bg-single

สองนัยยะสำคัญจากผลโพล ‘รัฐบาลเศรษฐาควรแก้ปัญหาอะไร?’

03.11.2023

หลังจากสำรวจความคิดเห็นของผู้อ่านมาตลอดเดือนตุลาคม 2566 ในที่สุด โพล “มติชนxเดลินิวส์ : รัฐบาลเศรษฐาควรแก้ปัญหาอะไร?” ก็ได้สรุปผลเบื้องต้นออกมาเสร็จเรียบร้อยแล้ว

ในภาพรวม จากผู้ตอบแบบสอบถามรวมทั้งสิ้นเกือบ 4.3 หมื่นราย มีอยู่ 60.2 เปอร์เซ็นต์ ที่คิดว่ารัฐบาลชุดนี้ควร “เร่งแก้ปัญหาเศรษฐกิจ-ปากท้อง” และ 39.8 เปอร์เซ็นต์ คิดว่ารัฐบาลควร “เร่งแก้ปัญหาการเมือง-ปฏิรูปโครงสร้างสังคม”

เมื่อพิจารณารายละเอียด ปัญหาเศรษฐกิจ-ปากท้อง ที่ผู้ตอบแบบสอบถามมองว่าควรรีบแก้ไขมากที่สุด ก็คือ ปัญหาค่าน้ำ-ค่าไฟ-ค่าน้ำมัน (ค่าครองชีพ) และปัญหาหนี้สิน ทั้งระดับครัวเรือนและสาธารณะ

อย่างไรก็ดี ในฐานะทีมงานผู้จัดทำและออกแบบโพล ขออนุญาตเสนอว่า มี “สองนัยยะสำคัญทางการเมือง” ที่ไม่ได้ปรากฏอย่างชัดเจนตรงไปตรงมา แต่ซ่อนแฝงอยู่อย่างน่าสนใจและไม่ควรละเลยเพิกเฉยในผลโพลคราวนี้

 

นัยยะแรก ต้องยอมรับว่าจำนวนผู้ร่วมตอบแบบสอบถามในโพล “มติชนxเดลินิวส์” รอบนี้ นั้นมีน้อยกว่าจำนวนผู้ตอบแบบสอบถามในโพลเลือกตั้งทั้งสองครั้ง ก่อนวันที่ 14 พฤษภาคม 2566 ซึ่งมีปริมาณผู้ตอบแบบสอบถามเฉลี่ยประมาณ 7-8 หมื่นรายต่อครั้ง

หมายความว่า มีผู้ตอบแบบสอบถามหายไปราวๆ ครึ่งหนึ่ง หรือร่วม 50 เปอร์เซ็นต์เลยทีเดียว

เราสามารถอธิบายสาเหตุของการ “หายไป” ดังกล่าว ผ่านหลายแง่มุม เช่น ผู้คนส่วนใหญ่มักมีความกระตือรือร้น-ตื่นตัวทางการเมืองลดลงเป็นธรรมดา เมื่อผ่านพ้นวันเลือกตั้ง และทราบผลการจัดตั้งรัฐบาลภายหลังการเลือกตั้งเสร็จสรรพแล้ว

แต่แง่มุมที่ไม่ควรมองข้ามเด็ดขาด ก็คือ ผู้ตอบแบบสอบถามที่ “หายไปครึ่งหนึ่ง” อาจเป็นโหวตเตอร์ที่ไม่ได้เลือกพรรคการเมืองใดในรัฐบาลชุดนี้ และไม่ใช่ผู้สนับสนุนรัฐบาลชุดนี้ ทว่า พวกเขาอาจสนับสนุนพรรคการเมืองอื่นๆ โดยเฉพาะก้าวไกล

โจทย์ใหญ่ของ “รัฐบาลเศรษฐา-เพื่อไทย” จึงมีอยู่ว่า ต้องทำอย่างไร ผู้คนที่ไม่ได้มี “ความรู้สึกร่วม” กับรัฐบาล จะรู้สึกว่าตนเองเป็นเจ้าของรัฐบาลนี้ และยังมีความคาดหวัง-ความศรัทธากับรัฐบาลชุดนี้

 

นัยยะที่สอง แน่นอนว่าผลลัพธ์เบื้องต้นของโพล “รัฐบาลเศรษฐาควรแก้ปัญหาอะไร?” ที่บ่งชี้ว่า ผู้ตอบแบบสอบถามอยากให้รัฐบาลเร่งแก้ปัญหาเศรษฐกิจ-ปากท้อง เป็นหลักนั้น มีความสอดคล้องต้องตรงกับจุดขาย-จุดยืน-ท่าทีของรัฐบาลนี้และพรรคเพื่อไทยพอดิบพอดี

