E-DUANG : สาวลึก ถึงต้นเหตุ ของปัญหา โยง ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้เดียว

ไม่ว่าจะเป็นข่าวในเรื่อง”ปรับครม.” ไม่ว่าจะเป็นข่าวในเรือง”ยุบสภา”และแนวโน้ม”การเลือกตั้งใหม่”
ล้วนดำเนินไปในท่วงทำนองของ”ข่าวลือ” และ”ข่าวปล่อย”
กล่าวสำหรับการปรับครม.จึงปรากฏขึ้นอย่างวิลิศมาหราอย่าง เป็นพิเศษ ตั้งแต่การตระเตรียมตำแหน่งรัฐมนตรีให้กับ นายเฉลิมชัย พรหมเลิศ อดีตปลัดกระทรวงมหาดไทย
ไปไกลถึงขนาดจะมีการดึง นายศุภชัย พานิชภักดิ์ เข้ามาดำรงตำแหน่งเป็นรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานแทน นายสุพัฒนพงษ์ พันธุ์มีเชาวน์
ทั้งๆที่ในความเป็นจริง นายศุภชัย พานิชภักดิ์ สัมพันธ์อยู่กับพรรคประชาธิปัตย์ โดยเฉพาะ นายปริญญ์ พานิชภักดิ์ ลูกชายก็ดำรงตำแหน่งเป็นหัวหน้าทีมเศรษฐกิจของพรรคประชาธิปัตย์
ยิ่งข่าวเกี่ยวกับ”การยุบสภา” ยิ่งวันยิ่งทวี”ความแจ่มชัด”
เป็นความแจ่มชัดที่เริ่มเห็นตรงกันว่าน่าจะเกิดขึ้นระหว่าง ปลายปี 2564 และต้นปี 2565
แม้รัฐบาลจะยืนยันว่าจะอยู่ครบเทอมจนถึงปี 2566 ก็ตาม
จะตำหนิ”ข่าวลือ”และ”ข่าวปล่อย”ที่ออกมาระลอกแล้วระลอกเล่าก็เหมือนกับไม่เป็นธรรมต่อ”นักปล่อยข่าว”
ทุกอย่างจึงดำเนินไปตามหลัก”ห้ามเพลิงไว้อย่าให้ มีควัน”
จุดเริ่มต้นอย่างสำคัญมาจากสถานการณ์ความขัดแย้งกระทั่งมีการ”ปลดรัฐมนตรี”ออกจากตำแหน่งในวันที่ 8 กันยายน
เหมือนกับเป็นความขัดแย้งระหว่าง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา กับ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ แต่เมื่อถูกขยายกลายเป็นกับ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ไปด้วย
ข่าวจึงเลยถิดไปไกลกระทั่งปรากฏรายชื่อแปลกๆที่จะได้รับแต่งตั้งเข้ามาแทนที่จำนวนมากกว่า 2 คน
ร้อนถึงกับ”นายกรัฐมนตรี”ต้องออกมา”ปฎิเสธ”ซ้ำแล้วซ้ำอีก
แม้ว่าความต้องการในเรื่อง”ยุบสภา”จะเป็นความต้องการใหญ่จาก พรรคฝ่ายค้าน ไม่ว่าพรรคเพื่อไทย ไม่ว่าพรรคก้าวไกล คำถามก็คือปัจจัยอะไรทำให้เกิดสถานการณ์เช่นนี้
คำตอบที่ยอมรับตรงกันก็คือ กระบวนการของ”นายกรัฐมนตรี”
เป็นกระบวนการบริหาร”ภายใน”รัฐบาล เป็นกระบวนการบริหาร”ระหว่าง”รัฐบาลกับพรรคร่วมรัฐบาล
นั่นแหละคือ สมุทัย นั่นแหละคือ ต้นเหตุ ของ”ปัญหา”ทั้งปวง
