
คำประกาศให้การสนับสนุนคสช.และรัฐบาลอันมาจากที่ประชุมผบ.เหล่าทัพ ณ กองบัญชาการกองทัพบก
เหมือนกับเป็นเรื่องธรรมดาอย่างปรกติยิ่ง
แต่เมื่อเป็นคำประกาศหลัง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ยืนยันความเป็น “นักการเมือง” ยืนยันความพร้อมที่จะเป็นนายกรัฐมนตรี “คนนอก”
ไม่เพียงแต่จะทำให้ภาพของ “กองทัพไทย” ใกล้ชิดกับการเมืองและพรรคการเมืองมากยิ่งขึ้น
หากแต่การเมืองนั้นคือ “พรรคคสช.”
ปฏิมาการเมืองในแบบที่”กองทัพ”เข้าร่วมในการผลักดันการ ออกเสียง “ประชามติ” เมื่อเดือนสิงหาคม 2559 จึงแจ่มชัด
แจ่มชัดและใกล้กับ “พรรคทหาร” ใน “อดีต”
พรรคที่ทหารมีส่วนในการจัดตั้งอย่างโจ่งแจ้งในยุค 2500 คือ พรรคเสรีมนังคศิลา
มี จอมพล ป.พิบูลสงคราม เป็นหัวหน้า
มี พล.ต.อ.เผ่า ศรียานนท์ เป็นเลขาธิการพรรค
ผลที่ตามมาก็คือ การเลือกตั้งสกปรกในเดือนกุมภาพันธ์ 2500
พรรคต่อมา คือ พรรคสหประชาไทย
มี จอมพลถนอม กิตติขจร เป็นหัวหน้าพรรค มี พล.อ.อ.ทวี จุลละทรัพย์ เป็นเลขาธิการพรรค
นี่คือชนวน 1 อันนำไปสู่สถานการณ์เดือนตุลาคม 2516
แล้ว “พรรคคสช.” อันเป็นผลผลิตจากรัฐประหารเมื่อเดือนพฤษภาคม 2557 จะเป็นอย่างไร
ขอให้ดูจากโครงสร้าง “คสช.”
คสช.มี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นหัวหน้า มี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ เป็นรองหัวหน้า
มี “ผบ.ทบ.”เป็น”เลขาธิการ”
เบื้องต้น พล.อ.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ ต่อมาเป็น พล.อ.อุดม เดช สีตบุตร ต่อมาเป็น พล.อ.ธีรชัย นาควานิช
ปัจจุบัน เป็น พล.อ.เฉลิมชัย สิทธิสาท
ความหมายในขณะนี้ก็คือ เลขาธิการพรรคคสช. คือ พล.อ.เฉลิมชัย สิทธิสาท ผบ.ทบ.
กลิ่น”พรรคทหาร”ในอดีตย่อมโชยกรุ่นมา
เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต
