bg-single

การเมืองแบบ ‘ฆ่าไม่ตาย’ | ปราปต์ บุนปาน

22.07.2023

ระหว่างติดตามสถานการณ์การเมืองไทยอันน่าสิ้นหวัง ก็พยายามคลายเครียดด้วยการหนีไปดูซีรีส์ญี่ปุ่นเรื่องหนึ่ง ซึ่งจะขออนุญาตไม่ระบุชื่อเรื่อง ไม่เล่าเรื่องย่อ เพราะนี่ไม่ใช่บทวิจารณ์หรือรีวิวสื่อบันเทิงใดๆ

ประเด็นหนึ่งที่รู้สึกว่าน่าสนใจขณะนั่งชมซีรีส์เรื่องนั้น ก็คือ อาการอึดอัดกับภาวะการเผชิญหน้ากันระหว่างตัวละครสองฝ่าย ได้แก่ ฝ่ายที่ใช้อำนาจกดขี่ข่มขู่ผู้อื่น กับฝ่ายถูกกระทำที่พยายามลุกขึ้นสู้และล้างแค้น

อึดอัดเพราะท่ามกลางความขัดแย้งที่หนักหนาสาหัส ตัวละครทั้งสองฝ่ายกลับไม่ได้ลงมือใช้ความรุนแรงต่อกันถึงระดับเลือดตกยางออก (ความรุนแรงขั้นสูงสุดในซีรีส์คือการทำลายสถานที่) และไม่ฆ่าแกงกัน

ทั้งๆ ที่ในบางฉาก บางสถานการณ์ ก็คล้ายจะปูทางไปสู่ปฏิบัติการฆ่าล้างฝ่ายตรงข้าม (ถ้าเป็นละครไทยหรือซีรีส์เกาหลีในแนวเดียวกัน การเข่นฆ่าอาจเกิดขึ้นแล้วหลายกรณี) แต่สุดท้าย กลับไม่มีเหตุเช่นนั้นเกิดขึ้น

ในแง่หนึ่ง ซีรีส์เรื่องนี้จึงดูเป็นการ์ตูน ไม่ค่อยเข้มข้นเร้าใจ หน่อมแน้มอย่างไรชอบกลอยู่ (คนดูชาวไทยบางส่วนจะคอมเมนต์ในโซเชียลมีเดียทำนองว่าเนื้อเรื่องมันยืดยาดเยิ่นเย้อ)

แต่อีกด้านหนึ่ง การได้เห็นตัวละครฝ่ายหนึ่งใช้อำนาจล่อลวงครอบงำคนอื่น และตัวละครอีกฝ่ายพยายามแข็งขืนท้าทายอำนาจ บนพื้นฐานของการไม่ฆ่า ก็อาจสะท้อนถึงหลักการสำคัญบางอย่าง

นั่นคือในสังคมสมัยใหม่ ที่ปกครองด้วยระบอบประชาธิปไตย มีกฎหมาย มีหลักสิทธิมนุษยชน ต่อให้ความสัมพันธ์ทางอำนาจจะเหลื่อมล้ำ-ไม่เท่าเทียมอย่างไร

คุณก็ยุติปัญหาต่างๆ ด้วย “การฆ่า” ไม่ได้

 

หันมามองความเป็นจริงในสังคมไทย

แม้ประชาธิปไตยของเราจะไม่เต็มใบ (อาจกล่าวได้ว่าเป็นระบอบการปกครองอื่น โดยสวมเสื้อคลุมประชาธิปไตยพอเป็นพิธีด้วยซ้ำ) หลักกฎหมายบิดเบี้ยวไปเยอะ หลักสิทธิมนุษยชนถูกละเมิดครั้งแล้วครั้งเล่า ส่วนความสัมพันธ์ทางอำนาจก็ไหลเอนไปทางฟากหนึ่งอย่างชัดเจน อีกทั้งยากปฏิเสธว่า เคยมีการสังหารคนด้วยจุดประสงค์ทางการเมืองเกิดขึ้น

แต่สุดท้าย เราก็แก้ไขปัญหาทางการเมืองด้วยการทำลายชีวิตคน หรือใช้ความรุนแรงปราบปรามผู้เห็นต่าง ตามอำเภอใจไปเรื่อยๆ มิได้

การประลองอำนาจในสังคมการเมืองไทยร่วมสมัยจึงมีสภาพเป็นการยื้อยุดไปมา เป็นการเมืองที่ฆ่าใครไม่ได้ ฆ่าใครไม่ตาย ไม่ต่างจากซีรีส์ที่กล่าวถึงไว้ตรงช่วงต้น

ไม่ใช่แค่การฆ่าคนทางกายภาพตามอำเภอใจไม่ได้ แต่การสังหารคน-กลุ่มคนในทางการเมือง ก็ไม่ได้นำไปสู่ชัยชนะหรือการควบคุมสภาพการณ์ได้โดยเด็ดขาดแต่อย่างใด

คุณอาจทำ “นิติสงคราม” ตัดสิทธิ์นักการเมือง ยุบพรรคการเมืองได้ คุณอาจทำรัฐประหารผ่านกองทัพหรือรัฐสภาด้วยเสียง ส.ว. และ ส.ส. (บางส่วน) เพื่อทำลายเจตจำนงของประชาชนจำนวนมากได้

แต่คุณก็จะต้องพบเจอปัญหาชุดใหม่ๆ มิรู้จบ

เมื่อฆ่าไทยรักไทย-พลังประชาชน ก็เจอเพื่อไทย

พอเหมือนจะ “บอนไซ” เพื่อไทยได้ ก็เกิดอนาคตใหม่ หลังฆ่าอนาคตใหม่ ก็ยังเกิดก้าวไกล และปลุกไฟของนักการเมืองหน้าใหม่ๆ จำนวนมาก

