bg-single

ฐากูร บุนปาน | ถ้ามีรัฐบาลแล้วพึ่งพาอาศัยไม่ได้

09.03.2020

นี่คือนาทีพิสูจน์ความ “เป็น” ของรัฐบาลอีกรอบ

เพราะมีวิกฤตอย่างน้อยสองเรื่องเป็นเครื่องทดสอบ

อย่าแรกคือ โควิด-19 และอย่างต่อมาคือ ปฏิกิริยาต่อความเคลื่อนไหวของนักเรียน นักศึกษา

ทั้งสองเรื่องนี้มีชีวิตคน และอนาคตของสังคมเป็นเดิมพัน

เรื่องแรก ต้องชื่นชมอีกครั้งถึงความเข้มแข็งของระบบสาธารณสุข และความทุ่มเทของบุคลากรทางการแพทย์ของไทยทุกส่วน

ที่ช่วยจัดการกันจน “เอาอยู่”

แต่อย่างที่คนจำนวนมากตั้งข้อสังเกตเอาไว้ คือต่อให้ระบบสาธารณสุขหรือบุคลากรด้านนี้ดีแค่ไหน แต่ถ้าระบบอื่นยังเละๆ เทะๆ

โอกาสที่จะเกิดวิกฤตก็ยังเป็นไปได้สูงยิ่ง

เอาแค่ว่าจะแถลงข่าวเพื่อคลายความสับสนให้สังคม ยังกลายเป็นสร้างความสับสนให้เกิดขึ้นเสียเอง

หรือแค่การจัดการกับปัญหาหน้ากากอนามัยว่าขาดแคลนหรือไม่ ที่แม้แต่ในรัฐบาลยังไม่พูดเป็นเสียงเดียวกัน

ไม่แต่เท่านั้น ยังเอามาเป็นประเด็น “แทง” กันด้วย

ข้อกล่าวหาว่า ใครหรือพรรคไหนกำลังทำมาหากินบนความเสี่ยง ความยากลำบากของพี่น้องประชาชนนี่ไม่ใช่เรื่องเล่นๆ นะครับ

กล่าวหากันแล้วก็ต้องสาวต่อให้ถึงที่สุด

ฝั่งที่ถูกกล่าวหา ก็ต้องพิสูจน์ตัวเองให้สิ้นข้อกังขา ว่าไม่ได้มีพฤติกรรม “ชั่วร้าย” อย่างที่เขาพูดกันจริง

ส่วนผู้มีอำนาจสูงสุด จะนั่งเป็นพรมลูกฟักไม่ทำอะไรเลยไม่ได้

มีข้อสงสัยต้องจัดการให้กระจ่างชัดเจนกันไป

ไม่อย่างนั้น เวลาที่ “เรื่องใหญ่-เรื่องจริง” เข้ามาจ่อคอหอยอย่างที่เป็นอยู่ทุกวันนี้

ก็จะยิ่งบรรลัย

อย่างกรณีโรงงาน “รีไซเคิลหน้ากากอนามัย”

ถ้าหากไม่ใช่เอามาแยกชิ้นทำลายตามข้ออ้าง แต่แค่ซักๆ ล้างๆ แล้วเอามาขายใหม่

ให้คนเอากลับไปใช้เสี่ยงดวงกันเอง ว่าจะติดเชื้ออะไรไปหรือไม่

จะปล่อยให้แค่เป็นเรื่องของระดับนายอำเภอได้อย่างไร

นี่ความเป็นความตายของชีวิตคน

รัฐบาลไม่ออกเต้นแร้งเต้นหาอะไรบ้างหรือ

ไม่ทำให้เห็นกันชัดๆ หรือ ว่าใครก็ตามที่ทำมาหากินกับความไม่ปลอดภัยของเพื่อนร่วมชาติ

ต้องได้รับการจัดการอย่างเด็ดขาดด้วยกฎหมายที่มีอยู่

อีกกรณีที่ “ผีน้อย” 5,000 คนจะเดินทางกลับมาจากเกาหลีใต้

ไม่รับกลับก็ไม่ได้ เหมือนจะทิ้งให้เขาตายอยู่ที่นั่น

แต่ถ้าให้กลับมา จะจัดการอย่างไร มีแผนรองรับเอาไว้หรือยัง เพื่อป้องกันไม่ให้โรคมีโอกาสแพร่ระบาดออกไป

