E-DUANG : กระแส ปะทะ โครม เปรี้ยง ของ อะนาล็อก กับ ดิจิทัล

ไม่ว่าจะเป็นการปรากฏขึ้นของ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร ในฐานะหัว หน้าครอบครัวเพื่อไทย ไม่ว่าจะเป็นการดำรงอยู่ของ นายพิธา ลิ้ม เจริญรัตน์ ในฐานะหัวหน้าพรรคก้าวไกล
ต้องยอมรับว่าเป็นความงดงาม เป็นความคึกคักและสร้างสีสัน เป็นอย่างสูงในทางการเมือง
ยิ่งเมื่อนำไปเปรียบเทียบกับการดำรงอยู่ของ พล.อ.ประยุทธ์ วงษ์สุวรรณ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ยิ่งทำให้ภาพของ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ยิ่งชัดในความแตกต่าง
ไม่เพียงเพราะว่า น.ส.แพทองธาร ชินวัตร เสนอตัวมาให้ประชา เป็นผู้เลือก ไม่เพียงเพราะว่า นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ จัดตั้งพรรคและเคลื่อนไหวเข้าหาประชาชนอย่างไม่รู้จักเหน็ดหน่าย
หากที่สำคัญเป็นอย่างมากก็คือ รากฐานที่มาแห่งอำนาจของ
บุคคลในกลุ่มของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา กับ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ มีความแตกต่างเป็นอย่างสูง
ปัจจัยนี้เองที่จะทำให้การตัดสินใจเลือกของประชาชนไม่ว่าในปี 2565 ไม่ว่าในปี 2566 มากด้วยความแหลมคม
หากถือเอาการปรากฏขึ้นของบทเพลง”ห้ามโอน”มาเป็นเส้นแบ่งอย่างมีนัยสำคัญ ก็จะยิ่งสัมผัสได้ในความแตกต่างระหว่างการดำรงอยู่ของคน 2 ยุคได้เป็นอย่างดี
แน่นอน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา อยู่ในยุคของซีดี ขณะที่ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ อยู่ในยุคสปอตติไฟ
ไม่ว่าเรื่องของเทคโนโลยี ไม่ว่าเรื่องของเศรษฐกิจ ไม่ว่าเรื่องของการเมือง ใครก็สามารถเอ่ยอ้างวลีหรูๆได้อยู่เสมอ แต่ความเป็นจริงทางการปฏิบัติต่างหากจะเป็นคำตอบ
เป็นคำตอบว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา อยู่ในยุคใด เป็นคำ
ตอบว่า น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ อยูในยุคใด
สถานการณ์ทางสังคม สถานการณ์ทางการเมืองนับจากวินาทีที่ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร ปรากฏขึ้นประสานเข้ากับการเคลื่อนไหวจาก นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์
เท่ากับเป็นการประสานพลังของเพื่อไทยเข้ากับของก้าวไกล
เป็นการผนึกตัวระหว่างคนในวัย 30 ตอนกลางกับคนในวัย 40 ตอนต้นเพื่อต่อกรกับคนในวัยที่กำลังเหยียบเข้าสู่หลัก 70
นี่คือการเผชิญหน้าระหว่าง”อะนาล็อก”กับ”ดิจิทัล”เด่นชัด