ครั้นคุณพยายามฆ่านักการเมืองหัวก้าวหน้าไม่ให้มีปากมีเสียงในระบบ คุณก็จะต้องปวดหัวกับการดื้อแพ่งของเยาวชนที่สื่อสารประเด็นต่างๆ อย่างแหลมคมยิ่งกว่านักการเมือง

“การฆ่าพิธา” ในกรณีล่าสุด และ “การฆ่าก้าวไกล” ในอนาคตอันใกล้ จะนำไปสู่ผลลัพธ์อะไร ยังไม่อาจคาดเดา

แต่ต่อให้คุณกวาดล้าง ส.ส.กว่า 150 ชีวิต จนหมดเกลี้ยง ทว่า คนชั้นกลาง-คนเมืองรุ่นใหม่ ต่างก็ตระหนักและพบช่องทางแล้วว่า ตนเองมีศักยภาพจะเป็นนักการเมืองระดับชาติหรือผู้นำทางการเมืองที่สร้างความเปลี่ยนแปลงได้

นี่คือผู้คนอันมากมายหลายหลากที่จะเข้ามาทดแทนพิธา-ก้าวไกล

 

เช่นเดียวกัน บรรดาผู้ถูกกดขี่ข่มเหง ถูกกลั่นแกล้งอย่างไม่เป็นธรรมหนแล้วหนเล่า ย่อมรู้สึกโกรธ บนเงื่อนไขที่พวกเขาต้องไม่ลงมือฆ่าใคร

เวลาผู้คนเหล่านี้พิมพ์ในโซเชียลมีเดียว่าอยากจับผู้มีอำนาจไปทำนารวมหรือรมแก๊ส นั่นมิได้เป็นแค่การใช้อารมณ์อย่างเพ้อเจ้อฟูมฟาย หากแต่เป็นการสะท้อนอารมณ์ความรู้สึกด้านลึกที่สุดของพวกเขา ซึ่งลงมือทำจริงๆ ไม่ได้

เวลาพวกเขาออกแคมเปญออนไลน์เพื่อแบนกิจการธุรกิจของ ส.ว. และลูกเมีย นั่นคือช่องทางที่ผู้คนเหล่านี้พอจะระบายความโกรธแค้นของตนเองออกไปได้ในโลกความจริง

โดยที่ทุกฝ่ายล้วนทราบดีว่า หากผลักความเกลียดชังไปให้สุดทาง มนุษย์เราสามารถถลำลึกไปสู่ด้านมืดกว่านั้นได้ สามารถมีพฤติกรรมชั่วร้ายยิ่งกว่านั้นได้

แต่สัญชาตญาณมืดดังกล่าวก็ถูกควบคุมไว้ด้วยหลักการ-แนวปฏิบัติต่างๆ ของสังคมสมัยใหม่

ภายใต้เงื่อนไขแบบนี้ ความขัดแย้ง-การปะทะชนทางการเมือง จึงดำเนินไปไม่ค่อยสุดทาง หากเต็มไปด้วยความน่าอึดอัด การไม่เป็นไปตามอำเภอใจ และไม่ตอบสนองความรู้สึกส่วนลึกที่สุดของคนเรา

ไม่ว่าคนผู้นั้นจะเป็นผู้ถือครองอำนาจหรือผู้เข้าไม่ถึงอำนาจก็ตาม

จุดสุ่มเสี่ยง คือ อาจมีสักคราว ที่ฝ่ายมีอำนาจเผลอใช้อำนาจของตนก่อความรุนแรงจนเกินลิมิตที่ควรจะเป็น ขณะที่ฝ่ายไร้อำนาจก็สั่งสมความโกรธ-เกลียดชังมาถึงขีดสุดพอดีเหมือนกัน

เมื่อนั้น ภาวะแตกหักจะบังเกิดขึ้น •

 

ของดีมีอยู่



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

การเลือกตั้งกลางเทอมอเมริกัน | สุรชาติ บำรุงสุข
ภาวะผู้นำแบบพ่อมด Oz
520 วันบันทึกของคำจากลา ในโลกหลังกำแพง (27)
Songs in the Key of Life : แด่นายดำ นามสกุลเรย์
การปฏิวัติวัฒนธรรมจีน ภาพสะท้อน จากวรรณกรรมร่วมสมัย ‘กี่เพ้า’
เสียงคุณภาพต่ำ กับความชอกช้ำใจสูง
การอ่านหนังสือในวันที่มี AI
มหกรรมหนังสือฯ หลังวิกฤตท่วม ‘คนยังมาวันละแสน’ ณัฐกร วุฒิชัยพรกุล นายกสมาคมผู้จัดพิมพ์ฯ พอใจแต่ห่วงอนาคต
‘ไตรภพ’ เปิดปัญหาสังคมไทย ‘3 ความอ่อนแอ’ ที่เรายังแก้ไม่ตก!
เดิมพันกลาโหม ‘ร้อยเอก’ วัดพลัง ‘พลโท’ แกะรอยสัมพันธ์ ‘บิ๊กดุลย์’ น้องเทพ ตัวจริง ผนึก แผง ตท.26 จับตา รบพิเศษ ส่ง ‘บิ๊กเต้-รองเอิร์ธ’ จ่อ ทบ.1
E-DUANG | “หวอด”การเมืองจาก ภาคใต้ กระดานหก แยกคอนางหงส์
รมช.เกษตร ยัน ประเทศไทยมีความอุดมสมบูรณ์ ไม่จำเป็นต้องกักตุนอาหารตามต่างประเทศ