E-DUANG : อ่าน อนิจจัง แห่ง”อำนาจ” ผ่าน ประยุทธ์ จันทร์โอชา

หากมองจากภาพของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ก็จะเข้าใจถึงวิถีแห่ง”อำนาจ”ได้อย่างเด่นชัด
ระหว่าง”ก่อน”และ”หลัง”วันที่ 24 สิงหาคม
เมื่อเสร็จสิ้นการปรากฏขึ้นแห่ง”คำวินิจฉัย”ของคณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญก็เห็นอย่างเด่นชัดว่า สิ่งที่มีอยู่ในมือของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ไม่เหมือนเดิมอีกต่อไปแล้ว
ตำแหน่ง”นายกรัฐมนตรี”อาจยังมิได้ชี้ขาดว่าจะเป็นหรือไม่เป็นของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา แต่ก็มิได้ดำรงอยู่เหมือนก่อนวันที่ 24 สิงหาคม
เนื่องจากคำสั่งอันเฉียบขาดให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ต้องพักการปฏิบัติราชการในตำแหน่ง”นายกรัฐมนตรี” ความหมายคือต้องสะดุดต้องยุติการทำงาน
อย่างน้อยที่สุดผลจากคำสั่งนี้ของคณะตุลาการศาลรัฐธรรม นูญงานในสถานะแห่ง”นายกรัฐมนตรี”ได้ตกไปอยู่ในมือของ พล. อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ แล้วอย่างชอบธรรม
แม้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา จะยังเหลือตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมอยู่แต่ถามว่าเหมือนเดิมหรือไม่
สีหน้าและท่าทางเมื่อเข้ากระทรวงกลาโหมก็เห็นเด่นชัด
ในฐานะที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ชอบอ้างหลักแห่งศาสนาโดยเฉพาะอย่างยิ่ง ทุกข์ สมุทัย นิโรธ มรรค อันเรียกรวบยอดว่า เป็นอริยสัจ 4 ความจริงอันประเสริฐ
หากเป็นการอ้างอย่างยึดมั่นในแนว”โอปนยิโก”ก็ไม่ยากเลย ที่จะทำความเข้าใจและปฏิบัติตนไปตามสภาวะแห่งธรรม
กระนั้น หากพิจารณาจากที่ปรากฏผ่าน”ศูนย์ปฏิบัติการนายกรัฐมนตรี” หรือแม้กระทั่งการออกมาแถลงล่าสุดจากทีมงาน
“โฆษก”ก็เด่นชัดอย่างยิ่งว่าไม่สุกงอม ไม่ยอมรับ
ไม่ยอมรับในความเปลี่ยนแปลง ไม่ยอมรับต่อสถานะใหม่ที่เด่นชัดอย่างยิ่งว่า ได้หลุดลอยค่อยๆพ้นออกไปจากสถานะแห่งตำ แหน่ง”นายกรัฐมนตรี”
นี่แหละคือตัว”ทุกข์” นี่แหละคือตัว”ปัญหา” ซึ่งหากจับสมุทัย อันเป็นต้นเหตุมิได้ก็ยากยิ่งที่จะเห็นมรรคและไปสู่นิโรธได้
พุทธธรรมเน้นอย่างหนักแน่นในเรื่องทุกข์ เพราะหากไม่ตระหนักในตัวทุกข์จากการเกิด การแก่ การเจ็บและการตาย เจ้าชายสิทธัตถะคงไม่ออกจากราชสำนักและไปใช้ชีวิตอยู่ในป่า
กระทั่งสำรวจเห็นปฏิจจสมุปบาทสรุปรวมเป็น”อริยสัจ”
รูปธรรมแห่งตัวทุกข์อยู่ที่ความยึดมั่นถือมั่น ติดอยู่กับตำแหน่ง ไม่ยอมรับการเปลี่ยนแปลง
จึงเกิดความว้าเหว่เดียวดาย ใบหน้าซูบคล้ำ ดวงตาซีดโรย
