bg-single

คำ ผกา | สมน้ำหน้า

20.04.2021

ขณะที่มีข่าวว่าด้วยนักการเมือง รัฐมนตรี ไปติดโควิดมาจากคริสตัลคลับที่ชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ เจ้าพ่ออ่างผู้รันวงการคนกลางคืนบอกว่าเปรียบประหนึ่งไทยคู่ฟ้าสอง

นายกรัฐมนตรีของประเทศไทยที่ชื่อประยุทธ์ จันทร์โอชา รวมทั้งบรรดาหมอที่ดูแลเรื่องสถานการณ์โควิดและโรคระบาดอยู่หน้าจอและหน้าสื่อ แถมบางคนยังได้เป็นผู้ลงเข็มวัคซีนเข็มแรกให้ประยุทธ์ ก็เรียงหน้าสลอนออกมาเตือนประชาชนว่า อย่าสำเริงสำราญกันนัก สงกรานต์ก็อย่าคึกคะนองท่องเที่ยว ทำอะไรตามประเพณีไทยเข้าไว้ รดน้ำดำหัวผู้ใหญ่ เพราะปัญหาโควิดทุกวันนี้เกิดจากประชาชนพูดไม่รู้ฟัง หละหลวม เอาแต่รักสนุก

พอโควิดระบาดระลอกใหม่ขึ้นมาก็เป็นภาระ “นายกฯ” ต้องคอยมาแก้ไขปัญหาให้ – เหนื่อยจริงวุ้ย เครียดจริงวุ้ย

ฉันงงมากจริงๆ ว่า ประชาชนคนไทยทั้งหลาย เราทนฟังคนเหล่านี้สำรอกใส่หูเราทุกวันได้อย่างไร

แค่ทนเห็นคนปล้นอำนาจประชาชน คนก่อรัฐประหาร นั่งอยู่ในตำแหน่งผู้นำ แล้วพูดจาประหลาดๆ ทุกวันก็แย่พออยู่แล้ว

เรายังทนให้คนคนนี้พูดจาดูถูก เหยียดหยาม ทำราวกับประชาชนเป็นเด็กอมมือ หรือเป็นทหารรับใช้ในบ้านอยู่ได้อย่างไรมาหก-เจ็ดปีต่อเนื่องกัน โดยไม่เห็นว่ามันเป็นความผิดปกติ

ใช่ ฉันหมายถึงสลิ่มที่ยังรักยังหลงยังเชียร์รัฐบาลนี้และยังหลับหูหลับตาบอกว่า “ประยุทธ์เขาดี ผลงานเขาเยอะ”

แต่พอถามว่าผลงานที่ว่ามีอะไรบ้าง โดยมากก็จะอ้ำๆ อึ้งๆ

สุดท้ายมาจบที่ผลงานของประยุทธ์คือปกป้องประเทศไทยจากการโดนทักษิณ ชินวัตร และธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ครอบงำ ปกป้องสถาบันหลักของชาติ ไม่ให้ใครมาย่ำยี

สิ่งที่ฉันฉงนเกี่ยวกับสลิ่มมากที่สุดคือ หนึ่ง คลัสเตอร์การระบาดของโควิดใหญ่ๆ เกิดจากความหละหลวม ผิดพลาดของรัฐบาล ตั้งแต่กรณีสนามมวย การลักลอบนำแรงงานเข้ามาอย่างผิดกฎหมาย บ่อน

และล่าสุดในขณะที่ก่นด่าชี้หน้าประชานไม่ให้การ์ดตก

แต่เป็นบรรดาอีลิต ชนชั้นนำ คนในรัฐบาลเองที่ติดโควิดเสียเอง

แล้วไม่ได้ติดโควิดเพราะไปทำงานแบบผู้ว่าฯ สมุทรสาคร แต่ติดโควิดเพราะไปเที่ยว

ตอนคลัสเตอร์ผับ บาร์ทองหล่อล็อตแรก – หูย นายกฯ กับหมอทวีศิลป์ออกมาด่าพวกเที่ยวผับ บาร์กลางคืนกันรัวๆ ว่าคนชั่ว คนคึกคะนอง พวกรักสนุก ไม่รู้จักมีความรับผิดชอบต่อสังคม ไปสนุกชั่วครั้งชั่วคราวแล้วพาประเทศชาติฉิบหาย

