bg-single

วัฒนธรรม ‘แฟนด้อม’ กับการเมืองไทยและการเลือกตั้ง 2566 | ปราปต์ บุนปาน

08.04.2023

อธิบายให้เข้าใจกันอย่างง่ายๆ คร่าวๆ วัฒนธรรม “แฟนด้อม” คือ การรวมตัวของเหล่าแฟนคลับ (โดยมากมักเป็นวัยรุ่นหญิง) เพื่อมาพูดคุย ทักทาย ซัพพอร์ต (ทั้งด้วยอาหาร ช่อดอกไม้ หรือของขวัญ) ให้กำลังใจ และช่วยกระพือความนิยม แก่บุคคลสาธารณะที่ตนเองชื่นชมชื่นชอบ ทั้งในขอบเขตของโลกออฟไลน์และออนไลน์

วัฒนธรรมประเภทนี้ก่อตัวขึ้นจากความนิยมที่บรรดาวัยรุ่นมีต่อดาราในมหรสพความบันเทิงร่วมสมัยแขนงต่างๆ ตั้งแต่เค-ป๊อป ซีรีส์เกาหลี จนถึงซีรีส์วายไทย

ปลายเดือนมีนาคมที่ผ่านมา เพิ่งมีโอกาสไปแสวงหา-ซึมซับประสบการณ์ใหม่ๆ ในงาน “แฟตมีตติ้ง” ของดาราซีรีส์วายสามคู่ หกคน

“ความรู้ใหม่” ที่ได้มาในวันนั้น ก็คือ สารัตถะของงานแฟนมีตติ้งต่างๆ นั้นไม่ใช่โชว์ร้องเพลง-เล่นเกมของดาราวาย แต่เป็นช่วงเวลาถ่ายรูป-จับมือ รวมทั้งการพบปะพูดคุยระหว่างดาราคู่จิ้นกับแฟนด้อมของพวกตนที่แบ่งแยกกันเป็น “บ้านๆ” หลังกิจกรรมทุกอย่างบนเวทีสิ้นสุดลงแล้วมากกว่า

 

ตัดกลับมาที่เรื่องวัฒนธรรม “แฟนด้อม” กับการเมืองไทยในทศวรรษ 2560

พลังของแฟนด้อมปรากฏขึ้นครั้งแรกอย่างน่าตื่นตาตื่นใจ พร้อมแฮชแท็ก #ฟ้ารักพ่อ ก่อนการเลือกตั้งทั่วไป 2562 ซึ่งก่อตัวเป็นกระแสความนิยมที่คนรุ่นใหม่มีต่อ “ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ” และนำไปสู่คะแนนเสียงที่มากมายเกินความคาดคิดของพรรคอนาคตใหม่

แฟนด้อมการเมืองไทยยังผูกติดอยู่กับพรรคอนาคตใหม่ภายหลังการเลือกตั้งครั้งนั้น แม้ธนาธร (พ่อของฟ้า) จะถูกกีดกันออกจากสภาผู้แทนราษฎรก็ตาม

เช่น ในทวิตเตอร์จะมีแฮชแท็ก #คูมไหมไหม ที่ถูกปั่นโดยวัยรุ่นหญิงจำนวนไม่น้อย ซึ่งแสดงความชื่นชมต่อ “ศิริกัญญา ตันสกุล” ส.ส.บัญชีรายชื่อ ที่มีความรู้ด้านเศรษฐกิจ

ศิริกัญญาเคยยอมรับกับสื่อมวลชนว่า แรกๆ เธอแปลกใจเหมือนกันที่อยู่ดีๆ ตนเองก็มีแฟนด้อม ทั้งในโซเชียลมีเดียและที่บุกเข้ามาเจอตัวเธอในโลกความจริง พร้อมกับซื้อขนมนมเนยมาฝาก

ไม่แน่ใจว่าทำไม พอเวลาผันผ่าน กระแสแฟนด้อมของพรรคอนาคตใหม่/ก้าวไกลจึงค่อยๆ เสื่อมคลายจางหายไป

ส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะการยุบพรรคอนาคตใหม่ ได้ส่งผลให้นักการเมืองหน้าใหม่บางคนที่มีฐานแฟนด้อมอยู่บ้าง ถูกตัดสิทธิ์ทางการเมือง

ส่วนนักการเมืองรุ่นใหม่บางคนก็ต้องขยับขึ้นไปทำงานบริหารจัดการพรรคท่ามกลางวิกฤตการณ์หนักๆ จนไม่มีเวลารักษาหรือขยายฐานแฟนด้อมของตนเอง

ยิ่งกว่านั้น นักการเมืองบางรายก็อาจไม่ได้ชอบสื่อสารเรื่องกุ๊กกิ๊กในโซเชียลมีเดียกับ “น้องๆ แฟนด้อม” อยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน และไม่ได้พร้อมจะเสียสละเวลาหลายนาทีหรือเป็นชั่วโมง เพื่อเซอร์วิสน้องๆ จำนวนมาก ที่ตามมากรี๊ดมาซัพพอร์ตตนเองในพื้นที่สาธารณะต่างๆ

 

พร้อมๆ กับที่เกิดปรากฏการณ์ม็อบเยาวชน “สามนิ้ว” ซึ่งส่งสาร-ยื่นข้อเรียกร้องแหลมคมต่อสังคมการเมืองไทยร่วมสมัย

วัฒนธรรมแฟนด้อมทางการเมือง อันเป็นกิจกรรมการเมืองอีกเฉดสีหนึ่งของวัยรุ่นไทยยุคปัจจุบัน ก็ค่อยๆ ขยับเคลื่อนไปหานักการเมืองหญิงรุ่นใหม่บางคนในพรรคเพื่อไทย

ที่โดดเด่นชัดเจนสุด คือ กรณีของ “จิราพร สินธุไพร” อดีต ส.ส.ร้อยเอ็ด และ “ธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์” อดีต ส.ส.กรุงเทพฯ ที่ก่อกระแส #พี่อิ่มน้องน้ำ ขึ้นมา จากโซเชียลมีเดียสู่โลกความเป็นจริง

ในช่วงใกล้เลือกตั้ง ถ้าเวทีดีเบตไหนได้หนึ่งในสองคนนี้ไปร่วมขึ้นเวที ก็จะมีวัยรุ่นหญิงตามไปฟังจำนวนมากและแสดงพลังส่งเสียงกรี๊ดข่มขวัญตัวแทนพรรคการเมืองอื่นๆ ชนิดที่ถ้าใครอ่อนพรรษาทางการเมืองและไร้ประสบการณ์การสื่อสารกับสาธารณะ ก็ย่อมต้องหวั่นไหวในหัวใจกันบ้าง

นี่คืออาวุธทางการเมืองประเภทใหม่ๆ ซึ่งหลายฝ่ายเชื่อว่าจะช่วยให้พรรคเพื่อไทยสามารถแบ่ง/แย่งคะแนนของนิวโหวตเตอร์-คนรุ่นใหม่จากพรรคก้าวไกลมาได้อย่างเป็นกอบเป็นกำ

 

โดยส่วนตัว ยังไม่กล้าจะสรุปหรือฟันธงอะไรในประเด็นว่าด้วยวัฒนธรรมแฟนด้อมทางการเมืองและการเลือกตั้ง 2566

มีแค่คำถามจำนวนหนึ่งวนเวียนอยู่ในหัว อาทิ

แท้จริงแล้ว อะไรคือสาเหตุหลักๆ ที่ทำให้เหล่าแฟนด้อมการเมืองค่อยๆ เคลื่อนตัวจากอนาคตใหม่/ก้าวไกล มาสู่เพื่อไทย?

พลังของ “แฟนด้อม” กับศักยภาพของ “โหวตเตอร์” นั้นคือสิ่งเดียวกันหรือไม่?

