E-DUANG : การปะทะ ผ่าน พรรคการเมือง การเมืองเก่า กับ การเมืองใหม่

การระดมมวลชน”เรือนหมื่น”เป็นเรื่องธรรมดาอย่างยิ่ง ไม่ว่าจะเป็นพรรคเพื่อไทย ไม่ว่าจะเป็นพรรคพลังประชารัฐ ไม่ว่าจะเป็น พรรคภูมิใจไทย ไม่ว่าจะเป็นพรรคประชาธิปัตย์
แม้กระทั่งพรรคเกิดใหม่อย่างพรรคสร้างอนาคตใหม่ อย่าง พรรคไทยสร้างไทยก็สามารถ”เนรมิต”ขึ้น
สัมผัสได้จากเมื่อครอบครัวเพื่อไทยไปเปิดเวที ไล่หนู ตีงูเห่าที่ศรีสะเกษ สัมผัสได้จากเมื่อพรรคพลังประชารัฐสัญจรไปยังชลบุรีในลักษณะช้างเหยียบนา พระยาเหยียบเมือง
ตัวอย่างการเดินสายของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล ไม่ว่าจะเป็นที่พิจิตร ไม่ว่าจะเป็นกระบี่ ไม่ว่าจะเป็นที่ศรีสะเกษ ย่อมเห็นได้อย่างเด่นชัด
เหมือนกับ นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฎ์ ประกาศความพร้อมทางการเมืองที่สงขลา ยืนยันแนวทาง”ประชาธิปไตยสุจริต”ของพรรคประชาธิปัตย์
หากเมื่อใดพรรคสร้างอนาคตไทยเห็นความพร้อมที่จะชูภาพ
นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ ขึ้นสูงเด่น ในพื้นที่ใดพื้นที่หนึ่งก็จะปรากฏให้เห็น
เช่นเดียวกับพรรคไทยสร้างไทยและ”คุณหญิงสุดารัตน์”
ที่เป็นเช่นนี้ไม่เพียงเพราะเมื่อมองพรรคเพื่อไทยก็เห็นความสำเร็จอันต่อเนื่องมาจากพรรคไทยรักไทย พรรคพลังประชาชน และภาพ ของ นายทักษิณ ชินวัตร เท่านั้น
หากแต่ยังสัมผัสได้ใน”ฐาน”การเมืองที่สะสมและสามารถต่อ ยอดได้อย่างเป็นจริง
ขณะที่หากมองพรรคพลังประชารัฐก็สัมผัสได้ในอำนาจและบารมีไม่ว่าจะเป็นของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ไม่ว่าจะเป็นของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ
รวมถึง”บ้านใหญ่”ที่มีอยู่ไม่ว่าจะเป็นชลบุรี ไม่ว่าจะเป็นเพชรบูรณ์
ระบบ”บ้านใหญ่”บนฐานแห่ง”หัวคะแนน”ที่สะสมมาอย่างยาวนานทำให้พรรคเพื่อไทย พรรคพลังประชารัฐ พรรคภูมิใจไทย
พรรคประชาธิปัตย์ สามารถเนรมิต”ปรากฏการณ์”ขึ้นได้
ถามว่าภาพแห่ง”บ้านใหญ่”บนฐานแห่งระบบ”หัวคะแนน”อันแข็ง แกร่งนี้จะดำรงอยู่อีกยาวนานเพียงใด
ท่ามกลางการเติบใหญ่ของ”เทคโนโลยี”และความคิด”ใหม่”
หากดูจากแต่ละจังหวะก้าวของพรรคการเมืองเก่า พรรคการ เมืองขนาดใหญ่ก็ท้าทายเป็นอย่างยิ่ง ว่าการเกิดขึ้นของพรรคใหม่ จะส่งผลสะเทือนได้มากน้อยเพียงใด
จากการเลือกตั้งเมื่อปี 2562 ไปยังการเลือกตั้งในปี 2566
