E-DUANG : ทิศทาง ก้าวไกล จตุจักร หลักสี่ ส่งมอบ ยังสนาม “ผู้ว่าฯกทม.”

สภาพการณ์การเลือกตั้ง”ผู้ว่าฯกทม.” กำลังเดินไปอยู่ในกระสวนเดียวกันกับสภาพการณ์การเลือกตั้ง”ซ่อม”จตุจักร หลักสี่ โดยอัตโนมัติ
หากมองผ่าน “ตัวเก็ง” ที่ดำรงอยู่ในพื้นที่ หากมองผ่านบทบาท ของ”ก้าวไกล”ที่เสนอตัวเข้าแข่งขัน
ในพื้นที่จตุจักร หลักสี่ รับรู้กันอย่างกว้างขวางว่าตัวหลักที่จะต้องสัประยุทธ์อย่างเข้มข้นคือคนของพรรคพลังประชารัฐซึ่งเคยยึดครองมาก่อน กับคนของพรรคเพื่อไทยซึ่งลงพื้นที่ต่อเนื่อง
เบื้องต้นทุกคนมั่นใจว่าไม่ว่าพรรคพลังประชารัฐจะส่งใครลง สมัครก็น่าจะครองสถานะนำ แม้ว่าพรรคเพื่อไทยจะมั่นใจใน นายสุร ชาติ เทียนทอง เป็นอย่างยิ่งก็ตาม
ต่อสภาพการณ์เช่นนี้พรรคก้าวไกลก็ยืนยันที่จะส่งคนของตนลงชิง แม้จะเลือก นายกรุณพล เทียนสุวรรณ ซึ่งเป็นนักแสดง แต่ก็
ถือได้ว่าเป็น”หน้าใหม่”ในทางการเมือง
ผลก็คือชัยชนะเป็นของ นายสุรชาติ เทียนทอง แห่งพรรคเพื่อไทย แต่”กระแส”กลับให้ความสนใจต่อ นายกรุณพล เทียนสุวรรณ
คำว่า”กระแส”ในที่นี้มีพื้นฐานมาจากองค์ประกอบหลายประการประสานเข้าด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็นเพราะ 1 นายกรุณพล เทียนสุวรรณ ถูกประเมินว่าเป็น”รอง”
ไม่ว่าจะเป็นเพราะ 1 เห็นว่าเป็นการเลือกตั้ง”ซ่อม” พรรคก้าว ไกลไม่น่าจะสืบทอด”กระแส”และความนิยมจากเมื่อปี 2562 มาได้
กระนั้น เมื่อผลการเลือกตั้งปรากฏขึ้นก่อให้เกิดการตื่นตลึงในหมู่นักวิชาการ ในหมู่นักสังเกตการณ์ทางการเมืองเป็นอย่างสูง ไม่ว่าจะเป็นตามมหาวิทยาลัยหรือสถาบันพระปกเกล้า
ความหมายก็คือการแพ้ของพรรคก้าวไกลเป็นการแพ้อย่างมีนัยยะและสะท้อนให้เห็นปัจจัย”ใหม่”ทางการเมืองที่ไม่ควรมองข้าม
สอดรับกับเป้าของพรรคก้าวไกลที่ถือทุกการเลือกตั้งคือโอกาส
จากการเลือกตั้ง”ซ่อม”จตุจักร หลักสี่ มายังการเลือกตั้ง”ผู้ว่าฯกทม.”ที่มี นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ เป็นตัวยืนอันแข็งแกร่งและมั่นคงมาไม่ต่ำ กว่า 2 ปี
พรรคก้าวไกลตัดสินใจส่ง นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร ลงต่อสู้
สายตาของสังคมมองว่า นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร เป็นรองต่อ นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ อย่างเด่นชัด
กระนั้น พรรคก้าวไกลก็ยังคิดว่า”โอกาส”ของตนก็ยังมีอยู่
