รายงานพิเศษ : คุยกับทูต ปีเตอร์ ยาค็อบ 145 ปีแห่งความสัมพันธ์อันราบรื่นไทย-ฮังการี (3)

ประเทศฮังการีตั้งอยู่กลางทวีปยุโรป ในภูมิภาคยุโรปกลางแถบที่ราบเทือกเขาคาร์เปเทียน ชื่อประเทศในภาษาฮังการี หมายถึง ประเทศของชาวฮังการี หรือชาวมอยอร์ (Country of the Magyars)
ฮังการีมีวัฒนธรรมที่น่าสนใจและสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่งดงามจำนวนมาก ดึงดูดนักท่องเที่ยวจากหลายมุมโลกนับล้านทุกปี
โดยเฉพาะกรุงบูดาเปสต์ (Budapest) เป็นเมืองที่ใหญ่ที่สุดเป็นอันดับที่ 6 ของสหภาพยุโรป เกิดจากการผนวกรวมตัวกันของเมืองสามเมืองคือ เมืองบูดา (Buda) และโอบูดา (?buda) ทางฝั่งตะวันตก กับเมืองเปสต์ (Pest) ทางฝั่งตะวันออก เมื่อวันที่ 17 พฤศจิกายน ปี ค.ศ.1873
กรุงบูดาเปสต์เริ่มต้นจากการตั้งถิ่นฐานของชาวเคลต์โบราณ ณ บริเวณที่เรียกว่า Aquincum ต่อมากลายเป็นเมืองหลวงของแคว้น Pannonia ในอาณาจักรโรมัน
หลังจากนั้น ชาวฮังการีได้เข้ามาครอบครองดินแดนแห่งนี้ในช่วงศตวรรษที่ 9 ก่อนจะถูกรุกรานและครอบครองโดยชาวมองโกล (The Mongols) ในช่วงปี ค.ศ.1241-1242 หลายศตวรรษต่อมา ฮังการีกลายเป็นศูนย์กลางของยุคฟื้นฟูศิลปวิทยาวัฒนธรรมมนุษยนิยม (Renaissance Humanism Culture) ในศตวรรษที่ 15
ต่อมาเกิดสงครามโมฮาซ (The Battle of Moh?cs) เมื่อ ค.ศ.1526 ระหว่างชาวฮังการีและชาวออตโตมัน บางส่วนของฮังการีแห่งนี้จึงอยู่ภายใต้การปกครองของชาวออตโตมันเกือบ 150 ปี

เอกอัครราชทูตปีเตอร์ ยาค็อป
ในช่วงศตวรรษที่ 18 และ 19 บูดาเปสต์ได้เป็นศูนย์กลางของเหตุการณ์สำคัญๆ หลายครั้ง
– เป็นทั้งเมืองหลวงแห่งที่สองของจักรวรรดิออสเตรีย-ฮังการี (Austro-Hungarian Empire) อันยิ่งใหญ่ก่อนที่อาณาจักรจะล่มสลายในปี ค.ศ.1918 ภายหลังสงครามโลกครั้งที่หนึ่ง
– เป็นศูนย์กลางของการปฏิวัติฮังการีปี ค.ศ.1848 (The Hungarian Revolution of 1848)
– เป็นศูนย์กลางของสาธารณรัฐฮังการีในปี ค.ศ.1919
– เกิดการรุกบูดาเปสต์ของกองทัพสหภาพโซเวียต (The Battle of Budapest) ในปี ค.ศ.1945
– เป็นศูนย์กลางการปฏิวัติฮังการีในปี ค.ศ.1956 (The Hungarian Revolution of 1956)
บูดาเปสต์ได้ชื่อว่าเป็นเมืองหลวงที่มีความงดงามติดอันดับโลก เพราะมีสถาปัตยกรรมของป้อมปราสาท โบสถ์วิหาร อนุสาวรีย์ และพิพิธภัณฑ์ต่างๆ ที่สวยงามจับใจเหมือนในเทพนิยาย ได้รับการขนานนามว่า เป็นไข่มุกแห่งดานูบ (Pearl of the Danube) ด้วยความงดงามของแม่น้ำดานูบ ที่แบ่งเมืองเป็นสองฝั่ง
หนึ่งในอาคารที่โดดเด่นที่สุดในกรุงบูดาเปสต์คืออาคารรัฐสภา ซึ่งชาวฮังการีภูมิใจว่าเป็นอาคารรัฐสภาที่สวยที่สุดในโลก
อาคารรัฐสภาแห่งนี้เป็นสถาปัตยกรรมแบบนีโอโกธิก (Neo-Gothic) มีขนาดใหญ่เป็นอันดับสามของโลก เริ่มสร้างเมื่อปี ค.ศ.1885
ใช้เวลาก่อสร้างกว่า 20 ปีจึงเสร็จสมบูรณ์

