bg-single

‘สงครามทั่วโลก’ที่ไม่เหมือน ‘สงครามโลก’ ที่ผ่านมา!

15.05.2026

ภาพ : AP

กาแฟดำ | สุทธิชัย หยุ่น

สัปดาห์ก่อนผมเล่าถึงแนวทางวิเคราะห์ “สงครามระดับโลก” ที่อาจจะแตกต่างไปจากนิยามของ “สงครามโลก” ในอดีต แต่ผลที่ตามมาอาจจะร้ายแรงและหนักหน่วงกว่าที่เคยเป็นไปก็ได้

เพราะเราเข้าสู่ “โลกไร้ระเบียบ” อย่างเต็มอัตราศึกแล้ว

แนววิเคราะห์ของ Ray Dalio น่าสนใจเพราะแกเป็นนักบริหารการเงินที่กลายมาเป็นนักวิเคราะห์แนวโน้มโลกที่ต้องจับตาความเคลื่อนไหวทุกบริบทของโลกอย่างรอบด้านเพื่อนำมาประเมินความเสี่ยงของการลงทุนอย่างรอบด้าน

ใครที่ติดตามงานเขียนและคำให้สัมภาษณ์ของแกอาจจะให้ความสำคัญกับการวิเคราะห์ที่โยงการเมืองและเศรษฐกิจรวมถึงประวัติศาสตร์โลกอย่างน่าสนใจ

บ่อยครั้งเป็นเพราะการประเมิน “ความเสี่ยง” ของการลงทุนทำให้แกต้องก้าวข้ามข้อจำกัดของการมองเพียงเรื่อง “กำไร-ขาดทุน” มาเป็นภาพใหญ่ที่ต้องมองให้ครบทุกมิติ

เรย์ไม่ได้พยากรณ์ถูกเสมอไป แต่ความผิดพลาดในการคำนวณและประเมินสถานการณ์นั้นทำให้ได้บทเรียนสำหรับการมองเหตุการณ์ในอนาคตได้แม่นยำขึ้น

กระนั้นก็ยังมีความท้าทายอย่างใหญ่หลวง เพราะทุกย่างก้าวของมหาอำนาจทุกวันนี้ผิดเพี้ยนไปจากรูปแบบเดิมๆ ทั้งหมดโดยสิ้นเชิง

บางครั้ง เรย์อ่าน “รูปแบบซ้ำๆ กับอดีต” ที่เรียกว่า pattern เพื่อทำนายอนาคต…แล้วพลาดอย่างจัง เพราะปัจจัยแห่งการเมือง, เศรษฐกิจและสังคมของโลกเปลี่ยนและปรับตลอดเวลา

อะไรที่เคยมี pattern ก็ฉีกแนวออกไปในทิศทางที่บางครั้งสุดจะคาดเดาได้

เพราะนี่คือยุคที่ต้อง “คิดในสิ่งที่ไม่เคยกล้าคิดมาก่อน” หรือ Thinking the Unthinkable!

คำว่า “สงครามโลก” ในบริบทปัจจุบันอาจไม่ได้หมายถึงการยิงขีปนาวุธข้ามทวีปในทันที แต่มันคือสภาวะที่ความขัดแย้งทั่วโลกมีความเกี่ยวพันกันอย่างลึกซึ้ง (แกใช้คำว่า Interrelated Wars)

เพราะมันคือการแบ่งขั้วอำนาจอย่างชัดเจน และส่งผลกระทบสอดประสานกันตามขั้นตอนทางประวัติศาสตร์

ประเด็นที่ต้องใคร่ครวญตามแนวคิดของคำว่า Big Cycle คือ

1. เราอยู่ในสงครามโลกแล้ว (แต่มันไม่ใช่แบบที่คุณคิด)

ในมุมมองเชิงมหภาค

สงครามโลกครั้งใหม่ได้เริ่มต้นขึ้นแล้วในรูปแบบของสงครามที่มีความเกี่ยวเนื่องกัน ทั้งในเชิงภูมิรัฐศาสตร์ เศรษฐกิจ และเทคโนโลยี

แม้จะยังไม่มีการปะทะโดยตรงระหว่างมหาอำนาจหลัก แต่การแบ่งฝ่าย (Alliances) นั้นชัดเจนยิ่งกว่าครั้งไหนๆ :

– ฝ่ายแรก : นำโดยสหรัฐ, ยูเครน, สหภาพยุโรป, อิสราเอล, กลุ่มประเทศ GCC ในตะวันออกกลาง, ญี่ปุ่น และออสเตรเลีย

– ฝ่ายตรงข้าม : นำโดยจีน, รัสเซีย, อิหร่าน, เกาหลีเหนือ และคิวบา

เหตุผลที่ตลาดทุนส่วนใหญ่ยังคงสงบนิ่ง เป็นเพราะผู้เล่นส่วนใหญ่มักมีมุมมองระยะสั้นและเชื่อว่าสถานการณ์จะกลับคืนสู่ “สภาวะปกติ” ในเวลาอันไม่นานจากนี้

แต่ประวัติศาสตร์สอนเราว่าสงครามโลกมักเริ่มต้นจากการค่อยๆ ถลำลึกโดยไม่มีการประกาศอย่างเป็นทางการ เหมือนเช่นสภาวะที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน

เรย์อธิบายว่า “สิ่งที่ผมหมายถึงคือ เราอยู่ในช่วงของ Big Cycle ที่มหาอำนาจกำลังอยู่ในสงครามการทหาร และสงครามต่างๆ ที่เกิดขึ้นในตอนนี้มีความเกี่ยวพันกัน

ดังนั้น เราจึงอยู่ใน ‘สงครามโลก’ โดยที่มีการแบ่งฝ่ายกันชัดเจน และส่งผลกระทบต่อผู้เล่นหลักและโลกทั้งใบในรูปแบบที่สอดประสานกัน”

2.บททดสอบที่ช่องแคบฮอร์มุซ : “The Suez Moment” ของสหรัฐ

หนึ่งในจุดเปราะบางที่สุดคือช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นบททดสอบเชิงยุทธศาสตร์อย่างเข้มข้นยิ่งต่อสหรัฐ

หากอเมริกาไม่สามารถรักษาความมั่นคงในการเดินเรือหรือปกป้องพันธมิตรในอ่าวเปอร์เซียได้ สิ่งที่ตามมาจะไม่ใช่แค่เรื่องราคาน้ำมัน แต่คือความเชื่อมั่นต่อความเป็นมหาอำนาจ

สถานการณ์นี้เปรียบได้กับ วิกฤตการณ์ซุเอซ (Suez Crisis) ในปี 1956 ที่ทำให้อังกฤษต้องสูญเสียสถานะจักรวรรดิอย่างชนิดที่ไม่มีวันหวนคืนกลับมาอีก

กลไกแห่งความล่มสลายที่สำคัญคือเมื่อความเชื่อมั่นสั่นคลอน พันธมิตรจะเริ่มตีตัวออกห่างและเริ่ม “เทขายพันธบัตรและหนี้ของสหรัฐ” เพื่อลดความเสี่ยง ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของจุดจบระเบียบทางการเงินเดิม

แต่มองอีกมุมหนึ่ง จีนกลับมีความได้เปรียบในจุดนี้มากกว่าที่หลายคนคาดคิด

แม้จีนจะเป็นผู้นำเข้าน้ำมันรายใหญ่ แต่จีนมีคลังสำรองน้ำมันสูงถึง 90-120 วัน และมีความสัมพันธ์ที่เกื้อกูลกันอย่างแน่นแฟ้นกับอิหร่าน (จีนซื้อน้ำมันจากอิหร่านถึง 80-90% ของยอดส่งออกทั้งหมด) รวมถึงรัสเซีย

ทำให้จีนมั่นใจได้ว่าจะมีแหล่งพลังงานป้อนเข้าสู่ประเทศอย่างต่อเนื่องแม้ในช่วงวิกฤต

3.กับดักจักรวรรดิที่แผ่ขยายเกินตัว

เรย์วิเคราะห์ว่าสหรัฐกำลังตกอยู่ในภาวะ “แผ่ขยายอำนาจที่เกินตัว” โดยมีฐานทัพราว 750-800 แห่ง ในกว่า 70-80 ประเทศทั่วโลก ในขณะที่จีนมีฐานทัพในต่างประเทศเพียงแห่งเดียวเท่านั้น

ภาระผูกพันมหาศาลนี้สร้างความเปราะบางทางการเงินอย่างยิ่ง โดยเฉพาะเมื่อต้องเผชิญกับสงครามหลายแนวรบพร้อมกันทั้งในตะวันออกกลางและยุโรป

ในทางตรงกันข้าม ยุทธศาสตร์ของจีนถูกขับเคลื่อนด้วยปรัชญาจาก “ตำราพิชัยสงครามซุนวู” (Art of War) ซึ่งเน้นการตั้งรับที่แข็งแกร่งโดยไม่จำเป็นต้องก้าวร้าวในเชิงผู้รุกราน

จีนเลือกที่จะรอเวลาและสะสมขีดความสามารถภายใน เพื่อให้ระเบียบโลกเปลี่ยนผ่านไปตามวิวัฒนาการของอำนาจที่แท้จริง

4.ชัยชนะไม่ได้วัดที่พลัง แต่คือ “ขีดจำกัดในการทนความเจ็บปวด”

ใน “สงครามแห่งการบั่นทอน” (War of Attrition) ผู้ชนะไม่ใช่ผู้ที่มีเทคโนโลยีสูงสุดเสมอไป แต่คือ “ผู้ที่ทนความเจ็บปวดได้นานที่สุด”

ประวัติศาสตร์ในเวียดนาม อิรัก และอัฟกานิสถาน ยืนยันชัดเจนว่าเทคโนโลยีที่เหนือกว่าไม่สามารถบังคับให้ฝ่ายตรงข้าม “ยอมจำนน” ได้หากเขายังไม่หยุดสู้

ประธานเหมา เจ๋อตุง เคยกล่าวไว้ในช่วงสงครามเกาหลีว่า “พวกเขาไม่สามารถฆ่าเราได้ทั้งหมดหรอก”

สื่อถึงความพร้อมที่จะสู้จนตัวตายของประชากรจำนวนมหาศาล

ขณะที่สหรัฐอาจดูเหมือนเป็นมหาอำนาจที่แข็งแกร่งที่สุด แต่ในมิติด้านความอดทนต่อความทุกข์ยากในระยะยาว (แกใช้คำว่า Pain Tolerance) สหรัฐกลับมีความเปราะบางที่สุดเพราะขาดแรงสนับสนุนที่เป็นเอกภาพภายในประเทศและข้อจำกัดทางระบอบประชาธิปไตย

5.จากกฎกติกา สู่ “การใช้กำลังคือความถูกต้อง” และระบบบรรณาการ

โลกกำลังเปลี่ยนผ่านจากระเบียบแบบพหุภาคีที่อิงตามกฎกติกา (Rules-based Order) ไปสู่ระเบียบที่ขับเคลื่อนด้วยอำนาจและผลประโยชน์ส่วนตน หรือ “Might-is-Right”

หากระเบียบโลกใหม่ถูกขับเคลื่อนโดยจีน รูปแบบจะมีลักษณะคล้ายกับ “ระบบบรรณาการ” (Tribute System) ในประวัติศาสตร์จีน มากกว่าระเบียบแบบตะวันตกที่เราคุ้นเคย สภาวะโลกในปัจจุบันจึงมีความคล้ายคลึงกับช่วงปี 1913-1914 และ 1938-1939 อย่างน่ากังวล

ซึ่งเป็นช่วงที่ระเบียบการเงินและการเมืองระหว่างประเทศเดิมกำลังล่มสลายก่อนจะเข้าสู่สงครามเต็มรูปแบบ

เราอยู่ที่ “Step 9” ของวัฏจักรใหญ่

ตามแบบจำลอง Big Cycle ขณะนี้เราได้ก้าวมาถึง “Step 9” ซึ่งเป็นช่วงรอยต่อสำคัญจากระยะเตรียมการ (Pre-fighting stage) ไปสู่ระยะการสู้รบจริง (Fighting stage) สัญญาณเตือนนั้นชัดเจน :

– การใช้มาตรการปิดกั้นทางเศรษฐกิจและการเงิน

– การรวมตัวของพันธมิตรทางอุดมการณ์

– สงครามตัวแทนที่ขยายวงกว้าง

– หนี้สินและภาวะเงินเฟ้อที่พุ่งสูงในประเทศมหาอำนาจหลัก

แม้ประวัติศาสตร์จะไม่ได้ซ้ำรอยเดิมแบบเป๊ะๆ แต่ตัวบ่งชี้เหล่านี้คือสัญญาณเตือนที่ผู้ลงทุนและนักยุทธศาสตร์มองข้ามไม่ได้

ในโลกที่ระเบียบเก่ากำลังพังทลายและกฎเกณฑ์เดิมถูกฉีกทิ้ง “ความไม่แน่นอน” กำลังกลายเป็น “ความปกติใหม่” ที่ไม่มีใครสามารถพยากรณ์ได้ว่ามันจะต้องยุ่งเหยิงวุ่นวายไปอีกนานเท่าไรจึงจะ “นิ่ง”

หรือมันจะไม่มีคำว่า “นิ่ง” ตลอดไป?



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

ภาวะฉุกเฉินด้านพลังงานในเอเชีย
อีโบลาสายพันธุ์หายาก กับวิกฤตที่ต้องจับตา
ต้นทุนที่แท้จริง ของสงครามอิหร่าน
เมื่ออังกฤษเปลี่ยนผู้นำ
โกงสอบท้องถิ่น กำลังจบแบบฆ่าตัดตอน?
อาฟเตอร์ช็อก ‘ทุจริต’ ใน มท. เขย่าเครือข่าย ‘น้ำเงิน’ รัก ‘2 น.’ ร่วงกราว?
ฝ่ายค้านจัดขุนพลชำแหละงบปี 70 ติดป้าย ‘เอไอ’ ประเคนเงิน ‘ดิจิทัลพลัส’
ชัชชาติ ‘จั๊มพ์’ การเมือง ‘จ้ำ’ เบ้า
E-DUANG | บทเรียน การเมือง ปี 2566 บทเรียน การเมือง ปี 2569
‘เสนาอำมาตย์ อำนาจมหาดไทย’ | ปราปต์ บุนปาน
กราบเรียน ท่านนายกฯ (ฉบับที่ 6) เรื่อง ปัญหาสงครามชายแดน | สุรชาติ บำรุงสุข
ภูมิธรรม–จักรพงษ์” ร่วมแสดงความยินดีครบรอบ 105 ปีพรรคคอมมิวนิสต์จีน และ 51 ปีความสัมพันธ์ทางการทูตไทย–จีน ย้ำเดินหน้ากระชับความร่วมมือทุกมิติ เพื่อการพัฒนาร่วมกัน