E-DUANG : วัฒนธรรม พรรคพี่ พรรคน้อง กดดัน คณะก้าวหน้า ก้าวไกล

ความหวาดกลัวต่อพรรคก้าวไกลสะท้อนให้เห็นความหวาดกลัวต่อพรรคอนาคตใหม่ยังดำรงอยู่
แม้พรรคอนาคตใหม่จะถูกยุบตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ 2563
ความหวาดกลัวในที่นี้มิได้ขึ้นกับการแยกแตกหน่อของพรรคอนาคตใหม่ออกเป็น 2 เส้นทางอันมีลักษณะกัมมันต์เป็นอย่างสูงใน ทางการเมือง
1 คือคณะก้าวหน้าที่มี นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ เป็นประธาน มี นายปิยบุตร แสงกนกกุล เป็นเลขาธิการ มี น.ส.พรรณิการ์ วานิช ทำงานทางด้านการสื่อสาร
1 คือพรรคก้าวไกลที่มี นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ เป็นหัวหน้า มี นายชัยธวัช ตุลาธน เป็นเลขาธิการ และมี นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร เป็นโฆษก
ดำเนินไปในลักษณะ”แยกกันเดิน”แยกกัน “ทำงาน”
คณะก้าวหน้าลงไปในระดับท้องถิ่นตั้งแต่ อบต. เทศบาล อบจ.ขณะที่พรรคก้าวไกลเดินหน้าการเมืองระดับชาติและกทม.
ความหมายก็คือ ความเป็น”อนาคตใหม่”มิได้สะดุด หยุดลง
จากความหวาดกลัวต่อการไม่ยอมจำนนของ”ผู้คน”และการเดินทางจากกระบวนการ”อนาคตใหม่” ไปยังคณะก้าวหน้าและพรรคก้าวไกลเช่นนี้เองจึงมีการโต้กลับ
เป็นความพยายามโต้กลับเพื่อหาทางจัดการในแบบเดียวกับที่ เคยจัดการกับพรรคอนาคตใหม่มาแล้ว คือการยุบ
ขณะเดียวกัน ความหวาดกลัวนี้ก็มิได้มีแต่จากฝ่ายตรงกันข้าม อย่างเด่นชัด หากแม้กระทั่งภายในผู้ที่อ้างตนว่าเป็น”นักประชาธิปไตย”ก็ต้องการจำกัดกรอบและขอบเขต
จำกัดกรอบและขอบเขตให้เคลื่อนไหวอย่างที่ตนอยากให้กระทำ จำกัดกรอบและขอบเขตให้ไม่เหยียบเข้าไปในบางพื้นที่
อย่างเช่นเรียกร้องมิให้ส่งคนลงสมัครชิง”ผู้ว่าฯกทม.”เป็นต้น
หากเป็นความพยายามจากฝ่ายศัตรูก็แน่ชัดว่าไม่ต้องการให้คณะ ก้าวหน้า พรรคก้าวไกลมีบทบาท ขณะที่หากเป็นความพยายามจากผู้ที่อ้างตนเป็นมิตรก็มากด้วยความละเอียดอ่อน
เพราะอ้าง”ยุทธศาสตร์”ของการต่อสู้กับ”พวกเผด็จการ”
จึงจำเป็นต้องกระทำโดยมีพรรคหรือกลุ่มการเมืองบางพรรคหรือบางกลุ่มเป็นผู้นำ พรรคอื่นกลุ่มอื่นจำเป็นต้องเดินตาม
ทั้งหมดจึงอยู่ใต้วาทกรรมพรรคพี่ พรรคน้อง พรรคพ่อ พรรคลูก
