E-DUANG : สงคราม น้ำลาย ก่อนเลือกตั้ง การเมืองเก่า กับ การเมืองใหม่

คล้อยหลังการบอกให้ นายเสนาะ เทียนทอง วัย 85 กลับไปเลี้ยง หลาน พักผ่อนนอนหลับ ยังไม่ทันข้ามวัน
ก็มีเสียงพาดพิงไปยัง “อนาคตใหม่”
“ใครที่อยากทำให้มาพูดแข่งกับผม คำว่าอนาคตเนี่ยกระทบใครหรือไม่เนี่ย ชอบตั้งกันว่าชื่ออนาคต อนาคต กันเยอะเหลือเกิน
ให้เขาพูดแบบผมเนี่ยพูดได้ไหม
มาพูดสิ ใครจะทำอนาคตให้มาพูดแข่งกัน”
จากนั้น เมื่อลงจากโพเดียมก็กล่าวกับผู้สื่อข่าวด้วยสีหน้าขึงขัง “ไม่มีอะไรจ๊ะ เพื่อประเทศชาติ อนาคตใคร อนาคตเรา เข้าใจไหม เรา เรา”
ไม่ว่าการพาดพิงถึงคนของพรรคเพื่อไทย ไม่ว่าการพาดพิงถึงคนของพรรคอนาคตใหม่ ผลสะท้อนเป็นอย่างไร
กล่าวสำหรับท่านผู้เฒ่าวัย 85 นายเสนาะ เทียนทอง เมื่อพูดต่อ หน้าชาวพรรคเพื่อไทยเสร็จสรรพก็กลับบ้านเมืองทองธานี
สงบนิ่งอยู่ในที่ตั้ง
มีก็แต่ นายภูมิธรรม เวชยชัย ออกมาชี้แจงนิ่มๆ “สิ่งที่ป๋าพูด ไม่ได้เป็นการก้าวล่วงใคร หรือใช้ถ้อยคำไม่สุภาพ แต่เป็นการแสดงความคิดเห็นทางการเมือง”
เป็นอันจบข่าว
จบข่าวเหมือนกับที่ นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ทวีต
“ผมประกาศมาแต่แรกว่าจะทำการเมืองใหม่ที่สร้างสรรค์ ร่วมกันทำให้ประเทศไทยมีอนาคตที่อำนาจสูงสุดเป็นของประชา ชน ขอเสนอว่าควรถึงเวลาที่เราจะหยุดไปท้าแข่งใครพูดยาวๆ แต่ มาทำงานออกนโยบายแข่งกัน น่าจะมีอนาคตกว่า”
ด้วยวัย 40 ปีอันแข็งแกร่ง ไม่ว่ามองผ่านตัว นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ไม่ว่ามองผ่านพรรคอนาคตใหม่ สะท้อนความแตกต่างไปจากเสียงท้าทายอย่างแน่นอน
อดไม่ได้ที่จะนึกถึงคำกล่าวในงานเลี้ยงของ สาย สีมา
ไม่ว่ากรณีของ นายเสนาะ เทียนทอง ไม่ว่ากรณีของ นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ คือสภาพที่ต้องประสบในทางการเมือง
นายเสนาะ เทียนทอง มากด้วยบทเรียน ประสบการณ์
นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ อาจเป็นคนหน้าใหม่ แต่ก็เผชิญกับแต่ละสถานการณ์ด้วยความเยือกเย็น
จึงรับมือกับ”สงครามน้ำลาย”ได้อย่างเปี่ยมด้วย”วุฒิภาวะ”
เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต
