bg-single

‘โลกของนักการเมือง’

07.07.2024

การเมืองไทยหลังการเลือกตั้งทั่วไป 2566 ค่อยๆ เคลื่อนตัวมาสู่ภาวะที่หลายคนนิยามว่าเป็นสังคมการเมืองแบบ “สามเส้า” “สามก๊ก” หรือ “สองข้างสามขั้ว” อย่างชัดเจนยิ่งขึ้นเรื่อยๆ

ขั้วที่หนึ่ง คือ พรรคก้าวไกลที่ยังคงมีคะแนนความนิยมสูงมากในระดับชาติ ต่อเนื่องจากการเลือกตั้งทั่วไปปีก่อน ยืนยันได้ด้วยผลการสำรวจความคิดเห็นของประชาชนโดยนิด้าโพลครั้งล่าสุด

ขั้วถัดมา คือ พรรคเพื่อไทยที่ได้หวนคืนอำนาจ โดยได้สิทธิ์ในการบริหารประเทศด้วยฐานะแกนนำพรรคร่วมรัฐบาล แม้ตนเองจะมิได้เป็นพรรคการเมืองที่มีความนิยมสูงสุดดังเช่นยุค 2540-2550 ก็ตาม

ขั้วสุดท้าย ที่ยังไม่ต้องขุดเจาะตื้นลึกหนาบางอะไรมากมาย แต่สามารถมองเห็นได้จากสามัญสำนึกระดับพื้นฐานที่สุด ก็คือ บรรดา 200 “ส.ว. 2567” ที่มีแนวโน้มว่ากว่าครึ่งหนึ่งของสภาสูงชุดใหม่จะมาจากกลุ่มก้อนการเมืองเดียวกัน หรือมาจากเครือข่ายที่ประสานประโยชน์ใกล้ชิดกัน ซึ่งจะกลายเป็นพลังสำคัญในกระบวนการนิติบัญญัติ (รวมถึงการแก้ไขรัฐธรรมนูญ) และเป็นผู้มีอำนาจในการแต่งตั้งบุคลากรขององค์กรอิสระต่างๆ

(ส่วน ส.ว.เกินครึ่งสภาจะมีความเกี่ยวข้องกับพรรคการเมืองใดหรือไม่นั้นเป็นอีกประเด็นหนึ่งที่แยกออกไป โดยที่ผู้คนจำนวนมากต่างก็รับรู้คำตอบกันดีอยู่ในใจ)

นี่คือการดำรงอยู่ของ “กลุ่มอำนาจสามกลุ่ม” ในระนาบของ “นักการเมือง” ที่มีความเด่นชัดมากขึ้น หลังจากที่ก่อนหน้านี้ เราสามารถตระหนักชัดได้เพียงว่าก้าวไกลกับเพื่อไทยนั้นถึงเวลาต้องแยกกันเดิน ทว่า กลับยังไม่แน่ใจว่าใครหรือกลุ่มบุคคลใด ที่จะมาสานต่อการทำงานทางการเมืองแบบ “พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา”

 

เรามองเห็นอะไรจากภาวะ “สามก๊ก-สามขั้ว-สามเส้า” เช่นนี้?

ที่เห็นได้ชัดเจนที่สุด ก็คือ ใน “พื้นที่ของนักการเมือง” “โลกของนักการเอง” หรืออาจจะเรียกได้ว่า “สมรภูมิทางอำนาจของนักการเมือง” นักการเมืองกลุ่มหลักๆ ในพื้นที่/โลกดังกล่าว มีกลไกในการถ่วงดุลอำนาจกันเอง

หรือมองในอีกมุมหนึ่ง “ผู้เขียนกฎกติกา” หรือผู้ออกแบบโครงสร้าง-สถาปัตยกรรมทางอำนาจของสังคมการเมืองไทย ก็ได้วางแปลนให้เหล่านักการเมืองเข้ามาถ่วงดุลอำนาจกันในพื้นที่/โลกเฉพาะแบบนี้ตั้งแต่ต้น

กระทั่งเกิดพรรคการเมืองที่เป็นพรรคมหาชน/มวลชน ซึ่งยืนหยัดได้ด้วยกระแสนิยมของประชาชน และยังมีแนวโน้มจะชนะการเลือกตั้งใหญ่ระดับประเทศไปเรื่อยๆ ไม่ว่าจะใช้ชื่อพรรคว่าอะไรหรือถูกยุบพรรคอีกกี่ครั้ง