ดูเหมือนผลดังกล่าวจะเข้าทาง “รัฐบาลเศรษฐา-เพื่อไทย” เป็นอย่างยิ่ง

กระนั้นก็ตาม พอพินิจพิเคราะห์ในเชิงรายละเอียด เราจะพบว่าปัญหาเศรษฐกิจสองอันดับแรกที่เป็นเรื่องใหญ่ในชีวิตของผู้ตอบแบบสอบถาม คือ เรื่องค่าน้ำ-ค่าไฟ-ค่าน้ำมัน และเรื่องหนี้สินครัวเรือน-สาธารณะ

ขณะที่นโยบาย “แจกเงินดิจิทัลวอลเล็ต 10,000 บาท” ถูกผู้ตอบแบบสอบถามประเมินว่าเป็นเรื่องเร่งด่วนลำดับสี่ มีความสำคัญน้อยกว่าการแก้ปัญหาการเกษตรเสียอีก

กล่าวได้ว่า แม้ผู้ตอบแบบสอบถามส่วนใหญ่จะเห็นด้วยกับแนวทาง “แก้ปัญหาเศรษฐกิจ-ปากท้อง” ก่อน ทว่า นโยบายเรือธงของรัฐบาลอย่าง “ดิจิทัลวอลเล็ต” กลับไม่ได้มีคุณค่าในสายตาประชาชน หรือปลุกความคาดหวัง-ความใฝ่ฝันของพวกเขามากนัก

ส่วนหนึ่ง คงเป็นเพราะคนจำนวนมากยังมีความสับสนกับนโยบายนี้ ท่ามกลางคำแถลง-คำชี้แจงที่ยังกลับไปกลับมาชวนงุนงงจากบุคลากรในฝั่งรัฐบาล

อีกส่วนหนึ่ง จากประสบการณ์ทางสังคม-เศรษฐกิจตลอดหลายปีที่ผ่านมา คนไทยอาจไม่เชื่ออีกแล้วว่า การกระตุ้นเศรษฐกิจระยะสั้นผ่านการแจกเงิน จะสามารถเปลี่ยนแปลงชีวิตความเป็นอยู่ของตนเองได้จริงและยั่งยืน

ยิ่งกว่านั้น ถ้ารัฐบาลต้องกู้เงินมาใช้จ่ายในโครงการดังกล่าว ก็จะนำไปสู่ตัวเลขหนี้สาธารณะที่เพิ่มขึ้น (ในขณะที่ผู้ตอบแบบสอบถามจำนวนมากต้องการให้รัฐบาลเร่งแก้ปัญหาหนี้สิน)

นัยยะสำคัญสองข้อนี้บ่งบอกว่า ยังมี “ภารกิจทางการเมือง” อีกไม่น้อยที่นายกรัฐมนตรี “เศรษฐา ทวีสิน” และพรรคเพื่อไทยในฐานะแกนนำรัฐบาล ต้องเร่งทำและรีบสื่อสารกับประชาชน โดยเฉพาะประชาชนที่ไม่ได้ “อยู่ข้าง” รัฐบาล •

 

 

 

 



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

การเลือกตั้งกลางเทอมอเมริกัน | สุรชาติ บำรุงสุข
ภาวะผู้นำแบบพ่อมด Oz
520 วันบันทึกของคำจากลา ในโลกหลังกำแพง (27)
Songs in the Key of Life : แด่นายดำ นามสกุลเรย์
การปฏิวัติวัฒนธรรมจีน ภาพสะท้อน จากวรรณกรรมร่วมสมัย ‘กี่เพ้า’
เสียงคุณภาพต่ำ กับความชอกช้ำใจสูง
การอ่านหนังสือในวันที่มี AI
มหกรรมหนังสือฯ หลังวิกฤตท่วม ‘คนยังมาวันละแสน’ ณัฐกร วุฒิชัยพรกุล นายกสมาคมผู้จัดพิมพ์ฯ พอใจแต่ห่วงอนาคต
‘ไตรภพ’ เปิดปัญหาสังคมไทย ‘3 ความอ่อนแอ’ ที่เรายังแก้ไม่ตก!
เดิมพันกลาโหม ‘ร้อยเอก’ วัดพลัง ‘พลโท’ แกะรอยสัมพันธ์ ‘บิ๊กดุลย์’ น้องเทพ ตัวจริง ผนึก แผง ตท.26 จับตา รบพิเศษ ส่ง ‘บิ๊กเต้-รองเอิร์ธ’ จ่อ ทบ.1
E-DUANG | “หวอด”การเมืองจาก ภาคใต้ กระดานหก แยกคอนางหงส์
รมช.เกษตร ยัน ประเทศไทยมีความอุดมสมบูรณ์ ไม่จำเป็นต้องกักตุนอาหารตามต่างประเทศ