bg-single

กลัดกระดุมผิดเม็ด

14.04.2024

หากมองจากมุมของรัฐไทยหรือโครงสร้างอำนาจส่วนบนของสังคมไทย

ดูเหมือนโจทย์ปัญหาอภิมหึมาที่สุดของสังคมการเมืองร่วมสมัย จะได้แก่การแสวงหาหนทางจัดการกับกลุ่มการเมืองที่ “ผิดแผกแปลกแยก” แต่ได้รับการยอมรับจากประชาชนมากขึ้นเรื่อยๆ อย่าง “พรรคอนาคตใหม่-ก้าวไกล”

ทุกฝ่ายต่างคาดการณ์กันได้ล่วงหน้า ว่าแนวโน้มทางการเมืองใหญ่ที่จะเกิดขึ้นหลังเทศกาลสงกรานต์ คือ การยุบพรรคก้าวไกล

เพื่อไม่ให้ประเทศ “เปลี่ยนแปลงเร็ว” เกินไป เพื่อไม่ให้ “อำนาจ-ความชอบธรรม” ไหลทะลักออกจากเงื้อมมือของผู้มีอำนาจกลุ่มเดิมๆ แบบถล่มทลายจนเกินไป

นี่เป็นปัญหาสำคัญที่ปรากฏชัดขึ้นในโลกทัศน์ของชนชั้นนำจำนวนหนึ่ง ซึ่งช่างตรงกันข้ามกับปัญหาหนักๆ อีกชุด ที่กำลังปรากฏขึ้นกับวิถีชีวิตและการรับรู้ของผู้คนจำนวนมากในสังคมไทยร่วมสมัย

 

ตลอดช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา สังคมไทยได้มองเห็นปัญหาท้าทายอยู่ 2-3 เรื่อง ซึ่งเรายังไม่รู้ชัดว่ารัฐไทยจะแก้ไขหรือรับมืออย่างไร?

เรื่องแรก คือ ปัญหา “ฝุ่นพิษ PM 2.5” ทางภาคเหนือตอนบน ซึ่งถ้าฟังคำชี้แจงของตัวแทน ครม.ท่านหนึ่ง ในการอภิปรายทั่วไป ม.152 เมื่อเร็วๆ นี้ ก็ดูเหมือนว่ารัฐ/รัฐบาลไทยจะยอมจำนน ด้วยการปล่อยให้ปัญหาดังกล่าวต้องเกิดขึ้นเป็นประจำทุกๆ ปี อย่างสาหัสขึ้นเรื่อยๆ โดยไม่รู้จะหามาตรการป้องกันหรือลดทอนปัญหาอย่างไรดี

เรื่องถัดมา คือ การค้นพบ “กากแคดเมียม” ที่ถูกลักลอบขนย้ายจากจังหวัดตาก ไปยังพื้นที่อุตสาหกรรมหลายแห่งของภาคกลางและภาคตะวันออก

นี่เป็นอีกปัญหาร้ายแรงที่สะท้อนถึงความย่อหย่อนของเจ้าหน้าที่รัฐหลายภาคส่วน ซึ่งอาจส่งผลกระทบรุนแรงต่อสุขภาพร่างกายของประชาชนในอนาคต ทว่า เรากลับยังไม่ได้รับฟังวิสัยทัศน์ในการรับมือ-จัดการกับปัญหาอย่างมีความหวังจากองคาพยพต่างๆ ของรัฐไทย

ไม่รวมถึงปัญหาใหญ่ของประเทศเพื่อนบ้านอย่างสถานการณ์การสู้รบในเมียนมา ซึ่งเผยให้เห็นถึงดุลอำนาจที่เปลี่ยนแปลงไป และพอจะมีเค้าลางแล้วว่า รัฐบาลทหาร-กองทัพกำลังอ่อนแอลง ส่วนกลุ่มชาติพันธุ์ต่างๆ กลับเข้มแข็งขึ้น จนอาจนำไปสู่จุดเปลี่ยนหลายประการในวันข้างหน้า

