
เมื่อได้ยินคำปรับทุกข์จากปาก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ต่อหน้า พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ และ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ที่ว่า
“3 ป.นี้ผมหนักครับ โดนอยู่ทุกวัน”
ผู้ใหญ่อย่าง พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ คงได้แต่เห็นใจและเข้าใจ
เห็นใจเพราะว่าอายุ 90 ปีแล้ว
เข้าใจเพราะไม่เพียงแต่เคยเป็น “ผบ.ทบ.” หากยังเคยเป็น”นายกรัฐมนตรี”
ถูกแสงแห่งสปอตไลต์ฉายจับมาก่อน
ที่ระบุว่า “ตู่ใช้กองหนุนไปเกือบหมดแล้ว แทบจะไม่มีกองหนุนเหลืออยู่แล้ว”
จึงออกมาจากก้นบึ้งแห่งใจอย่างแท้จริง
ความเป็นห่วงอันมาจาก พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ เป็นเรื่องละเอียดอ่อนเป็นอย่างมาก
ถือว่า “สวน”ทางกับ “ความรู้สึก”
โดยเฉพาะความรู้สึกของบรรดา “แม่น้ำ 5 สาย”ที่นั่งอยู่บน
“เรือแป๊ะ”
ไม่ว่าจะเป็นที่คสช. ไม่ว่าจะเป็นที่ครม.
ไม่ว่าจะเป็นที่กรธ. ไม่ว่าจะเป็นที่สนช. ไม่ว่าจะเป็นที่สปช.ซึ่งแปรเปลี่ยนมาเป็นสปท. ก่อนจะกระจายไปเป็นกรรมการปฏิรูปแต่ละคณะ
ถามว่าเคยรู้สึกหรือไม่ว่า ได้ใช้”กองหนุน”ไปอย่างไรบ้าง
ถามว่าเคยตระหนักหรือไม่ว่า ท่ามกลางการใช้”กองหนุน”ก็หดเหี้ยนเตียนไป
ความเป็นห่วงจาก”ป๋า”จึงสำคัญ
สำคัญ 1 เพราะว่า พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ดำรงอยู่ในฐานะเป็น “กองหนุน” อันแนบแน่น
ขณะเดียวกัน 1 จึงเข้าใจในประเด็นการ”ถูกใช้”
อย่างเช่นการตบเท้าเข้าอวยพรในวโรกาสดิถีขึ้นปีใหม่นี่ย่อมเป็นส่วนหนึ่งของการใช้ “กองหนุน”
ยิ่งเห็นอาการของ”ประชาธิปัตย์”หลังคำสั่งหัวหน้าคสช.ฉบับที่ 53/2560 ยิ่งชวนให้เหน็ดเหนื่อยเมื่อยล้า
เพราะ”ประชาธิปัตย์”ก็เป็น”กองหนุน”ด้วย มิใช่หรือ
เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต
