bg-single

ฐากูร บุนปาน : ภาคราชการต้องปรับตัวยกใหญ่

30.04.2018

ขออนุญาตโหนกระแสแม่การะเกดกับเขาด้วยคน

ถึงละครจะลาจอไปแล้ว

แต่แรงกระเพื่อมชนิดนกอินทรีผละกิ่งที่ละครเรื่องนี้ทิ้งเอาไว้ให้กับสังคมไทย

ยังโยกไหวชนิดจับต้องได้

เมื่อวันอาทิตย์ 22 เมษายน ที่ผ่านมา พี่เพื่อนน้องที่ “มติชน-ข่าวสด-ศิลปวัฒนธรรม” เขาช่วยกันจัดงาน “บุพเพฯ เสวนา-กรณีออเจ้ากับเรื่องเล่าประวัติศาสตร์”

ได้วิทยากรระดับซือแป๋เรียกอาจารย์มา 4 ท่าน ประกอบด้วย

รองนายกฯ วิษณุ เครืองาม รัฐมนตรีท่องเที่ยว-วีรศักดิ์ โค้วสุรัตน์ อาจารย์สุเนตร ชุตินธรานนท์ ผู้ปลุกพระนเรศวรให้กลับมามีเลือดมีเนื้อเป็นคนเหมือนเราท่านทั่วไป

และอาจารย์ธงทอง จันรางศุ ผู้เชี่ยวชาญประวัติศาสตร์ไม่น้อยไปกว่าปริญญาเอกกฎหมาย

สนุกครับ

ทั้งกับท่านที่ฟังอยู่ในห้องประชุมข่าวสดวันนั้น และอีกร่วมแสนท่านที่ติดตามรับฟังการไลฟ์สดๆ ผ่านเฟซบุ๊กของเพจข่าวสด-มติชน-ศิลปวัฒนธรรม

สำหรับท่านที่พลาดไป ลองเปิดเครื่องเข้าไปค้นในสามเพจที่ว่าดู

รับรองไม่ผิดหวัง

เท่าที่สมองงูๆ ปลาๆ จับความได้ เนื้อใหญ่ใจความที่เป็นแก่นของการเสวนาในวันนั้นก็คือ

บุพเพสันนิวาสและแม่การะเกด (รวมพี่หมื่นให้หน่อยก็ได้-เดี๋ยวคุณผู้หญิงทั้งหลายจะงอน-ฮา) จุดประกายอย่างหนึ่งขึ้นมาในสังคมไทย

ไม่ใช่แค่การใส่เสื้อผ้าชุดไทยแบบเดิม (ไทยหรือเดิมแค่ไหนเดี๋ยวว่ากันอีกที) หรือการท่องเที่ยวตามวัดตามวัง

แต่คือการเสาะแสวงหาความรู้ความเข้าใจในประวัติศาสตร์ ในรากเหง้า ในความเป็นมา ในชีวิตความเป็นอยู่

มากไปกว่าตำราเรียนที่เน้น “ประวัติศาสตร์บาดหมาง” (ตามศัพท์ของคุณสุจิตต์ วงษ์เทศ)

ถ้าจะมีอะไรที่ทำให้มรดกของแม่หญิงกับคุณพี่หมื่นมีค่าที่สุด

ก็คือการทำให้ความอยากรู้อยากเห็น และการเสาะแสวงหาความรู้นี้ไม่หยุดไม่ดับลงเหมือนไฟไหม้ฟาง

ประเด็นนี้ในส่วนของเอกชนหรือภาควิชาการนั้นไม่เท่าไหร่

ภาคราชการน่ะปัญหาใหญ่หน่อย

เอาแค่หนังสือประวัติศาสตร์ชาติไทยของกรมศิลปากรฉบับล่าสุด

จนถึงวันหยุดหายใจยังไม่รู้ว่าท่านจะแก้ไขให้ “พอจริง-พอดี” ไหมเลย

ฮา

ประเด็นที่ท่านอาจารย์สุเนตรและอาจารย์ธงทองตบเอาไว้ในตอนท้ายก็คือ

บุพเพฯ นั้นเป็นอุบัติเหตุ ถ้าเทียบกับ “แดจังกึม” ของเกาหลีที่มีการวางแผน มีการวางรากฐานหนักแน่นกว่า

การจะสืบทอดต่อยอด หรือผลิตอะไรที่สามารถ “สร้างกระแส” ขึ้นมาได้ใกล้เคียงกัน

จึงไม่ง่าย

ถ้าไม่มีการปรับระบบการจัดการ (ของภาครัฐ) ปรับระบบการศึกษา (ก็ในภาครัฐอีกนั่นแหละ)

