E-DUANG : มายาคติ ไทยรักไทย เพื่อไทย บนฐาน ประชาธิปไตย กินได้

บทสรุปที่ว่าพรรคเพื่อไทยจะได้รับเลือกตั้งมาจำนวนมากเป็นอันดับ 1 ดำรงอยู่ในลักษณะอันเรียกว่าเป็น “มายาคติ”
ค่อนข้างจะเลื่อนลอย แต่สังคมก็ยัง “เชื่อ”
แม้จะเปลี่ยนจากรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2550 มาเป็นรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2560 ความเชื่อก็ยังจำหลักอย่างหนักแน่น
ทั้งๆที่เปลี่ยนจาก”บัตร 2 ใบ” มาเป็น”บัตรใบเดียว”
ทั้งๆที่คสช.ออกประกาศและคำสั่งเพื่อมัดแขนมัดขาพรรค เพื่อไทยทุกวิถีทาง
แม้กระทั่ง”พรรคประชาธิปัตย์”ก็เชื่อ ยิ่งมาถึง”พรรคพลังประชารัฐ”ที่มี นายสมศักดิ์ เทพสุทิน และ นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ เป็นกำลังพื้นฐานในการสร้างพรรคก็ยังเชื่ออย่างสุดลิ่มทิ่มประตู
หากไม่เชื่อคงไม่ตั้งหน้าตั้งใช้”พลังดูด”อย่างที่เห็นกันจะ-จะ
หากเป็น“มายาคติ”ก็ต้องยอมรับว่ามายามติตั้งแต่คสช. ทำเนียบ รัฐบาล ยันพรรคพลังประชารัฐ ก็เป็นความเชื่อบนฐานอย่างน้อย 2 ฐานสำคัญ
1 บนฐานแห่งความสำเร็จและชัยชนะอันยิ่งใหญ่ของพรรค ไทยรักไทย
ทั้งในฐานะที่เป็น “พรรค” และในฐานะที่เป็น “รัฐบาล”
นั่นก็หมายความว่าความสำเร็จที่แปร”ประชาธิปไตย”มิให้ดำรงอยู่เพียงในทางความคิดหรือนามธรรม หากแต่ปรากฏออก มาอย่างเป็นรูปธรรม
กระทั่งเกิดคำว่า “ประชาธิปไตยกินได้”ในทางเป็นจริง
ขณะเดียวกัน 1 ความสำเร็จในลักษณะสำเร็จรูปจากชัยชนะ ในการเลือกตั้งล่าสุดในเดือนกรกฎาคม 2554 ถือว่าเป็นความสำ เร็จที่สยบขวัญทุกพรรคการเมืองได้
จากการนำของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร จึงปรากฏผ่านการนำ ของ คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์
ตราบใดที่พรรคพลังประชารัฐไม่สามารถกำราบหรือสยบมายาคติ ที่ว่าพรรคเพื่อไทยจะต้องได้รับเลือกตั้งมาด้วยจำนวนที่มากเป็นอันดับ 1
ตราบนั้นก็ยากอย่างยิ่งที่พรรคพลังประชารัฐจะเคลื่อนไหวในทางการเมืองได้อย่างปลอดโปร่งโล่งใจ
ความหวังในการสืบทอดอำนาจของคสช.ก็ยังริบหรี่
ความหวังของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ก็ยิ่งริบหรียากที่จะเป็นจริง
เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต
