bg-single

ฐากูร บุนปาน : สำหรับนักการเมืองชื่อ’ประยุทธ์’

15.01.2018

นั่งไล่อ่านไล่ฟังมาร่วมสัปดาห์

ก็ยังไม่พบใครออกมาแสดงความเห็นในเชิงลบต่อการที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้า คสช.

ประกาศตัวชัดเจนว่า

“ผมเป็นนักการเมือง”

เห็นแต่จะขานรับกันด้วยความยินดี

ว่าถูกต้องแล้วที่ทำให้ชัดเจนบ้าง

ว่าดีงามแล้วที่เลือกทางประชาธิปไตยบ้าง

ก็น่าอนุโมทนา

แต่ส่วนใหญ่แทบทุกท่านที่ออกมาแสดงความเห็นเรื่องการประกาศตัวเป็นนักการเมืองของ พล.อ.ประยุทธ์นั้น

แม้จะร่วมต้อนรับด้วยความยินดี

ก็มักจะมี “ติ่ง” หรือเงื่อนไขบางประการแถมมาด้วย

จึงขอถือโอกาสนี้รวบรวมความเห็นที่ว่าของท่านผู้รู้ทั้งหลายบ้าง ประกอบเข้ากับที่คิดที่เชื่อเองบ้าง

ออกมาได้ดังนี้

…

คือเมื่อประกาศตัวเป็นนักการเมือง

ในที่นี้ก็ต้องหมายถึงนักการเมืองในระบอบประชาธิปไตย

คงจะเป็นระบอบอื่นไปไม่ได้

เมื่อเป็นประชาธิปไตย ก็หมายความว่า จะต้องยอมรับหลักการสำคัญบางประการของประชาธิปไตย

ในที่นี้เอาแค่ง่ายๆ เบาะๆ สองข้อไปก่อน

ประการแรกก็คือ ต้องยอมรับในความแตกต่างหลากหลาย

เพราะถ้าคิดตรงกันหมดทุกอย่างก็คงไม่มีประชาธิปไตย

ถ้าไม่เป็นสังคมพระศรีอาริย์ ที่ทุกคนบรรลุโสดาบันไปแล้ว รู้หน้าที่รู้ความควรไม่ควร

ก็คงพากันกอดคอเดินลงเหวสิ้นลมกันไปหมดแล้ว

เพราะประชาธิปไตยยอมรับความเป็นจริงของความแตกต่างหลากหลาย

จึงกำหนดกติกาเอาไว้ด้วยว่า ต้องใช้วิธีอารยะและใช้เสียงส่วนใหญ่เข้าระงับหรือตัดสินปัญหา ข้อขัดแย้ง และความแตกต่าง

เอะอะจะใช้กำปั้นทุบกันย่อมไม่ใช่ประชาธิปไตย

…

ประการต่อมาก็คือ เมื่อรับว่ามีความแตกต่างหลากหลาย และต้องใช้วิธีอารยะเข้าจัดการหรือตัดสินปัญหา

ก็เท่ากับยอมรับว่า สมาชิกทุกคนในสังคมเป็นคนเท่ากันเหมือนกัน

ถ้าขืนไปเชื่ออคติประเภท

คนกรุงเทพฯ เสียงมีน้ำหนักกว่าคนต่างจังหวัด

คนรวยย่อมมีสิทธิมีเสียงมากกว่าคนจน

ผู้มีอำนาจเสียงดังกว่าชาวบ้าน

ฯลฯ

อย่างนั้นก็พาไปสู่หายนะสถานเดียว

มนุษย์อาจไม่เท่ากันอยู่แล้ว ไม่ว่าจะฐานะ การศึกษา โอกาส หรืออำนาจในมือ

แต่สิทธิพื้นฐานของความเป็นคน ไม่ว่าจะเป็นสิทธิในการแสดงออก

หรือสิทธิในการเลือกตั้งที่แต่ละคนมีหนึ่งเสียงเท่ากัน

ฯลฯ

ต้องได้รับความเคารพ

อันหมายถึงต้องได้รับการปฏิบัติที่เป็นจริง

ไม่ใช่เคารพกันแต่ปาก

…

และเมื่อ พล.อ.ประยุทธ์ ท่านเป็นนักการเมืองเสียแล้ว

อย่างน้อยก็มีคนคาดหวังว่า ความแตกต่างหลากหลายในสังคมและความเป็นคนเท่ากัน จะได้รับการปฏิบัติอย่างถูกต้อง

บรรยากาศของการใช้อำนาจตามอำเภอใจจะผ่อนคลาย

ไม่มีใครต้องถูกเอาปืนจี้หลังไปนั่งห้องเย็น แค่เพราะเห็นต่างทางการเมืองกับผู้มีอำนาจ

หรือคนที่ถูกอำนาจรังแก-ในนามของความมั่นคง ก็ต้องได้รับการตัดสินใหม่อย่างเปิดเผยโปร่งใส

ถ้าพบว่าที่ผ่านมาไม่เป็นธรรม ก็ต้องได้รับการปล่อยตัว

ไม่เลือกว่าจะเป็นใครหรือสีไหน

ถ้าทำได้ บรรยากาศบ้านเมืองที่อึมครึมเหมือนอากาศช่วงที่ผ่านมาก็จะสดใสสว่างขึ้น

ความหวังในชีวิตในอนาคตก็จะพลอยเพิ่มขึ้นด้วย

เพราะความเป็นปกติเริ่มจะกลับคืนมา

…

ที่น่าห่วงไม่ว่าจะสำหรับตัว พล.อ.ประยุทธ์ หรือสังคมไทย

ก็คือ การประกาศตัวว่าเป็นนักการเมืองของท่าน ไม่ได้ยืนอยู่บนพื้นฐานอะไรเลย

นอกจากการเอาชนะทางการเมือง

เพราะถ้าออกมาในรูปนั้น การใช้อำนาจของผู้มีอำนาจก็ไม่ได้เปลี่ยนแปลงอะไรไปจากเดิม

บรรยากาศบ้านเมืองก็จะอึมครึมซึมเซาไม่ต่างไปจากเดิม

ที่คิดว่าจะมีความหวังความฝัน ก็ให้เก็บพับกันต่อไป

สังคมไทยก็จะเป็น “สังคมผีดิบ” คือจะเป็นก็ไม่เป็น จะตายก็ไม่ตาย กันอย่างนี้ต่อไป

เสียงสรรเสริญหรือคำยินดีชื่นชมที่มีต่อ พล.อ.ประยุทธ์ ในวันนี้

จะเปลี่ยนเป็นเสียงอะไรก็ยังไม่ทราบ

ทราบแต่ว่า ท่านเลือกได้ว่า อยากจะให้สังคมไทยและตัวเองเป็นอย่างไรต่อไป

เป็นทางเลือกที่ไม่ยากเสียด้วย



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

การเลือกตั้งกลางเทอมอเมริกัน | สุรชาติ บำรุงสุข
ภาวะผู้นำแบบพ่อมด Oz
520 วันบันทึกของคำจากลา ในโลกหลังกำแพง (27)
Songs in the Key of Life : แด่นายดำ นามสกุลเรย์
การปฏิวัติวัฒนธรรมจีน ภาพสะท้อน จากวรรณกรรมร่วมสมัย ‘กี่เพ้า’
เสียงคุณภาพต่ำ กับความชอกช้ำใจสูง
การอ่านหนังสือในวันที่มี AI
มหกรรมหนังสือฯ หลังวิกฤตท่วม ‘คนยังมาวันละแสน’ ณัฐกร วุฒิชัยพรกุล นายกสมาคมผู้จัดพิมพ์ฯ พอใจแต่ห่วงอนาคต
‘ไตรภพ’ เปิดปัญหาสังคมไทย ‘3 ความอ่อนแอ’ ที่เรายังแก้ไม่ตก!
เดิมพันกลาโหม ‘ร้อยเอก’ วัดพลัง ‘พลโท’ แกะรอยสัมพันธ์ ‘บิ๊กดุลย์’ น้องเทพ ตัวจริง ผนึก แผง ตท.26 จับตา รบพิเศษ ส่ง ‘บิ๊กเต้-รองเอิร์ธ’ จ่อ ทบ.1
E-DUANG | “หวอด”การเมืองจาก ภาคใต้ กระดานหก แยกคอนางหงส์
รมช.เกษตร ยัน ประเทศไทยมีความอุดมสมบูรณ์ ไม่จำเป็นต้องกักตุนอาหารตามต่างประเทศ