คือสรุปว่า ถ้าอยากจะโหนกระแสแม่การะเกด หรือหวังจะให้แม่นายเขาช่วยให้ “ทุนวัฒนธรรม” เมืองไทยก้าวไปอีกขั้น

ที่จะต้องปรับตัวกันยกใหญ่ที่สุดก็คือภาคราชการนี่แหละ

แต่การบ้านประเภทนี้ไม่เคยปรากฏในยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี (ฮา)

จะหวังท่านผู้นำให้ช่วยผลักดันการเปลี่ยนแปลง

ก็เห็นท่านเปลี่ยนใจจากแม่การะเกด ไปเต้นคุกกี้เสี่ยงทายกับน้องๆ BNK48 ในทำเนียบเมื่อวันก่อนเสียแล้ว

ฮา (อีกที)

กลับมาที่ประเด็นเล็กๆ (แต่เป็นอุบายที่ดี) อย่างการแต่งผ้าไทย

ถ้าจะให้สนุกหรือให้มีผลกับคนส่วนใหญ่จริงๆ

อย่าสนับสนุนกันแค่ชุดย้อนยุคของรัตนโกสินทร์ หรือชุดของราชสำนักภาคกลาง

ชุดชาวเขา ชุดชาวบ้าน เสื้อม่อฮ่อม โสร่งปาเต๊ะ ซิ่นลาว ก็ควรได้รับเกียรติเสมอกัน

เอาอย่างแรกเลยคือแต่งขึ้นไปติดต่อสถานที่ราชการให้ได้ก่อน

อย่าอ้างกฎหมายดุ้นๆ ลุ่นๆ ว่าไม่มีข้อห้ามอะไร ประชาชนแต่งได้อยู่แล้ว

ลองนึกถึงความเป็นจริงของวันนี้ แต่งชุดสากลกับชุดชาวบ้านเข้าไปติดต่อราชการ

ใครจะได้รับบริการดีกว่ากัน

หรือที่เขาขอกันมานานช้า แต่ว่ายังไม่เคยได้รับการตอบสนองใดๆ

คือการห้ามใส่รองเท้าแตะเข้าไปในสถานที่ราชการบางที่

ยกเลิกเสียทีได้ไหม

มีสตางค์ก็อยากใส่รองเท้าหรูๆ แพงๆ กันทั้งนั้น

ก็มันไม่มี หรือมีอยู่แค่นี้

นี่เป็นความผิดชาวบ้านด้วยหรือ ถึงได้เหยียดกันเป็นประชาชนชั้นสอง

แม่หญิงกระเกดเธอรับไม่ได้นะ



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

การเลือกตั้งกลางเทอมอเมริกัน | สุรชาติ บำรุงสุข
ภาวะผู้นำแบบพ่อมด Oz
520 วันบันทึกของคำจากลา ในโลกหลังกำแพง (27)
Songs in the Key of Life : แด่นายดำ นามสกุลเรย์
การปฏิวัติวัฒนธรรมจีน ภาพสะท้อน จากวรรณกรรมร่วมสมัย ‘กี่เพ้า’
เสียงคุณภาพต่ำ กับความชอกช้ำใจสูง
การอ่านหนังสือในวันที่มี AI
มหกรรมหนังสือฯ หลังวิกฤตท่วม ‘คนยังมาวันละแสน’ ณัฐกร วุฒิชัยพรกุล นายกสมาคมผู้จัดพิมพ์ฯ พอใจแต่ห่วงอนาคต
‘ไตรภพ’ เปิดปัญหาสังคมไทย ‘3 ความอ่อนแอ’ ที่เรายังแก้ไม่ตก!
เดิมพันกลาโหม ‘ร้อยเอก’ วัดพลัง ‘พลโท’ แกะรอยสัมพันธ์ ‘บิ๊กดุลย์’ น้องเทพ ตัวจริง ผนึก แผง ตท.26 จับตา รบพิเศษ ส่ง ‘บิ๊กเต้-รองเอิร์ธ’ จ่อ ทบ.1
E-DUANG | “หวอด”การเมืองจาก ภาคใต้ กระดานหก แยกคอนางหงส์
รมช.เกษตร ยัน ประเทศไทยมีความอุดมสมบูรณ์ ไม่จำเป็นต้องกักตุนอาหารตามต่างประเทศ