พอจะเริ่มเปิดผับ บาร์ กันอีกรอบ ก็ขู่ชิบหายวายป่วง ว่าไปเที่ยวผับได้ต้องรักษาระยะห่าง ห้ามร้องไชโยโห่ฮิ้ว ห้ามตะโกน บลา บลา

สุดท้ายพอเป็นพวกรัฐมนตรีติดโควิด เป็นไก่อูติดโควิด เป็นคนใหญ่คนโตติดโควิด เป็นตำรวจติดโควิด เป็นดารา นักร้อง คนมีชื่อเสียงติดโควิด บรรดาชนชั้นกลางวอนนาบีที่เข้าเรียนหลักสูตรพิเศษหาคอนเน็กชั่นทั้งหลายติดโควิด

คราวนี้เงียบกริ๊บ ไม่เห็นมีใครออกมาสำรอกด่าใครสักคน

รวมทั้งสลิ่มก็ดูเหมือนจะเงียบกริบไปพร้อมๆ กัน

ไม่เหมือนตอนด่าผีน้อย ด่าแรงงานไทยที่ไปทำงานกาสิโนในท่าขี้เหล็ก ด่าแม่ค้าตลาดนัดเชียงใหม่ที่ไปติดโควิดมาจากวอร์มอัพ

อย่างมากที่สุดสลิ่มก็จะบอกว่า “หยุดด่ากันเถอะ เปิดใจบ้าง ด่ากันแล้วประเทศชาติดีขึ้นเหรอ หัดมองในจุดที่ดีบ้างสิ ไม่ใช่มองหาแต่ข้อบกพร่อง”

 

เอ๊า อีนี่ รัฐมนตรีทุกคน ส.ส.ทุกคน ส.ว.ทุกคน ข้าราชการทุกคน กินเงินเดือนจากภาษีประชาชนอยู่

ทุกวันนี้ฉันในฐานะประชาชนไม่จ้างคนพวกนี้มากินเงินเดือนเพื่อจะมาชี้หน้าด่าฉัน

ฉันเสียภาษีเพื่อให้คนพวกนี้ทำงาน บริหารประเทศ ทำให้คุณภาพชีวิตของประชาชนดีขึ้น

ทำไม่ได้ เหนื่อย ไม่มีปัญญาทำก็ควรลาออก

อ้อ – สำคัญกว่านั้น ฉันในฐานะประชาชน ไม่ได้ไปขอให้คนเหล่านี้มาบริหารประเทศ ไม่ได้ขอ ไม่ได้เลือก คนพวกนี้มาใช้กำลัง อำนาจ อาวุธ และความรุนแรง กดประชาชนให้ต้องจำนน แล้วพาตัวเองปีนไปสู่ตำแหน่งนายกรัฐมนตรีที่ไม่ได้รับเชิญ

อุตส่าห์กระสันมาเป็นรัฐบาลที่ไม่มีใครเลือกแล้วยังทำงานห่วยแตก มันก็ต้องโดนด่าสาดเสียเทเสียแบบนี้

ความน่ารังเกียจอีกประการหนึ่งของรัฐบาลนี้ เมื่อโควิดระบาดจากความผิดพลาดของรัฐบาลและคนในรัฐบาลเอง เป็นรัฐมนตรีเองที่ไปเที่ยวกลางคืนเอง เป็นส่วนหนึ่งของคลัสเตอร์โควิดนั้นเอง

ทว่าไม่มีคำขอโทษใดๆ จากรัฐบาลหรือตัวรัฐมนตรี

ไม่มีการเปิดเผยไทม์ไลน์ตามมาตรฐานสาธารณสุขว่าด้วยการควบคุมโรคระบาด

และไม่มีเสียงทักท้วงคัดค้านจากข้าราชการ ผู้เชี่ยวชาญคนใดในกระทรวงสาธารณสุข

ทั้งๆ ที่ก่อนหน้านี้ออกมาขู่ประชาชนเรื่องการปิดบังไทม์ไลน์ว่ามีความผิดทั้งจำคุกทั้งปรับ

