ก่อนหน้านี้ ค่อนข้างเบื่อที่บุคคลสาธารณะหลายคนชอบเปรียบเทียบ “การเมืองไทยปัจจุบัน” กับ “สามก๊ก” แบบจับแพะชนแกะ ไม่ค่อยถูกฝาถูกตัว หรือบางรายอาจไม่เคยอ่าน “สามก๊ก” จริงๆ จังๆ ด้วยซ้ำ

ส่วนตัว เคยคุยเล่นกับมิตรสหายในโซเชียลมีเดียว่า การเมืองไทยตอนนี้มันมีบรรยากาศคล้ายๆ เรื่องราวในนิยายกำลังภายในเรื่อง “กระบี่เย้ยยุทธจักร” ของ “กิมย้ง” มากกว่า

มีเพื่อนคนหนึ่งเห็นด้วยและโพสต์เสริมว่า เกมชิงอำนาจทางการเมืองไทยขณะนี้ไม่ใช่สงครามยิ่งใหญ่อะไร แต่ดูเป็นการแย่งฉวยผลประโยชน์กันระหว่างหมู่ตึกต่างๆ

เพื่อนอีกคนหนึ่งถามว่า แล้วใครในสังคมการเมืองไทยที่จะรับบทเป็น “วิญญูชนจอมปลอม งักปุกคุ้ง”

ผมตอบว่า การเมืองไทยสมัยนี้น่าจะไม่มีคนอย่าง “งักปุกคุ้ง” มีแต่เพียงผู้คนจำพวกสำนัก “ซงซัว/ซงซาน” ที่แย่งชิงอำนาจ-ผลประโยชน์กันแบบไม่ต้องเสแสร้งประพฤติตนเป็นคนดีให้มากความ

ในความรับรู้ทางสาธารณะ “สังคมการเมืองไทยร่วมสมัย” กับ “กระบี่เย้ยยุทธจักร” ดูจะเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันมากขึ้น จากโพสต์เฟซบุ๊กปริศนาของ “ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ” ในค่ำคืนก่อนที่เขาจะประกาศอำลาตำแหน่งผู้อำนวยการครอบครัวเพื่อไทย ภายหลังพรรคเพื่อไทยแสดงจุดยืนชัดเจนเรื่องการจัดตั้งรัฐบาลร่วมกับพรรคสองลุง

 

กระนั้นก็ดี การเทียบเคียงการเมืองไทยกับนิยายกำลังภายในเรื่องนี้คงดูไม่ค่อยมีมิติมากนัก ถ้าเรายังวนเวียนอุปมาเปรียบเปรยโดยยึดโยงกับตัวละครดังๆ อย่าง “เหล็งฮู้ชง/เล่งฮู้ชง” และ “งักปุกคุ้ง” เป็นหลัก

เพราะยังมีตัวละครอื่นๆ และสถานการณ์อีกมากมายใน “กระบี่เย้ยยุทธจักร” ที่น่านำมาส่องสะท้อนสังคมการเมืองไทย

ฉากหนึ่งในนิยายเรื่องนี้ที่ผมประทับใจมากเป็นพิเศษ คือ เหตุการณ์ตอนที่ “ยิ่มอั้วเกี้ย” อดีตหัวหน้านิกายสุริยันจันทรา (หรือประมุขพรรคมาร) ซึ่งโดนยึดอำนาจ หวนคืนยุทธภพ แล้วบุกไปเผชิญหน้า-ประลองฝีมือกับชาวยุทธระดับชนชั้นนำฝ่ายธรรมะที่วัดเส้าหลิน/เสียวลิ้มยี่

ที่วัดเส้าหลิน ยิ่มอั้วเกี้ยเอ่ยประเมินชาวยุทธที่ตนเอง “นับถือเลื่อมใส” ว่ามีอยู่แค่ “สามคนครึ่ง”

อันดับหนึ่ง ได้แก่ “ตังฮึงปุกป่าย/ตงฟางปุ๊ป้าย” ซึ่งเป็นบุคคลที่ทำรัฐประหารแย่งชิงตำแหน่งหัวหน้านิกายไปจากเขา แถมยังจับยิ่มอั้วเกี้ยไปขังในคุกมืดใต้ทะเลสาบ

ยิ่มอั้วเกี้ยนับถือเลื่อมใสความร้ายกาจและสติปัญญาในการดำเนินกลเกมการเมืองของตังฮึงปุกป่าย

อันดับสอง คือ “เจ้าอาวาสปึงเจ่ง” แห่งเสียวลิ้มยี่ เพราะแม้จะมีพลังการฝึกปรือถึงขั้นสูงสุด แต่ก็มีจิตใจเมตตาและอ่อนน้อมถ่อมตน

อันดับสาม เป็น “ฮวงเช็งเอี้ยง/ฟงชินหยาง” สุดยอดฝีมือฝ่ายกระบี่ของสำนักฮั้วซัว/หัวซาน ที่เร้นกายหายจากยุทธภพไปนานหลายสิบปี หลังเกิดความขัดแย้งระหว่างฝ่ายกระบี่กับฝ่ายลมปราณในสำนัก

