bg-single

ฐากูร บุนปาน : แยกรัฐกับศาสนาออกจากกันอย่างชัดเจนดีหรือไม่ ?

07.05.2018

สัปดาห์ก่อน ระหว่างที่มีข่าวตะลึงตึงตังว่าคนที่มีตำแหน่งหน้าที่ดูแลพระสงฆ์ จะไปแจ้งความจับพระสงฆ์ใหญ่หลายรูปในข้อหายักยอกเงิน

ซึ่งถือเป็นอาบัติขั้นปาราชิก โทษคือจับสึกสถานเดียว

ก็มีข่าวพุทธศาสนาชิ้นเล็กๆ แทรกมา

เรื่องท่านที่ห่มสีกลักรายหนึ่ง ประกาศตัวต่อหน้าศิษยานุศิษย์ทั้งหลาย

ว่าบรรลุอรหันต์แล้ว

ขออย่าได้สงสัยกันต่อไปอีกเลย

ด้วยความรู้ทางพุทธศาสนาแบบหางอึ่ง ไม่กล้าฟันธงชี้ขาดหรอกครับว่า การประกาศตัวเป็นอรหันต์ต่อหน้าผู้ที่ไม่ได้เป็นอรหันต์ด้วยกันนี่

เข้าข่ายอวดอุตริมนุสธรรมหรือไม่

และเป็นอาบัติขั้นปาราชิกหรือไม่

เป็นเรื่องที่สงฆ์ท่านจะต้องไปว่ากันเอง

ส่วนจะว่าได้หรือไม่ เพราะฝ่ายที่จะถูกว่าท่านประกาศตัวว่าไม่อยู่ภายใต้อาณัติของคณะสงฆ์ไทยมานานแล้ว

ก็เป็นอีกเรื่อง

แต่ที่น่าสนใจก็คือ ทำไมท่าทีของสำนักงานพุทธศาสนาต่ออาบัติปาราชิกในสองกรณีนี้ผิดกันนัก

ซีกหนึ่งจะเอาตายให้ได้ ยังไม่ทันจับก็ออกข่าวครึกโครมใหญ่โต

อีกซีกนั้นเงียบสนิท

จนคนไปลือกันให้แซดว่า จะเป็นเพราะหัวหน้าใหญ่สำนักพุทธเคยเป็นศิษย์สำนักนั้นมาหรือไม่

เลยเกรงอกเกรงใจท่านอาจารย์ใหญ่เป็นพิเศษ

เข้าตำราลูบหน้าปะจมูก

แต่นั่นก็ยังไม่ใช่ประเด็นของวันนี้

เรื่องที่อยากยกมาแลกเปลี่ยนสนทนา ไม่ใช่หัวข้อใหม่อะไรในสังคมไทย

มีท่านผู้รู้ ทั้งศาสนาและวิชาการเสนอเอาไว้หลายท่านนานปีแล้วด้วยว่า

ถ้าอยากจรรโลงศาสนา หรือไม่ต้องให้วิลิศมาหราขนาดนั้น-เอาเป็นว่า ถ้าไม่อยากให้ศาสนายุ่งขิง เพราะฆราวาสเข้าไปช่วยจัดการด้วย

แยกรัฐกับศาสนาให้ออกจากกันอย่างชัดเจนดีหรือไม่

ชั่วช่างชี ดีช่างสงฆ์ ให้ท่านว่ากันไป

สำนักไหน นิกายไหนห่วยแตก ปฏิบัติไม่ได้ผล สอนแล้วไม่ได้เรื่อง

เดี๋ยวก็เรียวเล็ก หายสาบสูญไปเอง

ลำพังกฎหมายปกติธรรมดา ไม่ว่าจะเป็นเรื่องต้มตุ๋นหลอกหลวงหรือโฆษณาเกินจริง ก็มีอยู่แล้ว

ถ้าเข้าข่ายก็ว่ากันไป

แต่ถ้าเมื่อไหร่ รัฐเข้าไปอุดหนุนศาสนานั้น นิกายนี้

อีกทางหนึ่งก็เหมือนกดศาสนา หรือนิกาย หรือสำนักอื่นไปโดยปริยาย

ยิ่งไปทำโครงสร้างพระให้ใหญ่เหมือนโครงสร้างระบบราชการ

ยิ่งไปกันใหญ่

หลวงตงหลวงตาเป็นกันไม่ได้แล้ว ต้องกลายเป็นเจ้าคงเจ้าคุณ ถึงจะมีคนขึ้น

นี่ก็รัฐหยิบยื่น (หายนะ) ให้ทั้งนั้น

เท่านั้นไม่พอ

พอมีอำนาจเข้าไปยุ่มย่ามก้าวก่ายได้ ก็มีแนวโน้มจะใช้อำนาจนั้นทำให้เละยิ่งขึ้นไปกว่าเก่า

