E-DUANG : สถานะ ของ ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ปรารถนา การเมือง “เพื่อไทย”

ยิ่งได้ความปรารถนาดีจากพรรคเพื่อไทยและคนของพรรคเพื่อไทยมากเพียงใด การดำรงอยู่อย่างเป็น”อิสระ”และเป็นตัวของตัวเองของ นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ก็ยิ่งจะกลายเป็น”คำถาม”
เพราะจะกลายเป็นประเด็นและย้อนกลับไปยังการตัดสินใจของ นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ เมื่อ 2 ปีก่อน
และอาจต้องเดิน”ซ้ำรอย”ทางการเมืองของกีหลายคน
เหมือนกับ คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ที่แพ้ นายสมัคร สุนทรเวช เมื่อปี 2543 เหมือน นางปาวีณา หงสกุล ที่แพ้ นายอภิรักษ์ โกษะโยธิน เมื่อปี 2547
เหมือน นายประภัสสร์ จงสงวน ที่แพ้ นายอภิรักษ์ โกษะโยธิน เมื่อปี 2551 เหมือน นายยุรนันท์ ภมรมนตรี ที่แพ้ ม.ร.ว.สุขุมพันธ์
บริพัตร เมื่อปี 2552
ไม่ว่าจะลงสมัครในนาม “พรรค” ไม่ว่าจะลงสมัครไม่อ้างพรรค
เว้นแต่พรรคเพื่อไทยต้องการให้ชื่อของ นายทักษิณ ชินวัตร ตีประกบมากับ นายชัชชาติ สิทธิพันธ์ หรือไม่เท่านั้น
นี่ย่อมเป็นบทเรียนจาก ไทยรักไทย พลังประชาชน เพื่อไทย
ความพยายามของ นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ถือการถอยห่างออกจากสัมพันธ์ที่เคยมีกับพรรคเพื่อไทย เพราะต้องการให้เป็นอีกทางเลือกหนึ่งในความขัดแย้งแตกแยกทางการเมือง
แม้จะเคยเป็นรัฐมนตรีในรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร แม้จะเคยเป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคเพื่อไทย
เป้าหมายในการแยกตัวออกมาเป็น”อิสระ”ของ นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ตลอด 2 ปีไม่หยุดนิ่ง แม้จะไม่ปฏิเสธสายสัมพันธ์ที่เคยมี กับพรรคเพื่อไทย แต่ด้านหลักคือความเป็น”อิสระ”
หากพรรคเพื่อไทยและคนสำคัญของพรรคเพื่อไทยยังออกตัวแรงถึงขนาดเสนอยุทธศาสตร์กดดันพรรคก้าวไกลให้แสดงสปิริตเพื่อ เปิดทางให้กับ นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ก็จะกลายเป็น”คำถาม”
ยุทธศาสตร์นี้จะดำเนินไปเพื่อสนองรับต่อยุทธศาสตร์”แลนด์สไลด์”ของพรรคเพื่อไทยโดยอาศัย นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ มาเป็นเครื่องมือในการบรรลุ
โดยไม่สนใจต่อความเป็น”อิสระ”ของ นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์
โดยไม่สนใจต่อ”ยุทธศาสตร์”ทางการเมืองของพรรคก้าวไกลที่ สืบทอดและต่อเนื่องมาจากพรรคอนาคตใหม่เลยหรือ
นี่ย่อมเป็นคำถามที่”นักประชาธิปไตย”จำเป็นต้อง”คำนึง”
