bg-single

ฐากูร บุนปาน | ในวิกฤต ไม่มีที่ยืนสำหรับพวกเก้ๆ กังๆ

24.03.2020

เป็นสองเรื่องที่ดูเหมือนไม่เกี่ยวกัน

แต่เป็นสองด้านของเหรียญเดียวกัน

เหรียญที่ชื่อว่า “ทัศนคติ”

เรื่องแรก คือกรณีที่ ส.ส.คนหนึ่งของพรรคพลังประชารัฐ โพสต์ข้อความลงเฟซบุ๊กว่า “ประชาชนโง่ เราจะตายกันหมด”

อันเนื่องมาจากความไม่พอใจที่ประโยค “ผู้นำโง่เราจะตายกันหมด” แพร่หลายอยู่ในโลกเสมือน ระหว่างที่ไวรัสโควิด-19 กระจายออกไปอย่างกว้างขวาง

ท่าทีนี้สะท้อนอะไร?

สะท้อนว่าคุณได้ผลักภาระทั้งหมด จากระบบจัดการที่ไร้ประสิทธิภาพ ไปจนกระทั่งถึงระบบการสื่อสารที่สับสน

มาให้ประชาชนเป็นผู้แบกรับไว้

ที่ผ่านมา ไม่มีใครเถียงเรื่องคุณภาพในการจัดการของระบบและบุคลากรด้านสาธารณสุข

แต่ที่เขาตั้งคำถามและข้อสงสัย คือความสามารถในการบริหารจัดการภาพรวมของรัฐบาล

ไม่เชื่อก็กลับไปอ่านที่ ผอ.สนามบินสุวรรณภูมิ และคนทำงานที่นั่นเขียนไว้อีกที

ว่าระบบประสานงานระหว่างหน่วยงานรัฐด้วยกันล้มเหลวขนาดไหน

หรือการหายไปของหน้ากากอนามัยจากสถานที่ที่ควรอยู่

แล้วไปปรากฏว่าอยู่ในมือของคนที่ไม่ควรอยู่ (และคนสงสัยว่ามีแบ๊กดี) ขายทำกำไรอย่างโจ่งแจ้ง

พอถูกแฉถูกจับได้

เจ้าหน้าที่ตำรวจบอกว่าคนถูกจับดูหน้าตาซื่อๆ

แล้วคดีก็ค่อยๆ แผ่วหายไป

หรืออยู่ๆ อธิบดีกรมหนึ่งก็จะลุกขึ้นมาฟ้องโฆษกอีกกรมหนึ่ง ซึ่งออกมาแถลงว่าตัวเลขส่งออกหน้ากากเป็นเท่าไหร่

(ล่าสุดคนประกาศฟ้องก็เพิ่งถูกปลดกลางอากาศไปแล้ว แต่ไม่รู้ปัญหาหน้ากากขาดแคลนจะได้รับการแก้ไขหรือไม่-อย่างไร)

ยังไม่นับความไม่เป็นกระบวนในการทำงานที่ออกมาเป็นระยะ

เช่น วันหนึ่งจะแจกเงิน พอถูกด่าไม่ทันข้ามวัน

ก็เปลี่ยนใจบอกไม่เอาแล้ว

หรือระหว่างที่โควิด-19 กำลังระบาด อยู่ๆ ก็มีข้อเสนอชนิดผิดกาลเทศะ จะให้เปิดฟรีวีซ่านักท่องเที่ยวจีน-อินเดีย

พอถูกด่าก็ชักกลับ

ฯลฯ

การจัดการที่ไร้ประสิทธิภาพ

นโยบายชักเข้าชักออก หาความแน่นอนไม่ได้

การสื่อความที่สับสน

ไม่รู้ว่าอะไรคือแก่นอะไรคือกระพี้ที่หาสาระไม่ได้

เป็นความโง่ของใครกันแน่

เข้ามาเป็นตัวแทนประชาชน โดยไม่ต้องเห็นหัวเห็นความสำคัญของประชาชน

ทัศนคติที่มีต่อประชาชนก็ออกมาแบบนี้

ถามว่านี่คือทัศนคติส่วนตัวหรือทัศนคติรวมหมู่

รอดูว่าพรรคและรัฐบาลจะมีปฏิกิริยาอย่างไรกับเรื่องนี้

แต่ไม่ใช่แค่พูดว่านี่เรื่องส่วนตัว แล้วก็ตัดหางปล่อยวัดไปง่ายๆ

ที่สะท้อนทัศนคติในการทำงานอีกเรื่องก็คือ

กรณีธนาคารกลางสหรัฐ หรือ Fed ก็ประกาศลดดอกเบี้ยมาตรฐานลงมาแบบฉุกเฉินเป็นการชั่วคราว

จากร้อยละ 1-1.25 เหลือร้อยละ 0

เท่านั้นยังไม่พอ ยังประกาศด้วยว่าจะอัดฉีดเงินใส่ตลาดอย่างน้อย 700,000 ล้านเหรียญสหรัฐ

เพื่อพยุงซื้อพันธบัตร-หุ้นกู้ทั้งภาครัฐและภาคเอกชน

เมื่อรวมกับเงินที่ปั๊มออกมาแล้วจำนวน 1.5 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ

นี่คือ “มาตรการผ่อนคลายทางการเงิน-quantitative easing (หรือ QE)” ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดหลังวิกฤตแฮมเบอร์เกอร์เมื่อปี 2008 เป็นต้นมา

เป็นปฏิกิริยาที่ตอบสนองต่อความเป็นจริง และท่าทีของตลาดที่เริ่มหวั่นเกรงว่า ภาวะเศรษฐกิจถดถอยระดับโลกกำลังรออยู่ข้างหน้า หลังวิกฤตโควิด-19 เริ่มจาง

โดยตัวกระตุ้นก็คือ ปริมาณหนี้สินภาคเอกชนที่จะกลายเป็น “หนี้เสีย” จำนวนมหาศาลกว่าครั้งไหนๆ

เพราะจากปี 2008 ถึงปัจจุบัน เอกชนทั่วโลกอาศัยช่วงที่โลกนี้อยู่ในภาวะ “ดอกเบี้ยต่ำ” ยาวนาน ออกพันธบัตร-หุ้นกู้มาระดมเงินจากตลาดอย่างมโหฬาร

จาก 48 ล้านล้านเหรียญเมื่อปีนั้น เป็น 75 ล้านล้านเหรียญสหรัฐในปีนี้

ในจำนวนนี้ที่มีแนวโน้มจะกลายเป็น junk bond หรือพันธบัตรขยะ-ไม่สามารถใช้หนี้หรือจ่ายดอกเบี้ยได้ตามกำหนดได้มีอยู่ประมาณ 19 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ

เทียบกับขนาดจีดีพีของไทยทั้งประเทศที่อยู่ประมาณ 0.5 ล้านล้านเหรียญ

ความเสียหายที่ใหญ่กว่าขนาดประเทศไทย 38 เท่า

โดยในจำนวนนี้กลุ่มที่อยู่ในข่ายจะเป็นหนี้เสียได้มากที่สุดคือ

กลุ่มพลังงาน

ธุรกิจท่องเที่ยว โดยเฉพาะสายการบิน

และกลุ่มผู้ผลิตรถยนต์

พวก “เล่นเป็น” เขาเล่นกันอย่างนี้ละครับ

หรือทั้งเล่นใหญ่และเล่นเร็ว

ไม่มีครึ่งๆ กลางๆ กล้าๆ กลัวๆ

ในวิกฤต ไม่มีที่ยืนสำหรับพวกเก้ๆ กังๆ

ทัศนคติแบบนี้มีอยู่ไหมในคนบริหารนโยบายบ้านเรา

หรือมีแต่แบบแรก?



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

การเลือกตั้งกลางเทอมอเมริกัน | สุรชาติ บำรุงสุข
ภาวะผู้นำแบบพ่อมด Oz
520 วันบันทึกของคำจากลา ในโลกหลังกำแพง (27)
Songs in the Key of Life : แด่นายดำ นามสกุลเรย์
การปฏิวัติวัฒนธรรมจีน ภาพสะท้อน จากวรรณกรรมร่วมสมัย ‘กี่เพ้า’
เสียงคุณภาพต่ำ กับความชอกช้ำใจสูง
การอ่านหนังสือในวันที่มี AI
มหกรรมหนังสือฯ หลังวิกฤตท่วม ‘คนยังมาวันละแสน’ ณัฐกร วุฒิชัยพรกุล นายกสมาคมผู้จัดพิมพ์ฯ พอใจแต่ห่วงอนาคต
‘ไตรภพ’ เปิดปัญหาสังคมไทย ‘3 ความอ่อนแอ’ ที่เรายังแก้ไม่ตก!
เดิมพันกลาโหม ‘ร้อยเอก’ วัดพลัง ‘พลโท’ แกะรอยสัมพันธ์ ‘บิ๊กดุลย์’ น้องเทพ ตัวจริง ผนึก แผง ตท.26 จับตา รบพิเศษ ส่ง ‘บิ๊กเต้-รองเอิร์ธ’ จ่อ ทบ.1
E-DUANG | “หวอด”การเมืองจาก ภาคใต้ กระดานหก แยกคอนางหงส์
รมช.เกษตร ยัน ประเทศไทยมีความอุดมสมบูรณ์ ไม่จำเป็นต้องกักตุนอาหารตามต่างประเทศ