อย่างที่เห็นกันอยู่ทุกวันนี้

ลำพังเจ้ากูท่านจัดการของท่านก็ชวนปวดกบาลอยู่แล้ว

มีฆราวาสเข้าไปจุ้นจ้านในนามของกฎหมาย ในนามของอำนาจรัฐ

ยิ่งยุ่งกันเข้าไปใหญ่

ไม่เชื่อก็ดูเอาเถอะว่า

แต่ละเรื่องที่ยื่นจมูกเข้าไปจัดการที่ผ่านๆ มา

มีอันไหนจบ อันไหนเรียบร้อยบ้าง

รู้ว่าพูดไปก็เท่านั้น

ถึงอย่างไร รัฐหรือราชการไทยก็ไม่มีวันปล่อยศาสนาออกไปจากเงื้อมมือของตัวเองได้

เพราะนี่คือหนึ่งในเครื่องมือที่จะเข้าถึง ควบคุม เกลี้ยกล่อม รวบรวม (หรือไปจนกระทั่งแบ่งแยก) ประชาชนที่ได้ผลที่สุดขนานหนึ่ง

ฉะนั้น พอมีขั้วอำนาจอื่นที่ไม่สยบยอมให้รัฐโผล่ขึ้นมา

รัฐและศาสนาซึ่งเป็นหนึ่งเดียวกัน ก็จะต้องทำการ “ตบเกรียน” ทุกครั้งไป

ไม่ปล่อยให้สังคมได้เรียนรู้ ตัดสินใจ หรือเลือกที่จะเชื่อ-ไม่เชื่อด้วยตัวเอง

อย่างกรณีอรหันต์ท่านล่าสุดนั้น

ต่อให้รัฐไม่ต้องยื่นมือเข้าไปทำอะไร ถามว่าคนสติสัมปชัญญะปกติกี่ราย จะเชื่อถือคล้อยตาม หรือปักใจจริงๆ ว่านี่เขาจะอยู่เป็นชาติสุดท้าย ไม่มาเกิดอีกแล้ว

ถ้าเจ๋งขนาดนั้นจริง

ป่านนี้เขามิยิ่งใหญ่กว่ารัฐศาสนาไทยไปแล้วหรือ

สำนักที่เพิ่งถูกทุบไปหมาดๆ นั่นก็เหมือนกัน

คุมเขาไม่ได้ เขาไม่อยู่ฝ่ายเรา

ต้องเอามันให้ตาย-แล้วตายไหม

แทนที่จะสู้ด้วยข้อมูล หักล้างด้วยความเชื่อ-ถ้าคิดว่าของตัวเองถูกต้องกว่าดีกว่า

ผ่าใช้กำปั้นมันทุกหน เพราะรัฐกับศาสนาแยกกันไม่ได้

มันก็เลยต้องอยู่กันเละๆ ไปอย่างนี้ละครับท่าน



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

การเลือกตั้งกลางเทอมอเมริกัน | สุรชาติ บำรุงสุข
ภาวะผู้นำแบบพ่อมด Oz
520 วันบันทึกของคำจากลา ในโลกหลังกำแพง (27)
Songs in the Key of Life : แด่นายดำ นามสกุลเรย์
การปฏิวัติวัฒนธรรมจีน ภาพสะท้อน จากวรรณกรรมร่วมสมัย ‘กี่เพ้า’
เสียงคุณภาพต่ำ กับความชอกช้ำใจสูง
การอ่านหนังสือในวันที่มี AI
มหกรรมหนังสือฯ หลังวิกฤตท่วม ‘คนยังมาวันละแสน’ ณัฐกร วุฒิชัยพรกุล นายกสมาคมผู้จัดพิมพ์ฯ พอใจแต่ห่วงอนาคต
‘ไตรภพ’ เปิดปัญหาสังคมไทย ‘3 ความอ่อนแอ’ ที่เรายังแก้ไม่ตก!
เดิมพันกลาโหม ‘ร้อยเอก’ วัดพลัง ‘พลโท’ แกะรอยสัมพันธ์ ‘บิ๊กดุลย์’ น้องเทพ ตัวจริง ผนึก แผง ตท.26 จับตา รบพิเศษ ส่ง ‘บิ๊กเต้-รองเอิร์ธ’ จ่อ ทบ.1
E-DUANG | “หวอด”การเมืองจาก ภาคใต้ กระดานหก แยกคอนางหงส์
รมช.เกษตร ยัน ประเทศไทยมีความอุดมสมบูรณ์ ไม่จำเป็นต้องกักตุนอาหารตามต่างประเทศ