ทว่า กลับยังมองไม่เห็นอนาคต ว่าพรรคการเมืองพรรคนี้จะเข้าครอบครองอำนาจรัฐได้อย่างไร ในโครงการสร้างการเมืองไทยอย่างที่เป็นอยู่ ณ ปัจจุบัน

แล้วก็มีพรรคการเมือง ซึ่งเคยมีประสบการณ์เป็นรัฐบาลที่ “ประสบความสำเร็จ” สูงที่สุดชุดหนึ่งในประวัติศาสตร์การเมืองไทยหลัง 2475 ที่ได้รับโอกาสเข้าไป “ทดลองบริหารประเทศ” รอบใหม่ ในบริบททางการเมืองแบบใหม่ ที่ไม่รับประกันว่าพวกเขาจะประสบความสำเร็จซ้ำเป็นรอบที่สอง

ทั้งยังมีอีกกลุ่มการเมืองที่สามารถยึดกุมวุฒิสภาเอาไว้ได้ ซึ่งมิได้หมายความว่าพวกเขาจะมีอำนาจเพียงแค่ในทางนิติบัญญัติหรือในการแต่งตั้งองค์กรอิสระ หากยังอาจมีความยึดโยงกับกระบวนการเจรจาต่อรองทางการเมืองในสภาผู้แทนฯ และ ครม.อีกด้วย

แต่ ส.ว.เหล่านี้ อาจต้องผ่านขั้นตอนของการถูกตรวจสอบ (ทั้งโดยทางการและไม่ทางการ) อย่างหนัก ด้วยภูมิหลังที่มาอันคลุมเครือและน่าสงสัยในหลายกรณี

หมายความว่าไม่มีใครในสามขั้วอำนาจนี้ที่จะชนะได้อย่างเด็ดขาด หรือประสบความพ่ายแพ้อย่างสิ้นเชิงและไร้ทางสู้

 

โดยส่วนตัว ยังคงยืนยันเหมือนที่เคยเขียนเอาไว้เมื่อสองสัปดาห์ก่อนว่า ในสภาวะที่นักการเมืองสามกลุ่มใหญ่ๆ สามารถถ่วงดุลกันเองได้อย่างสูสีสมน้ำสมเนื้อเช่นนี้

ทำไมจึงไม่อดทนปล่อยให้พวกเขาเล่นเกมของตัวเอง (และอ่านเกมของฝ่ายอื่น) ในพื้นที่/โลกเฉพาะใบนั้นไปเรื่อยๆ โดยพยายามเข้าแทรกแซง “โลกของนักการเมือง” ให้น้อยที่สุด และอย่าเพิ่งเร่งรีบสร้างเงื่อนไขพิเศษอื่นๆ เข้าไปเปลี่ยนแปลงเกมของนักการเมือง

จนเกิดเป็น “สถานการณ์ใหม่” ที่คาดเดา-ควบคุมได้ยาก •

 

ของดีมีอยู่ | ปราปต์ บุนปาน

 

 



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

การเลือกตั้งกลางเทอมอเมริกัน | สุรชาติ บำรุงสุข
ภาวะผู้นำแบบพ่อมด Oz
520 วันบันทึกของคำจากลา ในโลกหลังกำแพง (27)
Songs in the Key of Life : แด่นายดำ นามสกุลเรย์
การปฏิวัติวัฒนธรรมจีน ภาพสะท้อน จากวรรณกรรมร่วมสมัย ‘กี่เพ้า’
เสียงคุณภาพต่ำ กับความชอกช้ำใจสูง
การอ่านหนังสือในวันที่มี AI
มหกรรมหนังสือฯ หลังวิกฤตท่วม ‘คนยังมาวันละแสน’ ณัฐกร วุฒิชัยพรกุล นายกสมาคมผู้จัดพิมพ์ฯ พอใจแต่ห่วงอนาคต
‘ไตรภพ’ เปิดปัญหาสังคมไทย ‘3 ความอ่อนแอ’ ที่เรายังแก้ไม่ตก!
เดิมพันกลาโหม ‘ร้อยเอก’ วัดพลัง ‘พลโท’ แกะรอยสัมพันธ์ ‘บิ๊กดุลย์’ น้องเทพ ตัวจริง ผนึก แผง ตท.26 จับตา รบพิเศษ ส่ง ‘บิ๊กเต้-รองเอิร์ธ’ จ่อ ทบ.1
E-DUANG | “หวอด”การเมืองจาก ภาคใต้ กระดานหก แยกคอนางหงส์
รมช.เกษตร ยัน ประเทศไทยมีความอุดมสมบูรณ์ ไม่จำเป็นต้องกักตุนอาหารตามต่างประเทศ