม้ทุนใหญ่ๆ จะร่ำรวยขึ้นชนิดก้าวกระโดด ทว่า โครงสร้างพื้นฐานทางเศรษฐกิจกลับไม่ได้รับการพัฒนาอย่างเป็นระบบและเห็นภาพชัดเจน

ยิ่งพอต้องประสบกับภาวะ “โควิดระบาด” ต่อเนื่องหลายปี ความหวังของคนเล็กคนน้อยและผู้ประกอบการระดับกลางจำนวนมากก็ยิ่งมอดดับไป

 

8 ปีที่คลี่เผยปัญหาใต้พรม

การย้อนยุคของรัฐไทยโดยรวม การดำรงอยู่ของรัฐบาลประยุทธ์ และการยุบทำลายทางเลือกทางการเมืองของคนรุ่นใหม่ ได้ปลุกพลังขบถของเหล่าเยาวชน ให้ลุกฮือขึ้นมาตั้งคำถามแหลมคมใส่ “ระบอบอำนาจ” ทั้งแผง

นี่คือมรดกตกทอดของความขัดแย้งตั้งแต่ปลายทศวรรษ 2540 ที่ค่อยๆ คลี่คลายขยายตัวจากการปะทะกันระหว่างคนเมืองกับคนชนบท หรือคนเสื้อเหลือง/เป่านกหวีดกับคนเสื้อแดง

มาสู่อาการตื่นตัวกระตือรือร้นและการหันไปหาแนวคิดก้าวหน้าของลูกหลานคนชั้นกลาง-คนชั้นสูงในเขตเมือง ที่ไม่แน่ใจว่า สังคมไทยแบบที่เห็นอยู่นี้คือสังคมที่พวกเขาใฝ่ฝันถึงจริงๆ หรือ? การเมืองไทยแบบนี้คือการเมืองสำหรับพวกเขาจริงๆ หรือ?

เวลาเราบอกว่ามีความแตกแยกเกิดขึ้นในหมู่ “ชนชั้นนำ” นั่นอาจไม่ได้กินความเพียงแค่การทะเลาะเบาะแว้งกันระหว่างผู้มีอำนาจอายุเกิน 60 ปี

แต่อาจหมายถึงปรากฏการณ์ที่ลูกหลานของบุคคลในแวดวงอำนาจเหล่านั้น เริ่มรู้สึกแปลกแยกกับพ่อแม่ปู่ย่าตายายของตนเอง และไม่อยากสืบทอดวิธีการใช้อำนาจ-แสวงหาผลประโยชน์ของคนรุ่นก่อนอีกแล้ว

8 ปีที่ย้อนกลับไปหาความฟอนเฟะในสถาบันการเมือง

ด้านหนึ่ง การเลือกตั้งปี 2562 ได้ช่วยยืนยันหนักแน่นว่าพรรคการเมืองฝ่ายประชาธิปไตยยังได้รับคะแนนนิยมสูงสุด แถมมีพรรคประชาธิปไตยทางเลือกใหม่สามารถแจ้งเกิดได้อีก 2-3 พรรค ขณะเดียวกัน เราก็เริ่มมองเห็นที่ทางของคนรุ่นใหม่ในสถาบันการเมือง

แต่อีกด้าน การเมืองไทยหลังปี 2562 ก็แสดงให้เห็นว่าคะแนนเสียงของประชาชนสามารถถูกบิดเบือนเจตนารมณ์ได้ด้วยกลไกทางรัฐธรรมนูญ จนนำไปสู่การเกิดรัฐบาลผสมเกินสิบพรรค เกิดเรื่องเล่าว่าด้วย “ลิงกินกล้วย” และ “งูเห่า” ส่วนพรรคเล็กหนึ่งเสียงจำนวนมาก ก็กลายเป็นทั้งปัจจัยพลิกผันและตัวตลก (ร้าย) ทางการเมือง

น่าเศร้าใจที่ว่าความผันผวนนานัปการ (ล่าสุดคือการเปลี่ยนกติกาเลือกตั้งไปมา) และการต่อรอง-แลกรับประโยชน์กันอย่างโจ่งแจ้งของนักการเมืองบางส่วนนั้น ล้วนบังเกิดขึ้นเพื่อค้ำจุนคณะผู้ครองอำนาจให้มีสถานภาพมั่นคงดังเดิม

 

8 ปีที่นำไปสู่ความหวัง

ความรู้สึกว่า พล.อ.ประยุทธ์ อยู่ในอำนาจยาวนานเกินไป ย่อมบีบให้ประชาชนต้องพยายามเสาะหาช่องทางของการเปลี่ยนแปลงด้วยมือพวกเขาเอง

ความเปลี่ยนแปลงดังกล่าวเริ่มปรากฏชัดขึ้นเรื่อยๆ ผ่านผลการเลือกตั้งซ่อมระยะหลัง รวมถึงผลเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. ที่ส่งสารหนักแน่นว่า คนเมืองส่วนใหญ่คิดเห็นอย่างไรกับรัฐบาลและนายกฯ และพวกเขากำลังปรารถนา “ผู้นำใหม่” แบบไหน

ตลอดจนผลโพลการเมืองของหลายสำนัก ที่บ่งบอกว่าผู้คนจำนวนมากกำลังเอือมระอาอึดอัดกับ “ห้วงเวลา 8 ปีที่ผ่านมา”

อารมณ์ความรู้สึกของประชาชน และปรากฏการณ์แห่งความเปลี่ยนแปลงเหล่านี้นี่แหละ ที่เป็นมาตรวัดอันแท้จริงว่า อนาคตทางการเมืองของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ควรดำเนินไปสู่ทิศทางใด? •



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

การเลือกตั้งกลางเทอมอเมริกัน | สุรชาติ บำรุงสุข
ภาวะผู้นำแบบพ่อมด Oz
520 วันบันทึกของคำจากลา ในโลกหลังกำแพง (27)
Songs in the Key of Life : แด่นายดำ นามสกุลเรย์
การปฏิวัติวัฒนธรรมจีน ภาพสะท้อน จากวรรณกรรมร่วมสมัย ‘กี่เพ้า’
เสียงคุณภาพต่ำ กับความชอกช้ำใจสูง
การอ่านหนังสือในวันที่มี AI
มหกรรมหนังสือฯ หลังวิกฤตท่วม ‘คนยังมาวันละแสน’ ณัฐกร วุฒิชัยพรกุล นายกสมาคมผู้จัดพิมพ์ฯ พอใจแต่ห่วงอนาคต
‘ไตรภพ’ เปิดปัญหาสังคมไทย ‘3 ความอ่อนแอ’ ที่เรายังแก้ไม่ตก!
เดิมพันกลาโหม ‘ร้อยเอก’ วัดพลัง ‘พลโท’ แกะรอยสัมพันธ์ ‘บิ๊กดุลย์’ น้องเทพ ตัวจริง ผนึก แผง ตท.26 จับตา รบพิเศษ ส่ง ‘บิ๊กเต้-รองเอิร์ธ’ จ่อ ทบ.1
E-DUANG | “หวอด”การเมืองจาก ภาคใต้ กระดานหก แยกคอนางหงส์
รมช.เกษตร ยัน ประเทศไทยมีความอุดมสมบูรณ์ ไม่จำเป็นต้องกักตุนอาหารตามต่างประเทศ