แฟนด้อมที่สนับสนุนนักการเมืองบางรายของพรรคการเมืองหนึ่ง จะลงคะแนนเสียงเลือกผู้สมัคร ส.ส.เขต (ซึ่งอาจไม่ใช่นักการเมืองที่ตนเองซัพพอร์ต) และ ส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อของพรรคการเมืองนั้น เสมอไปหรือไม่?

ผมยังไม่พบสื่อมวลชนสำนักไหนที่เข้าไปพูดคุยกับบรรดาแฟนด้อมนักการเมืองรุ่นใหม่อย่างจริงจัง ว่าพวกเธอ (หรือเขา) มีความคิด-มุมมองต่อสังคมการเมืองไทยอย่างไร? เข้มข้นขนาดไหน? (แฟนด้อมเหล่านี้มอง “ตะวัน-แบม” อย่างไร?, อยากให้มีการแก้ไข ม.112 หรือไม่?, คิดอย่างไรกับนักการเมืองพรรคพลังประชารัฐที่เพิ่งย้ายเข้าหรือย้ายกลับพรรคเพื่อไทย?)

อีกประเด็นที่ผมเฝ้ามองด้วยความสงสัย ก็คือ แฟนด้อมทางการเมือง “บ้าน” หนึ่งๆ นั้นก่อตัวขึ้นมาได้อย่างไร? ด้วยเหตุผลอะไรบ้าง? เช่น ทันทีที่ “กานต์กนิษฐ์ แห้วสันตติ” อดีต ส.ส.กรุงเทพฯ ย้ายจากพลังประชารัฐมาเพื่อไทย ทำไมคุณกานต์กนิษฐ์จึงมีแฟนด้อมส่วนตัวเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วฉับพลัน (แบบที่ไม่เคยมีมาก่อนสมัยอยู่พรรคเก่า)?

หรือทำไมนักการเมืองหญิงเพื่อไทยบางคน ที่มีอุดมการณ์มั่นคงหนักแน่น อภิปรายในสภาได้ดี และถึงพร้อมด้วยรูปสมบัติ เช่น “ทัศนีย์ บูรณุปกรณ์” จากเชียงใหม่ ถึงไม่มีแฟนด้อมส่วนตัวบ้าง?

เอาเข้าจริง แม้กระทั่ง “อุ๊งอิ๊ง-แพทองธาร ชินวัตร” แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีที่มีคะแนนในโพลสูงมาก ก็คล้ายจะไม่มีแฟนด้อมของตนเอง •

 

 

 

 



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

การเลือกตั้งกลางเทอมอเมริกัน | สุรชาติ บำรุงสุข
ภาวะผู้นำแบบพ่อมด Oz
520 วันบันทึกของคำจากลา ในโลกหลังกำแพง (27)
Songs in the Key of Life : แด่นายดำ นามสกุลเรย์
การปฏิวัติวัฒนธรรมจีน ภาพสะท้อน จากวรรณกรรมร่วมสมัย ‘กี่เพ้า’
เสียงคุณภาพต่ำ กับความชอกช้ำใจสูง
การอ่านหนังสือในวันที่มี AI
มหกรรมหนังสือฯ หลังวิกฤตท่วม ‘คนยังมาวันละแสน’ ณัฐกร วุฒิชัยพรกุล นายกสมาคมผู้จัดพิมพ์ฯ พอใจแต่ห่วงอนาคต
‘ไตรภพ’ เปิดปัญหาสังคมไทย ‘3 ความอ่อนแอ’ ที่เรายังแก้ไม่ตก!
เดิมพันกลาโหม ‘ร้อยเอก’ วัดพลัง ‘พลโท’ แกะรอยสัมพันธ์ ‘บิ๊กดุลย์’ น้องเทพ ตัวจริง ผนึก แผง ตท.26 จับตา รบพิเศษ ส่ง ‘บิ๊กเต้-รองเอิร์ธ’ จ่อ ทบ.1
E-DUANG | “หวอด”การเมืองจาก ภาคใต้ กระดานหก แยกคอนางหงส์
รมช.เกษตร ยัน ประเทศไทยมีความอุดมสมบูรณ์ ไม่จำเป็นต้องกักตุนอาหารตามต่างประเทศ