bg-single

‘ระบบราชการไทย’ ในสายตาก้าวไกล-เพื่อไทย

16.06.2024

“ต้องยอมรับอย่างหนึ่งนะว่า ราชการไทยมันซับซ้อนขึ้นเรื่อยๆ ผมคิดว่าเพื่อไทยเข้ามารอบนี้ ก็ปวดหัวกับรัฐราชการไทยเหมือนกัน

“แล้วตัวรัฐราชการไทยเอง ก็ไม่ใช่ว่าเขาเข้าใจกันเองนะ คือแต่ละหน่วยมันก็มีความเป็นไซโล เข้าใจกรม-กองเขา แต่เขาก็ไม่ได้เข้าใจหน่วยงานอื่นว่าทำงานยังไง เคพีไอเป็นอะไร

“ดังนั้น ตอนนี้ รัฐราชการไทยมันมหึมาและซับซ้อน แต่คุณจะใช้พลังจากยักษ์ตัวนี้ยังไง ให้ยักษ์ตัวนี้เปลี่ยนพลังเป็นตัวขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ผมคิดว่าอันนี้เป็นโจทย์ที่สำคัญของรัฐบาลถัดไป”

(“วีระยุทธ กาญจน์ชูฉัตร” ที่ปรึกษานโยบายเศรษฐกิจพรรคก้าวไกล ให้สัมภาษณ์ในรายการ “ประชาธิปไตยสองสี โดย ใบตองแห้ง” เมื่อวันที่ 5 มิถุนายน 2567)

 

“ปัญหาบ้านเมืองวันนี้ยากกว่าตอนที่ผมมาเป็นนายกฯ อีก เพราะว่ามันเละมานาน แล้วระบบราชการเองก็เปลี่ยนไปเยอะ

“เพราะฉะนั้น ก็อยากให้ช่วยกัน ทุกฝ่ายยึดกติกาแล้วมองการเมืองอย่างสร้างสรรค์ วันนี้ หลายคนพยายามคิดว่า ถึงเวลา ข้าก็เป็น (นายกฯ) ได้ ใครก็เป็นได้ มันไม่ใช่ มันต้องมีกติกา ใครอยากจะเป็นก็ต้องมีกติกา”

(“ทักษิณ ชินวัตร” อดีตนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ระหว่างร่วมงานบวชลูกชายนายกเทศมนตรีตำบลธัญบุรี จังหวัดปทุมธานี เมื่อวันที่ 8 มิถุนายน 2567)

 

น่าสนใจเป็นอย่างยิ่งว่า แม้จะอยู่คนละฟากฝ่ายทางการเมือง ทว่า ทั้ง “ดร.วีระยุทธ กาญจน์ชูฉัตร” ที่ปรึกษานโยบายเศรษฐกิจพรรคก้าวไกล ซึ่งถูกคาดหมายว่าจะเป็นหนึ่งในผู้นำรุ่นถัดไปของกลุ่มการเมือง “อนาคตใหม่-ก้าวไกล” และ “ดร.ทักษิณ ชินวัตร” อดีตนายกรัฐมนตรี ผู้ทรงอิทธิพลทางความคิดและทางการเมืองของพรรค/รัฐบาลเพื่อไทย ต่างมีความเห็นตรงกัน เกี่ยวกับปัญหาใหญ่ของ “ระบบราชการไทย”

เป็นปัญหาว่าด้วยความใหญ่โต ความสลับซับซ้อน และความเปลี่ยนแปลง (ในทางที่แย่ลง) ของระบบราชการไทย อันสั่งสมมาจากรูปแบบการปกครองภายใต้ “ระบอบทหาร” ที่กินเวลาต่อเนื่องยาวนานร่วมทศวรรษ

อย่างน้อย คำสัมภาษณ์ของทั้งวีระยุทธและทักษิณก็แสดงให้เห็นว่า “มันสมอง” ของพรรคก้าวไกลและเพื่อไทย นั้นมีโลกทัศน์ วิสัยทัศน์ และการวิเคราะห์ปัญหาบางประการที่สอดคล้องกัน