บุคคลรายสุดท้ายที่อดีตประมุขพรรคมารนับถือเลื่อมใสเพียง “ครึ่งหนึ่ง” ก็คือเจ้าสำนักบู๊ตึง “ชงฮือเต้าเจี้ยง” ที่แม้มีพลังฝีมือสูงเยี่ยม แต่มีจุดอ่อนอยู่ตรงการไม่ฝึกอบรมศิษย์ บุคลากรรุ่นถัดไปในสำนักจึงไร้ซึ่งความโดดเด่น

อย่างไรก็ตาม ต่อมา ยิ่มอั้วเกี้ยจะเพิ่มความนับถือต่อนักพรตผู้นี้ขึ้นเป็น “เจ็ดส่วน” (ยังไม่เต็มคนอยู่ดี) หลังเจ้าสำนักบู๊ตึงแสดงสปิริตยอมแพ้แก่เหล็งฮู้ชงในการประลองยุทธ โดยให้เหตุผลว่าตนเองเคยประมือกับมือกระบี่รุ่นหลังเมื่อไม่กี่วันก่อน และยังคงหาวิธีคลี่คลายทำลายเพลงกระบี่ของอีกฝ่ายไม่ได้

อดีตหัวหน้านิกายสุริยันจันทรายังบอกด้วยว่า นอกจากนั้น ก็มีชาวยุทธที่เขา “ไม่นับถือเลื่อมใส” อีก “สามคนครึ่ง” ซึ่งกิมย้งเล่นกลกับผู้อ่านด้วยการเขียนถึงตัวละครกลุ่มนี้ไว้แค่รายเดียว นั่นคือ “จ้อแนเซี้ยง” เจ้าสำนักซงซัว ซึ่งแม้จะมีฝีมือสูง ความคิดอ่านลึกซึ้ง มีปณิธานทางการเมืองอันยิ่งใหญ่ แต่กลับชอบวางแผนการชิงอำนาจแบบลับๆ ล่อๆ จนไม่น่านับถือ

ส่วนชาวยุทธ์ที่เหลือ ซึ่งไม่ติดอยู่ในกลุ่ม “สามคนครึ่งที่น่านับถือเลื่อมใส” และ “สามคนครึ่งที่ไม่น่านับถือเลื่อมใส” ก็คือ คนที่ไร้คุณค่าและไม่อยู่ในสายตาของยิ่มอั้วเกี้ยนั่นเอง

 

ท้ายสุด แม้ว่ายุทธภพใน “กระบี่เย้ยยุทธจักร” จะไม่ใช่สิ่งเดียวกับ “สังคมการเมืองไทยร่วมสมัย”

ไม่มีตัวละครรายไหนในนิยายกำลังภายในเรื่องนี้ ซึ่งเป็นภาพแทนเถรตรงของนักการเมืองไทยคนใดในโลกความจริง

แต่ฉากการประเมินค่าชาวยุทธ์ของยิ่มอั้วเกี้ยก็อาจนำไปสู่คำถามสำคัญได้ว่า หากเราลองสวมบทเป็นอดีตหัวหน้านิกายสุริยันจันทรา แล้วเดินเข้าไปยังแหล่งชุมนุมของนักการเมือง-ผู้มีอำนาจในเมืองไทยยุคปัจจุบัน

จะยังมีใครบ้างที่เราสามารถ “นับถือเลื่อมใส” ได้ แม้เพียงสัก “ครึ่งคน” ก็ยังดี?

มีใครบ้างที่เรา “ไม่สามารถนับถือเลื่อมใส” ได้?

และมีใครบ้างที่ปราศจากคุณค่าในสายตาเรา? •

 

ของดีมีอยู่ | ปราปต์ บุนปาน

 



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

การเลือกตั้งกลางเทอมอเมริกัน | สุรชาติ บำรุงสุข
ภาวะผู้นำแบบพ่อมด Oz
520 วันบันทึกของคำจากลา ในโลกหลังกำแพง (27)
Songs in the Key of Life : แด่นายดำ นามสกุลเรย์
การปฏิวัติวัฒนธรรมจีน ภาพสะท้อน จากวรรณกรรมร่วมสมัย ‘กี่เพ้า’
เสียงคุณภาพต่ำ กับความชอกช้ำใจสูง
การอ่านหนังสือในวันที่มี AI
มหกรรมหนังสือฯ หลังวิกฤตท่วม ‘คนยังมาวันละแสน’ ณัฐกร วุฒิชัยพรกุล นายกสมาคมผู้จัดพิมพ์ฯ พอใจแต่ห่วงอนาคต
‘ไตรภพ’ เปิดปัญหาสังคมไทย ‘3 ความอ่อนแอ’ ที่เรายังแก้ไม่ตก!
เดิมพันกลาโหม ‘ร้อยเอก’ วัดพลัง ‘พลโท’ แกะรอยสัมพันธ์ ‘บิ๊กดุลย์’ น้องเทพ ตัวจริง ผนึก แผง ตท.26 จับตา รบพิเศษ ส่ง ‘บิ๊กเต้-รองเอิร์ธ’ จ่อ ทบ.1
E-DUANG | “หวอด”การเมืองจาก ภาคใต้ กระดานหก แยกคอนางหงส์
รมช.เกษตร ยัน ประเทศไทยมีความอุดมสมบูรณ์ ไม่จำเป็นต้องกักตุนอาหารตามต่างประเทศ