ที่เก็บไวน์ใน เมืองโตคอย ซึ่งผลิตไวน์โดยได้รับการประกาศจาก UNESCO เป็นมรดกโลก
“ฮังการีมีชื่อเสียงเรื่องสปาและการแช่น้ำแร่ธรรมชาติที่มีอยู่มากมายทั้งในกรุงบูดาเปสต์ และเมืองอื่นๆ ทั่วประเทศ”
“เรามีทะเลสาบเฮวิซ (Lake H?v?z) ซึ่งเป็นทะเลสาบน้ำร้อนที่ใหญ่เป็นอันดับสองของโลก อยู่ไม่ไกลจากทะเลสาบน้ำจืดบอลอโตน (Lake Balaton) ที่ใหญ่ที่สุดในยุโรปกลาง”
เอกอัครราชทูต ปีเตอร์ ยาค็อบ แนะนำสถานที่สำคัญล้วนมีเรื่องราวทางประวัติศาสตร์
“ฮังการีมีแหล่งมรดกโลกขององค์การยูเนสโกถึง 8 แห่ง หนึ่งในสถานที่ที่น่าสนใจเหล่านี้คือ อุทยานแห่งชาติโฮร์โตบาจ ปุสตอ (Hortob?gy National Park – the Puszta) คำว่า Puszta แปลว่าทุ่งหญ้าซึ่งเป็นที่อยู่ของโคบาลฮังการีในอดีต”
“อาหารพื้นบ้านฮังการีที่มีชื่อเสียงระดับโลก คือ กูลาช (Goulash) เป็นซุปเนื้อตุ๋นลักษณะคล้ายสตู (Stew) คำว่า กูลาชมาจากคำว่า Guly?s ในภาษาฮังการี แปลว่า โคบาล เพราะโคบาลฮังการีในอดีตมักจะปรุงอาหารประเภทนี้ ณ บริเวณทุ่งหญ้าเลี้ยงสัตว์นั่นเอง”
อาหารฮังการีเป็นที่รู้จักดีในทวีปยุโรป จุดเด่นของอาหารฮังการี คือกลิ่นหอมของเครื่องเทศผสมผสานกับรสชาติจัดจ้านของเครื่องปรุงและวัตถุดิบในท้องถิ่น
ยกตัวอย่างเช่น กะหล่ำปลีห่อข้าวรสเปรี้ยว (T?lt?tt k?poszta) เป็นข้าวคลุกกับเนื้อหมูบด ห่อเป็นก้อนด้วยใบกะหล่ำปลี อบกับเบคอนรมควัน
ส่วนขนมพื้นเมืองที่ขึ้นชื่อนั้นได้แก่ แพนเค้กยัดไส้ (Palacsinta) และ L?ngos แป้งทอดทาเนยกระเทียม อาจราดซาวครีมหรือซอสมะเขือเทศ โรยหน้าด้วยเนยแข็งมอสซาเรลล่าขูดฝอย”
“เคาบอยในวันนี้ส่วนใหญ่มีไว้เพื่อจุดประสงค์ของการท่องเที่ยว แต่วิถีชีวิตติดธรรมชาติของชาวฮังการีในยุคเคาบอยยังคงพอมีให้เห็นอยู่บ้าง เหมือนกับที่เราไปตลาดน้ำในประเทศไทย เพื่อเรียนรู้วิถีชีวิตแบบดั้งเดิมของคนไทยนั่นเอง”