มีหลายคนเรียกร้องอยากเห็น “ยุทธศาสตร์ใหม่” ของรัฐไทย ซึ่งมีต่อ “พม่าที่ไม่เหมือนเดิม” เนื่องจากประเทศของเรามีแนวพรมแดนขนาดยาวติดกับประเทศของเขา แต่สุดท้าย สังคมไทยก็ยังได้รับทราบท่าทีการสงวนจุดยืนแบบเดิมๆ ผ่านคาถา “เป็นกลาง” และ “ไม่แทรกแซงกิจการภายในของประเทศอื่น”

 

ปัญหา 2-3 เรื่องนี้ บ่งชี้ว่าลำพังรัฐบาล ตลอดจนกลไก-องค์กรต่างๆ ของภาครัฐ อาจพินิจพิเคราะห์ “ปัญหาใหม่ๆ” ที่เกิดขึ้นได้ไม่ถ้วนถี่ ทั้งยังคิดสร้างสรรค์แผนการรับมือปัญหาได้ไม่รอบด้าน ยืดหยุ่น และรัดกุมเพียงพอ

ด้วยสถานการณ์เช่นนี้ จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่รัฐไทยต้องพึ่งพาอาศัยและเปิดหูเปิดใจรับฟังการตรวจสอบ-ข้อเสนอแนะเพิ่มเติม จากสถาบันอื่นๆ ในสังคมการเมือง

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง พรรคฝ่ายค้าน

เรื่องตลกร้ายที่ทุกคนทราบกัน คือ ขณะที่รัฐไทยไม่มีขุมกำลังทางสติปัญญามากพอจะแก้ไข “ปัญหาแปลกใหม่” หลายต่อหลายเรื่อง

รัฐไทยก็มีแนวโน้มจะทำผิดซ้ำอีกหนในเรื่องการยุบพรรคการเมือง (ที่ถูกประเมินว่ามีพฤติกรรมกร่อนเซาะบ่อนทำลายอำนาจรัฐ)

นี่เป็นวิธีการแก้ไขปัญหา ที่กลับเพิ่มเติมความยุ่งเหยิงและปัจจัยอันควบคุมไม่ได้ในทางการเมือง ทั้งยังลดทอนประสิทธิภาพในการเผชิญหน้าปัญหาด้านอื่นๆ ที่หนักหนาท้าทายภูมิปัญญาของกลุ่มผู้มีอำนาจมากขึ้นตามลำดับ

พูดอีกแบบได้ว่า รัฐไทยกำลังจะ “กลัดกระดุมเม็ดแรกผิด” เป็นครั้งที่เท่าไหร่แล้วก็ไม่รู้ •

 

ของดีมีอยู่ | ปราปต์ บุนปาน

 

 



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

การเลือกตั้งกลางเทอมอเมริกัน | สุรชาติ บำรุงสุข
ภาวะผู้นำแบบพ่อมด Oz
520 วันบันทึกของคำจากลา ในโลกหลังกำแพง (27)
Songs in the Key of Life : แด่นายดำ นามสกุลเรย์
การปฏิวัติวัฒนธรรมจีน ภาพสะท้อน จากวรรณกรรมร่วมสมัย ‘กี่เพ้า’
เสียงคุณภาพต่ำ กับความชอกช้ำใจสูง
การอ่านหนังสือในวันที่มี AI
มหกรรมหนังสือฯ หลังวิกฤตท่วม ‘คนยังมาวันละแสน’ ณัฐกร วุฒิชัยพรกุล นายกสมาคมผู้จัดพิมพ์ฯ พอใจแต่ห่วงอนาคต
‘ไตรภพ’ เปิดปัญหาสังคมไทย ‘3 ความอ่อนแอ’ ที่เรายังแก้ไม่ตก!
เดิมพันกลาโหม ‘ร้อยเอก’ วัดพลัง ‘พลโท’ แกะรอยสัมพันธ์ ‘บิ๊กดุลย์’ น้องเทพ ตัวจริง ผนึก แผง ตท.26 จับตา รบพิเศษ ส่ง ‘บิ๊กเต้-รองเอิร์ธ’ จ่อ ทบ.1
E-DUANG | “หวอด”การเมืองจาก ภาคใต้ กระดานหก แยกคอนางหงส์
รมช.เกษตร ยัน ประเทศไทยมีความอุดมสมบูรณ์ ไม่จำเป็นต้องกักตุนอาหารตามต่างประเทศ