สถานที่ บุคลากร เครื่องไม้เครื่องมือ มีพร้อมหรือไม่ ถ้าไม่มี จะหาจากไหนให้ทัน

หนนี้หนักหนาสาหัสกว่ารับคนกลับจากอู่ฮั่นไม่รู้กี่เท่า

ถ้าทำได้ ชาวบ้านก็จะแซ่ซ้องด้วยความสบายใจ

แต่ถ้าทำไม่ได้หรือทำไม่ถึง แค่มีกรณีคนติดเชื้อเพิ่มขึ้นรายเดียว

 

อภิมหาโกลาหลจะเกิดขึ้นในสังคมทันที

เรื่องที่สอง กรณี “แฟลชม็อบ” ของนักเรียน นักศึกษา

ถ้ายังขยันโหมไฟ ถ้าหมั่นใช้ IO สาดข้อหาที่พร้อมจะทำให้สังคมแตกแยกกันยิ่งกว่านี้เข้าไป

เดี๋ยวก็มี “น้ำผึ้งหยดเดียว” เกิดขึ้นจนได้

ไม่เข้าใจ (หรือแกล้งไม่เข้าใจ) ที่มาของปัญหา

ไม่สนใจว่าจิตใจของประชาชนเป็นอย่างไร

มีตัวอย่างให้เห็นมาเยอะแล้วจากประวัติศาสตร์ทั้งใกล้และไกล

เอาตัวอย่างจากจีนที่เห็นว่าอยากจะไปเลียนแบบเขาก็ได้

กว่า 4,000 ปีของประวัติศาสตร์ที่บันทึกไว้ เมื่อไหร่ที่ผู้ปกครองไม่ใส่ใจ ไม่เข้าใจความต้องการของประชาชน

ไม่นานก็มีการลุกฮือ

เมื่อมีความเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นตามมา

ผู้ปกครองก็ได้ฉายาใหม่ว่าเป็นทรราช

ประวัติศาสตร์หาอ่านง่ายๆ แบบนี้มีอยู่ทั่วไป

เป็นเครื่องเตือนใจและเป็นประโยชน์กว่าท่องแค่ว่าบรรพบุรุษมาจากอัลไต-ที่ไม่ใช่เรื่องจริง-หลายเท่านัก

รัฐบาลอยู่ได้หรือไม่ได้นั่นไม่ใช่ประเด็นหรอกครับ

แต่ประชาชนต้องอยู่ได้ และอยู่ดีด้วย

ถ้ามีรัฐบาลแล้วพึ่งพาอาศัยไม่ได้ ก็หาคนใหม่ที่ทำได้เข้ามาทำ

แค่นั้นเอง



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

การเลือกตั้งกลางเทอมอเมริกัน | สุรชาติ บำรุงสุข
ภาวะผู้นำแบบพ่อมด Oz
520 วันบันทึกของคำจากลา ในโลกหลังกำแพง (27)
Songs in the Key of Life : แด่นายดำ นามสกุลเรย์
การปฏิวัติวัฒนธรรมจีน ภาพสะท้อน จากวรรณกรรมร่วมสมัย ‘กี่เพ้า’
เสียงคุณภาพต่ำ กับความชอกช้ำใจสูง
การอ่านหนังสือในวันที่มี AI
มหกรรมหนังสือฯ หลังวิกฤตท่วม ‘คนยังมาวันละแสน’ ณัฐกร วุฒิชัยพรกุล นายกสมาคมผู้จัดพิมพ์ฯ พอใจแต่ห่วงอนาคต
‘ไตรภพ’ เปิดปัญหาสังคมไทย ‘3 ความอ่อนแอ’ ที่เรายังแก้ไม่ตก!
เดิมพันกลาโหม ‘ร้อยเอก’ วัดพลัง ‘พลโท’ แกะรอยสัมพันธ์ ‘บิ๊กดุลย์’ น้องเทพ ตัวจริง ผนึก แผง ตท.26 จับตา รบพิเศษ ส่ง ‘บิ๊กเต้-รองเอิร์ธ’ จ่อ ทบ.1
E-DUANG | “หวอด”การเมืองจาก ภาคใต้ กระดานหก แยกคอนางหงส์
รมช.เกษตร ยัน ประเทศไทยมีความอุดมสมบูรณ์ ไม่จำเป็นต้องกักตุนอาหารตามต่างประเทศ