โคบาลฮังการี
“ฮังการีเป็นหนึ่งในบรรดาชาติที่ผลิตไวน์เก่าแก่ในยุโรปตั้งแต่สมัยโรมัน ไวน์ที่สร้างชื่อให้ฮังการีคือ ไวน์ขาวหวานที่ชื่อโตคอย (Tokaj) และไวน์แดงรสชาติเข้มข้น บูลส์ บลัด (Bull”s Blood หรือ Egri Bikav?r)”
ชื่อไวน์โตคอย (Tokaji) มาจากชื่อเมืองโตคอย (Tokaj) เป็นเมืองเล็กๆ ทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศฮังการี เป็นถิ่นผลิตไวน์หวานชื่อ โตคอย ออสซู (Tokaji Aszu) อันมีชื่อเสียง เมืองโตคอยได้รับการคัดเลือกโดยองค์การยูเนสโกให้เป็นเมืองมรดกโลกในปี ค.ศ.2002 ภายใต้ชื่อ Tokaj Wine Region Historic Cultural Landscape
กล่าวกันว่าพระเจ้าหลุยส์ที่ 14 หรือที่รู้จักกันในพระราชสมัญญานาม “สุริยกษัตริย์” แห่งฝรั่งเศส โปรดไวน์ Tokaji Aszu Essencia มาก ยกย่องว่าไวน์โตคอยนั้นเป็น “Vinum Regum, Rex Vinum” (ไวน์ของพระราชา ราชาแห่งไวน์ทั้งปวง)

อาคารรัฐสภาตั้งโดดเด่นอยู่ริมแม่น้ำดานูบ บนฝั่งเปสต์ ที่ชาวฮังการีภูมิใจว่าเป็นอาคารรัฐสภาที่สวยที่สุดในโลก
การท่องเที่ยวและวัฒนธรรม ปัจจุบันมีคนไทยประมาณ 1,000 คนพำนักอยู่ในฮังการี ส่วนใหญ่ประกอบอาชีพนวดไทยแผนโบราณ ในสปา ร้านนวด และทำงานในร้านอาหารไทย ชาวฮังการีที่อาศัยในประเทศไทยก็มีจำนวนประมาณ 1,000 คนเช่นเดียวกัน
ในด้านการท่องเที่ยว มีนักท่องเที่ยวชาวไทยไปเยือนฮังการีปีละประมาณ 12,000-15,000 คน ในขณะที่นักท่องเที่ยวชาวฮังการีมาเยือนประเทศไทยประมาณ 30,000 คนในปี ค.ศ.2015 เพิ่มขึ้นจากปี ค.ศ.2014 ประมาณร้อยละ 30 และมีอัตราการขยายตัวอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะกลุ่มชาวฮังการีที่ท่องเที่ยวกับครอบครัว กลุ่มคู่สมรสใหม่ และกลุ่มผู้สูงอายุ
นอกจากนี้ ไทยและฮังการียังมีกิจกรรมความร่วมมือเชิงวัฒนธรรมกันอย่างใกล้ชิดหลายประการ ทั้งโครงการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมของนักเรียน และการจัดแสดงศิลปวัฒนธรรมระหว่างสองประเทศ
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศและการค้าฮังการี นายปีเตอร์ ซิยาร์โต ได้กล่าวไว้เมื่อครั้งมาเยือนไทย เดือนตุลาคม ค.ศ.2016 ว่า ต้องการผลักดันและส่งเสริมภาคการค้าและลงทุน รวมถึงภาคการท่องเที่ยวระหว่างฮังการี-ไทย ให้มีความเติบโตมากยิ่งขึ้น โดยมองว่า ศักยภาพอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของไทยมีความโดดเด่นในภูมิภาคอาเซียน