สิ่งที่ตามมาหลังจากพบคลัสเตอร์ของการระบาดโควิดและโดยเฉพาะอย่างยิ่งมันตรงกับวันหยุดยาวช่วงสงกรานต์

ลองใช้จินตนาการสักนิดหนึ่งนะว่า สองปีที่เราอยู่กับโควิด เราไม่มีนักท่องเที่ยวจากต่างประเทศเลย

เมื่อไม่มีนักท่องเที่ยวจากต่างประเทศเลย อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวและบริหารได้รับผลกระทบหนักที่สุดเมื่อเทียบกับทุกอุตสาหกรรม

และมันเป็นอุตสาหกรรมที่รวมเอาผู้คนหลากหลายชนชั้น ฐานะ ตั้งแต่เจ้าของโรงแรม รีสอร์ต ไปจนถึงคนครัว เด็กเสิร์ฟ แม่บ้าน พนักงานต้อนรับ ร้านอาหาร ถนนคนเดิน พ่อค้า-แม่ค้า คนตัวเล็กตัวน้อย ที่อยู่ห่วงโซ่ของอุตสาหกรรมนี้

สงกรานต์ปีนี้บริบทของมันคือโควิดในประเทศไทยอยู่ในระดับ “ปลอดภัย”

การท่องเที่ยวที่อาศัยกำลังซื้อของผู้บริโถคในประเทศเริ่มฟื้นตัว คนไทยที่ปกติไม่สามารถไปเที่ยวภูเก็ต สมุยได้ในยามปกติเพราะมันแพงมาก ได้มีโอกาสเที่ยวสมุย ภูเก็ตในราคาที่ตัวเองจ่ายได้

ส่วนเจ้าของโรงแรม รีสอร์ต ก็ยอมลดราคาทุกอย่างลงมาเพื่อพยุงกิจการ

สิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้นในสงกรานต์ปีนี้คือ การท่องเที่ยวภายในประเทศจากกำลังซื้อของคนไทยด้วยกันเองกำลังจะกลับมาคึกคักอีกครั้ง

พ่อค้า-แม่ค้า เจ้าของกิจการขนาดเล็กกำลังมีความหวัง หลายคนเริ่มเร่งกำลังผลิต หวังว่าจะเป็นช่วงเวลาหนึ่งที่ทำเงินได้ คนไทยที่อยู่อย่างกระเบียดกระเสียรมาทั้งปี หรือคนชั้นกลางที่อั้นมาทั้งปี ไม่ได้เที่ยว

คนชั้นกลางระดับกลางต่ำที่ไปเกาหลี ไต้หวัน ญี่ปุ่น พอมีกำลังทรัพย์เล็กๆ น้อยๆ ก็วางแผนจะเดินทางท่องเที่ยวในประเทศเพื่อชดเชยที่ไม่ได้ไปเที่ยวต่างประเทศ

สังเกตจากการเกิดขึ้นของสวนดอกไม้ที่ทำขึ้นมาเพื่อให้คนไปถ่ายรูปแล้วรู้สึกประหนึ่งว่าตนเองอยู่ในทุ่งหญ้าฮอกไกโด หรือที่ไหนสักแห่งที่ไม่ใช่ประเทศไทย

สงกรานต์ปีนี้เป็นปีแห่งความหวังของคนค่อนประเทศ

ชนชนชั้นกลางจะได้ไปเที่ยว ไปพักไปกินอาาหารที่สถานที่อันปกติตัวเองไปไม่ได้ เพราะมันแพงเกินไป เขาไม่ง้อคนไทย ตอนนี้พอไม่มีนักท่องเที่ยวต่างชาติ โรงแรมคืนละสองหมื่นก็เหลือห้าพัน – ชนชั้นกลางทั้งหลายก็เฮ หรือโรงแรมหกดาวในกรุงเทพฯ ปกติคืนละสามหมื่น ตอนนี้เหลือหมื่นเดียว คนชั้นกลางก็ยอมจ่ายไป staycation สักคืน ถ่ายรูปลงโซเชียลมีเดียว่า ฉันได้มาที่นี่แล้วจ้า มันดีเหลือเกิน คุ้มเหลือเกิน

อะไรก็ว่าไป

ส่วนคนชนชั้นหาเช้ากินค่ำ แรงงานจากต่างจังหวัดที่มาทำงานกรุงเทพฯ ปีที่ผ่านมาเป็นปีที่เหน็ดเหนื่อย ปากกัดตีนถีบ ชีวิตเอาแน่เอานอนไม่ได้

ถ้าคุณเป็นคนขับรถแท็กซี่ ก็ต้องมาลุ้นว่าถ้าเขาล็อกดาวน์ ร้านอาหารเปิดได้ถึงสามทุ่ม ห้ามขายเหล้า นั่นแปลว่าชีวิตกลางคืนจะมืดมิด รายได้คุณอาจจะหายไปสองในสาม ถ้าเขาคลายล็อกก็มีความหวังว่ารายได้จะกลับมาใกล้เคียงกับที่เคยหาได้

ถ้าคุณเป็นพ่อค้า-แม่ค้าขายอาหารริมทางเท้า ตั้งแต่หมูปิ้ง ลูกชิ้นปิ้ง ก็ต้องมาลุ้นว่าลูกค้าผู้มีรายได้น้อยเหมือนกันนั้น เขาจะมีเงินมาซื้อของของคุณเท่าที่เคยซื้อไหม

ลุ้นว่ารายได้แต่ละวันจะพอจ่ายหนี้สินอีรุงตุงนังทั้งหลายแหล่ไหม

คุณอาจจะขับรถ ขายของ หรือทำงานโดยไม่มีหยุดมายาวนาน – คุณไม่กล้าหยุด เพราะคุณไม่รู้ว่าวันไหนคุณจะต้องหยุดงานนั้นไปถาวรตลอดกาล

ถ้าคุณเป็นหมอนวด ก็หมายความว่าคุณเพิ่งได้กลับมาประกอบอาชีพของคุณเมื่อไม่กี่เดือนนี้เอง

คำพูดที่เราได้ยินอยู่เสมอคือ “ทำๆ ไปเถอะ ได้มากได้น้อยก็ทำดีกว่าไม่มีงานทำ”

คนเหล่านี้คือผู้คนที่ปีที่แล้วไม่ได้กลับบ้านในช่วงสงกรานต์ เผชิญกับความไม่แน่นอนในชีวิตสูงสุด

ผ่านแต่ละวันไปพร้อมกับโจทย์ทางการเงินที่ยากที่สุดในฐานะชนชั้นล่างเกือบกลางและชนชั้นกลางเกือบล่าง

 

ปีนี้คือปีที่พวกเขาเห็นความหวังริบหรี่ สงกรานต์ปีนี้จะเป็นปีแรกที่มีกลิ่นอายของความครึกครื้นขึ้นมาบ้าง เงินในกระเป๋ามีไม่มาก แต่มันไม่สำคัญเท่าความหวังของปีนี้แจ่มใสกว่าปีที่แล้ว – วัคซีนกำลังจะมา ทุกอย่างมันคงค่อยๆ ดีขึ้น ปีนู้นคงพอมีนักท่องเที่ยว ลืมเรื่องหนี้สินไว้ก่อน

สงกรานต์ปีนี้ขอกลับบ้านไปกินเหล้า ไปสาดน้ำ ไปรำวง ไปวัด ไปเจอพ่อ-แม่ ญาติพี่น้อง ไปกินของแซบแนวบ้านเรา ไปสนุกให้สุดเหวี่ยง ไปในที่ที่ไม่มีใครเป็นเจ้านาย หรือเป็นลูกค้าที่เราต้องคอยพินอบพอเทา

ไปบ้านเราสักสี่-ห้าวัน บ้านเราที่คนรู้จักเราในฐานะลูกแม่ใหญ่ หลานพ่อสุข พ่อไอ้บอย ไม่ได้รู้จักเราในฐานะคนขับแท็กซี่ ยาม พ่อค้าไก่ทอด ฯลฯ

และแล้วความหวังก็พังครืน ที่ว่าจะกลับบ้านก็ไม่ได้กลับ ที่ว่าจะลืมความทุกข์หมองไว้สักสี่ซ้าห้าวันก็คงไม่ได้ลืม เปิดทีวี บักนายกฯ มันบอกว่าสงกรานต์ไม่ได้มีปีนี้ปีเดียว อยากจะสนุกอะไรกันนักหนา

ได้ยินแล้วก็อยากจะบอกว่า ปีทั้งปีกูสะกดคำว่าสนุกแทบจะไม่เป็นแล้วบักห่า

ประยุทธ์หรือหมอทั้งหลายที่มาทำงานอยู่หน้าจอทีวี

จงใจที่จะทำเป็นมองไม่เห็นมิติของความเป็นมนุษย์ของผู้คนในสังคม

เพราะเมื่อไหร่ก็ตามที่ชนชั้นนำไทยเห็นความเป็นมนุษย์ของผู้อื่น

พวกเขาก็จะเห็นว่าที่เขากลายมาเป็นชนชั้นนำในสังคมนี้ได้ ไม่ใช่เพราะเขาเก่งหรือฉลาด

แต่เพราะพวกเขาโง่พอที่จะศิโรราบต่ออำนาจและยอมทอดตนเป็นข้าช่วงใช้ของระบบอุปถัมภ์

ความโง่ทำให้คนได้ดี แต่คนเหล่านี้ยอมรับไม่ได้ว่าตนโง่และไร้ศักดิ์ศรี

จึงเลือกที่จะกดความเป็นมนุษย์ของคนอื่นไว้ด้วยอำนาจที่ตนเองมีอยู่ในมือ

สถานการณ์โควิดในประเทศไทยจึงไม่ได้เคยรับการจัดการอย่างที่มันควรจะเป็น

ทว่าได้รับการจัดการในฐานะเป็นเครื่องมือทางการเมือง ให้ประชาชนเจ้าของประเทศเป็นแพะรับบาป

และให้ชนชั้นนำลอยอยู่ในอำนาจได้ทั้งๆ ที่มีระดับ literacy ต่ำว่าเด็กเก้าขวบ

หรือดีกว่านั้นคือเป็นอย่างมากแค่นักเลงกระจอกในหมู่บ้านอันไกลโพ้นผู้ไม่เคยเดินทางไปไหนไกลกว่าบ้านเกิดเกินห้ากิโลเมตร

ไม่เห็นโลงศพไม่หลั่งน้ำตา ปีนี้สำหรับประเทศไทยคงไม่ใช่ปีที่ง่ายสำหรับใครเลย รวมทั้งสลิ่ม

และฉันสัญญาว่าฉันจะสมน้ำหน้าอย่างเต็มความสามารถ!



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

E-DUANG | ปรากฎการณ์ แบงค์ ศุภณัฐ ต่อเนื่อง มายัง โจ เบอร์สิบ
กลุ่ม ส.ก.อิสระ ‘ทีมคนทำงาน’ จี้ ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม.ทุกคน โชว์วิสัยทัศน์แก้ตั๋ว BTS แพง-เตรียมรับมือหมดสัมปทานปี 72
น้ำตาแม่ไหลรินที่ยะรัง : ถึงเวลาที่เราต้อง ‘จับมือกัน’ ทวงคืนพื้นที่แห่งความปลอดภัย จดหมายเปิดผนึกถึง BRN
รถยนต์ส่วนตัว ที่ไม่ได้ ‘ส่วนตัว’ ขนาดนั้น
520 วัน บันทึกของคำจากลา ในโลกหลังกำแพง (8)
100 ปีตำนานพุทธเจดีย์สยาม ถึงเวลาที่ต้องทบทวน (2)
พระสารสาสน์พลขันธ์ กับบทบาทนักชาตินิยมและนักญี่ปุ่นนิยม (17)
เชลยศึกสงครามลาว (34)
33 ปี ชีวิตสีกากี พล.ต.ต.ปวีณ พงศ์สิรินทร์ (179)
มังกร ซ่อนพยัคฆ์ ภายใน ‘คณะสุภาพบุรุษ’ ณ บ้านเกษมศรี
E-DUANG | จังหวะก้าว ประชาคม เนิร์ด กับTH-AI PASSPORT
หลายภาคส่วน ร่วมประชุมจัดทำแผนโครงการด้านทรัพยากรน้ำ – ระบบ Thai Water Plan ในฤดูฝน เสริมความมั่นคงด้านน้ำ