ทั้งสองพรรคการเมืองจึงอาจ “แปลกแยก” จากกันน้อยกว่าที่กองเชียร์บางส่วนคิดและอิน เช่นเดียวกับการประเมินสภาวการณ์ปัจจุบันของอดีตนายกฯ ทักษิณ ซึ่งคล้ายจะมองว่า กลุ่มการเมืองที่ “เป็นภัย” ต่อการดำรงอยู่ของ “รัฐบาลเศรษฐา ทวีสิน” จริงๆ คือ กลุ่มของ “ลุงบางคน” ณ “บ้านป่าฯ”

 

อีกหนึ่งประเด็นที่ท้าทายทั้งพรรคก้าวไกลและเพื่อไทย ก็คือ แม้จะมองเห็นปัญหาตรงกัน และน่าจะยังขบคิดไม่ออกว่าควรแก้ไขปัญหาความเทอะทะ (และไร้ประสิทธิภาพในการพัฒนาประเทศ) ของระบบราชการไทยอย่างไรดี ไม่ต่างกัน

แต่สุดท้ายแล้ว ใครจะเป็นฝ่ายเสนอไอเดียปฏิรูประบบราชการที่ชัดเจนและลงมือแก้ปัญหานี้ได้สำเร็จก่อนกัน?

ดูเหมือนพรรคเพื่อไทยจะมีภาษีดีกว่า เพราะกำลังได้โอกาสทำหน้าที่เป็นรัฐบาลบริหารปกครองประเทศ ทีนี้ ก็ขึ้นอยู่กับว่าทักษิณและคณะจะสามารถตีโจทย์ที่ “ยากกว่า” สมัยรัฐบาลไทยรักไทย ได้ “แตก” เมื่อไหร่? อย่างไร?

ส่วนก้าวไกล (หรือในชื่อพรรคอื่น) ดูจะต้องผจญกับวิบากกรรมทางการเมือง (เช่น เรื่องยุบพรรค) อย่างหนักหนาสาหัสกว่าเพื่อไทย แต่หากฝ่ายที่ได้ครอบครองอำนาจก่อน เปลี่ยนแปลงประเทศที่หยุดนิ่งและเละเทะมานานไม่สำเร็จ

สักวันหนึ่ง โอกาสนั้นอาจหลุดลอยมาถึงมือพวกเขา •

 

 

ของดีมีอยู่ | ปราปต์ บุนปาน

 

 



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

การเลือกตั้งกลางเทอมอเมริกัน | สุรชาติ บำรุงสุข
ภาวะผู้นำแบบพ่อมด Oz
520 วันบันทึกของคำจากลา ในโลกหลังกำแพง (27)
Songs in the Key of Life : แด่นายดำ นามสกุลเรย์
การปฏิวัติวัฒนธรรมจีน ภาพสะท้อน จากวรรณกรรมร่วมสมัย ‘กี่เพ้า’
เสียงคุณภาพต่ำ กับความชอกช้ำใจสูง
การอ่านหนังสือในวันที่มี AI
มหกรรมหนังสือฯ หลังวิกฤตท่วม ‘คนยังมาวันละแสน’ ณัฐกร วุฒิชัยพรกุล นายกสมาคมผู้จัดพิมพ์ฯ พอใจแต่ห่วงอนาคต
‘ไตรภพ’ เปิดปัญหาสังคมไทย ‘3 ความอ่อนแอ’ ที่เรายังแก้ไม่ตก!
เดิมพันกลาโหม ‘ร้อยเอก’ วัดพลัง ‘พลโท’ แกะรอยสัมพันธ์ ‘บิ๊กดุลย์’ น้องเทพ ตัวจริง ผนึก แผง ตท.26 จับตา รบพิเศษ ส่ง ‘บิ๊กเต้-รองเอิร์ธ’ จ่อ ทบ.1
E-DUANG | “หวอด”การเมืองจาก ภาคใต้ กระดานหก แยกคอนางหงส์
รมช.เกษตร ยัน ประเทศไทยมีความอุดมสมบูรณ์ ไม่จำเป็นต้องกักตุนอาหารตามต่างประเทศ