E-DUANG : ห่วงใย เส้นทาง ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ห่วงใย ต่อโอกาส “บูชาตัวบุคคล”

เสียงทักท้วงด้วยความห่วงใยว่า สถานะและความนิยมของสังคมที่มีต่อ นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ จะถลำลงไปในวังวนแห่ง”ลัทธิบูชา ตัวบุคคล”เริ่มดังขึ้นเป็นลำดับ
เป็นการทักท้วงด้วยความปรารถนาดี มิได้เป็นการทักท้วงด้วยพื้นฐานแห่งความริษยา มาดร้าย
เป็นการทักท้วงจากสภาพความเป็นจริงที่มี”แนวโน้ม”จากบรรดา FC ที่เริ่มต้นจากฐานแห่งอารมณ์ แสดงออกในแบบคลั่ง ไคล้อย่างรุนแรงเด่นชัด
คำถามที่ตามมาก็คือ สถานะของ นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ดำ เนินไปในแบบ”ลัทธิบูชาตัวบุคคล”มากน้อยเพียงไร ควรหวาดกลัว หรือว่าเสมอเป็นเพียงจุดเริ่มต้น
ความห่วงใยด้วยความปรารถนาดีเป็นคำเตือนที่จำเป็นต้อง ล้างหูน้อมรับฟัง กระนั้น การรับฟังก็ต้องคำนึงถึงสภาพที่ดำรงอยู่ จริงภายในสังคมไทยด้วย
ที่สำคัญยิ่งกว่านั้นต้องคำนึงถึงรากฐานและตัวตนอันก่อรูป
เป็น นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ และความสำเร็จที่ได้รับเกิดขึ้นและดำรงอยู่อย่างไร
ถามว่าสังคมไทยไม่เคยมีความนิยมชมชอบต่อ”นักการ เมือง”ในแบบ นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ มาก่อนหรือ
ต้องยอมรับว่าภายหลังจากสถานการณ์การเลือกตั้งเมื่อเดือนมก ราคม 2544 นายทักษิณ ชินวัตร ก็เคยทะยานไปอยู่ในความนิยม แบบเดียวกับที่ นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ได้รับ
จำนวน ส.ส.ที่ได้มาจากการเลือกตั้งเมื่อเดือนกุมภาพันธุ์ 2548 ที่สูงถึง 377 จาก 500 คือรูปธรรมสำแดง
ยิ่งกว่านั้น ในบรรยากาศก่อนเข้าสู่การเลือกตั้งเมื่อเดือนมีนา คม 2562 กระแส”ฟ้ารักพ่อ”ยังสร้างความโดดเด่นเป็นอย่างสูงให้ กับ นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ มาแล้ว
การปรากฏขึ้นของกระแสจากกระบวนการ”ทำงาน ทำงาน ทำงาน”ของ นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ จึงแทบมิได้แตกต่างไปจากกรณีของ นายทักษิณ ชินวัตร นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ
เพราะว่าล้วนอยู่บนพื้นฐานของ”ทำงาน ทำงาน ทำงาน”
ยังไม่มีการพิสูจน์ว่าทั้ง นายทักษิณ ชินวัตร นายธนาธร จึงรุ่งเรือง กิจ จะถลำไปบนวิถีแห่ง”ลัทธิบูชาตัวบุคคล”หรือไม่ เพราะเขาล้วนถูก”จัดการ”เสียก่อนที่จะเติบใหญ่มากยิ่งกว่านั้น
ขณะที่ นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ใช้เวลาเพียง 1 เดือนเท่านั้น
ในความห่วงใยต่อ”ลัทธิบูชาตัวบุคคล” ก็มีความห่วงใยในอีกด้านว่าชะตากรรมของ นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ จะเป็นอย่างไร
มีโอกาสเป็นอย่าง”ทักษิณ”และ”ธนาธร”อีกหรือไม่
