
ไลลา เดอ ลิมา เคยเป็นทนายความหญิงที่ได้รับค่าตอบแทนสูงคนหนึ่งของฟิลิปปินส์ ก่อนจะตัดสินใจเปลี่ยนเส้นทางอาชีพมามุ่งเน้นที่ประเด็นสิทธิมนุษยชนในช่วงหลัง การตัดสินใจซึ่งทำให้ เดอ ลิมา ต้องมายืนเผชิญหน้ากันกับประธานาธิบดี โรดริโก ดูแตร์เต ในทุกวันนี้
เดอ ลิมา สมาชิกวุฒิสภาฟิลิปปินส์ อดีตรัฐมนตรียุติธรรม วัย 57 ปี ถูกจับกุมเมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ในข้อหาลักลอบขนยาเสพติด ข้อหาซึ่ง เดอ ลิมา ยืนยันว่ามีแรงจูงใจทางการเมืองเพื่อปิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์ของเธอที่มีต่อนโยบายปราบปรามยาเสพติดและอาชญากรรมาอันโหดเหี้ยมของดูแตร์เต
ที่ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตไปแล้วในช่วง 8 เดือนที่ผ่านมาถึง 6,500 ราย

AFP PHOTO / TED ALJIBE
เดอ ลิมา เริ่มต้นชีวิตการทำงานในฐานะดาวรุ่งด้านกฎหมาย ทำคะแนนสอบทนายประจำปีได้เป็นอันดับที่ 8 ของประเทศเมื่อปี 1985
เดอ ลิมา ทำงานป็นเจ้าหน้าที่กฎหมายให้กับสภาผู้แทนราษฎรฟิลิปปินส์ และเป็นผู้ช่วยด้านกฎหมายให้กับผู้พิพากษาร่วมในศาลสูงสุดของฟิลิปปินส์ พร้อมๆ ไปกับการสร้างความสำเร็จในการฝึกฝนกฎหมายจนเชี่ยวชาญในการให้ความช่วยเหลือบรรดานักการเมืองที่ต้องเกิดการฟ้องร้องกันขึ้นในศาลการเลือกตั้งของฟิลิปปินส์
เดอ ลิมา เคยช่วย อควิลิโน่ ปิเมนเทล ประธานวุฒิสภาคนปัจจุบัน คว้าเก้าอี้ ส.ว. เหนือคู่แข่ง
รวมถึงช่วยให้ อลัน ปีเตอร์ คาเยตาโน ชนะข้อกล่าวหาที่ระบุว่า คาเยตาโนไม่ได้มีสัญชาติฟิลิปปินส์และขาดคุณสมบัติที่จะนั่งเป็นสมาชิกวุฒิสภาได้
ความตลกร้ายอยู่ที่ทั้งปิเมนเทล และคาเยตาโน นั้นเป็นพันธมิตรคนสำคัญอันดับต้นๆ ของประธานาธิบดีดูแตร์เต นายกเทศมนตรีเมืองดาเวา ที่ชนะการเลือกตั้งประธานาธิบดีเมื่อปีก่อน และให้คำมั่นว่าจะสังหารอาชญากรนับหมื่นให้สิ้นซาก

/ AFP PHOTO / Ted ALJIBE
ชีวิตของ เดอ ลิมา เปลี่ยนไปเมื่อปี 2008 เมื่อเธอตัดสินใจรับตำแหน่งทางการเมืองในฐานะประธานคณะกรรมาธิการอิสระเพื่อสิทธิมนุษยชน ของรัฐบาลประธานาธิบดี กลอเรีย อาร์โรโย
และภายใต้การทำงานดังกล่าว เดอ ลิมา ร่วมกับทีมงานเล็กๆ สืบสวนกรณีฆาตกรรมด้วยศาลเตี้ย การลักพาตัว และการละเมิดสิทธิมนุษยชนโดยเจ้าหน้าที่ความมั่นคงที่ทุจริตของฟิลิปปินส์ และหนึ่งในเป้าหมายของ เดอ ลิมา ก็คือ ดูแตร์เต ซึ่งขณะนั้นเป็นนายกเทศมนตรีเมืองดาเวา ดำเนินนโยบายปราบปรามอาชญากรรมอย่างไร้ปรานีด้วยการไล่สังหารผู้เสพยา และอาชญากรโทษเบาไปหลายร้อยคน
เดอ ลิมา ผู้นี้เองที่เป็นผู้เปิดให้มีการสืบสวนกลุ่มกองกำลังที่เรียกว่า “กองกำลังความตายดาเวา” ที่เชื่อกันว่าดูแตร์เตเป็นผู้สนับสนุนอยู่

AFP PHOTO / TED ALJIBE
อย่างไรก็ตาม เดอ ลิมา ก้าวออกจากตำแหน่งดังกล่าวในปี 2010 โดยที่การสืบสวนยังไม่สิ้นสุด เพื่อรับตำแหน่งรัฐมนตรียุติธรรมในยุคของประธานาธิบดี เบนิกโน อาคีโน
ในฐานะรัฐมนตรียุติธรรม เดอ ลิมา ตัดสินคดีที่เกี่ยวข้องกับการจัดสรรงบประมาณสู่ท้องถิ่นในทางที่ผิดของ ส.ส. และทลายขบวนการผลประโยชน์ที่ไหลไปสู่นักโทษคดียาเสพติดในเรือนจำที่ใหญ่ที่สุดในประเทศลง
เดอ ลิมา ออกจากคณะรัฐมนตรีในปี 2015 เพื่อลงสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกวุฒิสภาฟิลิปปินส์ และได้รับชัยชนะเมื่อปีก่อน ในเวลาเดียวกันกับที่ดูแตร์เตได้รับชัยชนะในการเลือกตั้งประธานาธิบดีฟิลิปปินส์
ในช่วงเวลาที่ดูแตร์เตดำเนินนโยบายกวาดล้างอาชญากรรมแบบที่เคยทำในดาเวา เดอ ลิมา เป็นนักการเมืองเพียงไม่กี่คนที่ลุกขึ้นมาวิพากษ์วิจารณ์นโยบายดังกล่าว

AFP PHOTO / NOEL CELIS
“ผมจะต้องทำลายเธอต่อหน้าสาธารณะ” ดูแตร์เตระบุเมื่อเดือนสิงหาคมปีที่แล้ว ก่อนที่ดูแตร์เตจะเดินหน้าผลักดันข้อกล่าวหาว่า เดอ ลิมา เป็นหนึ่งในผู้ลักลอบค้ายาเสพติดรายใหญ่ที่สุดของประเทศ
“ตลอดชีวิตที่ผ่านมา ฉันไม่เคยคิดจินตนาการไว้เลยว่าจะต้องตกเป็นเหยื่อของการละเมิดสิทธิมนุษยชนด้วยตัวเอง” เดอ ลิมา แม่ม่ายลูก 2 ระบุเมื่อเดือนตุลาคมที่ผ่านมา พร้อมยืนยันว่าข้อกล่าวหาดังกล่าวนั้นไร้สาระ
ก่อนถูกจับกุมเมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ที่อาคารที่ประชุมวุฒิสภา เดอ ลิมา ยังแสดงความขัดขืนและยืนยันความบริสุทธิ์ของตัวเอง
“พวกเขาพลาดแล้วหากหวังว่าพวกเขาจะสามารถปิดปาก และหยุดการต่อสู้เพื่อความจริง ความยุติธรรม การสังหารรายวัน และการปราบปรามของรัฐบาลดูแตร์เตได้” เดอ ลิมา ระบุ ก่อนถูกเจ้าหน้าที่ควบคุมตัว
