E-DUANG : อารมณ์ หงุดหงิด การเมือง พื้นที่ ภาคใต้ และ “กทม.”

หากคำทำนายที่ว่าพรรคเพื่อไทยกับเครือข่ายประชาธิปไตยอันถือ ว่าเป็นพันธมิตรจะได้รับเลือกเข้ามารวมแล้วไม่ต่ำกว่า 300 เสียง
สร้างความหงุดหงิดให้กับ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ
แล้วคำทำนายที่ว่าพรรคอนาคตใหม่จะได้รับเลือกเข้ามาไม่ต่ำกว่า 40 เสียง โดยระบบเขตจะเป็นในภาคใต้และกรุงเทพมหานคร
จะสร้างความหงุดหงิดให้กับพรรคการเมืองใด
ประเด็นที่ว่าคำทำนายมีลักษณะครอบงำ ชี้นำทางการเมือง ต่อพรรคอนาคตใหม่สามารถตัดออกไปได้เลย เพราะการจะครอบ งำ นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ นั้นยากอยู่แล้ว
การครอบงำ นายปิยบุตร แสงนกกุล ยิ่งยากกว่าหลายเท่า
ยิ่งกว่านั้น คำทำนายต่อโอกาสที่พรรคอนาคตใหม่จะได้รับเลือกอันมาจากต่างแดนยังดำเนินไปในแบบ “ทวิ-ลักษณะ”
ด้าน 1 เหมือนกับเป็นมิตร แต่ด้าน 1 เท่ากับเป็นการเสี้ยม
เพราะไม่ว่าพื้นที่ภาคใต้ ไม่ว่าพื้นที่กรุงเทพมหานคร ก็รู้อยู่แล้วว่าเป็นพื้นที่ในความยึดครองของพรรคใด
นั่นย่อมเป็น”พรรคประชาธิปัตย์”
ขณะเดียวกัน ก็ต้องยอมรับว่าสถานการณ์ของพรรคประชาธิ ปัตย์ในพื้นที่ภาคใต้และกรุงเทพมหานครไม่สู้จะดีนัก เพราะถูกบ่อนเซาะอย่างเป็นระบบ
1 พื้นที่ภาคใต้ตอนล่างถูกพรรคประชาชาติ กับ พรรครวมพลังประชาชาติไทย แย่งชิง
1 พื้นที่กรุงเทพมหานครถูกดูดจากพรรคพลังประชารัฐ
นับแต่เดือนมีนาคมเรื่อยมาจนถึงเดือนตุลาคม พรรคที่เคลื่อนไหวอย่างคึกคักและเริ่มเข้าตาคนภาคใต้และคนกรุงเทพ มหานครกลับเป็น “พรรคอนาคตใหม่”
ภาคใต้ กรุงเทพมหานคร จึงอาจเป็นอีก”เป้าหมาย”สำคัญ
พรรคประชาธิปัตย์ในสถานการณ์ซึ่งถูกบั่นทอนจากพรรครวมพลังประชาชาติไทย และพรรคพลังประชารัฐ
จึงดำเนินไปอย่างไม่มั่นคงเหมือนเดิม
เมื่อถูกรุกจากพรรคเพื่อไทย พรรคประชาชาติ ประสานเข้ากับพรรคอนาคตใหม่ จึงเริ่มหงุดหงิดและเริ่มไม่มั่นใจในความแข็ง แกร่งและมั่นคง
หงุดหงิดไม่น้อยไปกว่า พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ
เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต
