bg-single

จุดเปราะบาง ไทย-กัมพูชา ปลุกกระแสชาตินิยม ห่วงคลั่งชาติสุดโต่ง ไร้สติ สงครามไม่แก้ ปมข้อพิพาท

06.06.2025

บทความในประเทศ

จุดเปราะบาง ไทย-กัมพูชา

ปลุกกระแสชาตินิยม

ห่วงคลั่งชาติสุดโต่ง ไร้สติ

สงครามไม่แก้ ปมข้อพิพาท

กําลังเป็นประเด็นร้อนแรงปลุกกระแสชาตินิยมอย่างน่าเป็นห่วง และเป็นสิ่งที่ต้องเตือนสติกันให้ดี ก่อนที่ความขัดแย้งจะบานปลายไปมากกว่านี้

หลังจากเกิดเหตุการณ์ปะทะกันระหว่างทหารไทย-กัมพูชา ที่บริเวณช่องบก หรือสามเหลี่ยมมรกต พื้นที่รอยต่อไทย-ลาว-กัมพูชา ที่ อ.น้ำยืน จ.อุบลราชธานี เมื่อวันที่ 28 พฤษภาคม 2568

ผลจากการปะทะกัน ทำให้ทหารกัมพูชาเสียชีวิต 1 นาย หลังเกิดเหตุ รัฐบาลของทั้ง 2 ฝ่ายได้หารืออย่างใกล้ชิดในทุกระดับ รวมถึงนายกรัฐมนตรีของทั้ง 2 ประเทศได้มีการพูดคุยกันด้วยความห่วงใยในสถานการณ์

และจากการพูดคุย รัฐบาลทั้ง 2 ฝ่ายเห็นตรงกันว่าจะร่วมมือกันทำให้สถานการณ์กลับสู่ปกติ ไม่ลุกลามบานปลาย

และเห็นพ้องที่จะใช้กลไกทวิภาคีต่างๆ ที่มีอยู่ในการแก้ไขปัญหา

ปฏิเสธไม่ได้ว่าเหตุการณ์ปะทะกันครั้งล่าสุดที่เกิดขึ้นได้ปลุกปีศาจความเกลียดชังในใจกับผู้คนทั้ง 2 ประเทศ โหมกระแสคลั่งชาติกันแบบสุดโต่ง ไร้เหตุผลใดๆ ทั้งสิ้น

เกรียนคีย์บอร์ดหัวร้อนอยากเห็นสงคราม เรียกร้องให้มีการสู้รบฆ่าฟันกัน กุข่าวลือว่าปลดแม่ทัพภาคที่ 2 และเพ้อหนักถึงขั้นสั่งให้รัฐบาลไทยสร้างกำแพงสูงความยาว 165 กิโลเมตร เพื่อรักษาความมั่นคงตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา

ยิ่งไปกว่านั้น ยังมีคนมือบอนตัดต่อภาพสร้างเฟกนิวส์ ใช้ AI ทำรูปสมเด็จฮุน เซน อดีตนายกฯ กัมพูชา ลูบหัวนายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกฯ และ รมว.กลาโหม เพื่อปั่นกระแส ยั่วยุให้เกิดความรุนแรง เพราะจุดที่เกิดเหตุการณ์ปะทะกันระหว่างทหารไทย-กัมพูชา เป็นพื้นที่พิพาท เป็นจุดเปราะบาง

เนื่องจากยังไม่มีการปักปันเขตแดนที่ชัดเจน และยังมีการเคลื่อนไหวทางทหารของทั้ง 2 ประเทศในพื้นที่ดังกล่าวเพื่อเฝ้าระวังและป้องกันอธิปไตย

ในส่วนของการแก้ปัญหาทั้งไทยและกัมพูชาพร้อมเจรจาผ่านกลไกระดับทวิภาคีที่มีอยู่ระหว่างกัน อาทิ การประชุมคณะกรรมการเขตแดนร่วม (JBC) ซึ่งขณะนี้ฝ่ายกัมพูชาได้ตอบรับตามคำขอของฝ่ายไทยที่จะจัดขึ้นในวันที่ 14 มิถุนายน 2568 ที่ประเทศกัมพูชา

รวมถึงคณะกรรมการชายแดนทั่วไป ไทย-กัมพูชา (GBC) และคณะกรรมการชายแดนส่วนภูมิภาค (RBC)

ดังนั้น ทุกฝ่ายต้องตั้งสติ ชั่งตวงวัดให้ดี อย่าใช้กระแสชาตินิยมเป็นตัวตัดสินปัญหา เพราะสุดท้ายแล้วคนที่เดือดร้อนและได้รับผลกระทบมากที่สุดคือประชาชนตามบริเวณชายแดน และทหารผู้กล้าที่เป็นรั้วของชาติ

ขณะเดียวกันรัฐบาลไทยได้ออกแถลงการณ์ระบุว่า ปัจจุบันสถานการณ์บริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา โดยทั่วไปมีความสงบเรียบร้อย รัฐบาลขอให้พี่น้องประชาชนมีความมั่นใจว่าทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ดำเนินการอย่างเต็มที่ ตามขั้นตอนในการปกป้องอธิปไตยของไทย รักษาสิทธิทางกฎหมายของไทยอย่างครบถ้วน

เชื่อมั่นว่าไทยและกัมพูชาจะสามารถแก้ไขปัญหาร่วมกันได้ บนพื้นฐานของการเป็นเพื่อนบ้านที่ดี ความปลอดภัยและสวัสดิภาพของพี่น้องประชาชนบริเวณชายแดน รวมถึงความเป็นครอบครัวของอาเซียนด้วยกัน

แต่ถึงกระนั้น สมเด็จฮุน เซน กลับมีความพยายามที่จะสุมไฟชาตินิยม เพื่อผลประโยชน์ทางการเมืองส่วนตัว โดยใช้ปมความขัดแย้งกรณีข้อพิพาทระหว่างทหารไทย-กัมพูชา ยื่นคำร้องต่อศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ (ICJ) ที่กรุงเฮก ประเทศเนเธอร์แลนด์

เพื่อหาทางยุติข้อพิพาทเขตแดนกับไทยบริเวณสามเหลี่ยมมรกต ทั้งปราสาทตาเมือน ปราสาทตาเมือนโต๊ด และปราสาทตาเมือนธม

พร้อมเตือนว่าหากประเด็นพื้นที่พิพาทระหว่างกัมพูชาและไทย ไม่ได้รับการแก้ไขในศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ อาจนำไปสู่สถานการณ์คล้ายกับฉนวนกาซาที่อิสราเอลและชาวปาเลสไตน์เผชิญกับความขัดแย้งไม่รู้จบ

ขณะที่นายกฯ อิ๊งค์ แพทองธาร ชินวัตร ขอให้คณะรัฐมนตรีร่วมกันแก้ไขปัญหา และการแก้ปัญหาจะไม่มีการเมือง ไม่มีฝ่ายค้าน ฝ่ายรัฐบาล เพราะประเทศไทยต้องมาก่อน

ขอยืนยันว่ารัฐบาลมุ่งมั่นในการรักษาอธิปไตยของประเทศไทยให้ถึงที่สุด และจะใช้มาตรการต่างๆ ในการคลี่คลายสถานการณ์ตามกรอบกฎหมาย เพื่อไม่ให้เกิดการสูญเสีย และความเสียหายโดยไม่จำเป็น

นอกจากนี้ นายกฯ ได้สั่งการให้กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เข้มงวดควบคุมไม่ให้เกิดข่าวเท็จเฟกนิวส์ยุยงปลุกปั่นในสถานการณ์ที่เปราะบางเช่นนี้ ขอความร่วมมือให้สื่อต่างๆ รวมทั้งโซเชียลมีเดีย และภาคส่วนต่างๆ อย่าปลุกเร้าขยายความขัดแย้ง เพราะไม่เป็นประโยชน์ใดๆ ต่อประชาชนคนไทยและประเทศชาติ

ส่วนกรณีที่กัมพูชาเตรียมหยิบยกพื้นที่อ้างสิทธิ์สามเหลี่ยมมรกตขึ้นสู่ศาลโลก นายภูมิธรรม เวชยชัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ระบุว่า ตอนนี้ต่างฝ่ายจะพูดอะไรก็ได้ แต่กระบวนการเจรจาเป็นไปตามขั้นตอน การพูดในเชิงอารมณ์หรือความรู้สึกของแต่ละบุคคล ไม่อาจใช้เป็นหลักฐานในระดับต่างๆ ได้

“ขอให้มั่นใจว่าหากมาถึงจุดสุดท้าย เราจะใช้สงครามเป็นบรรทัดสุดท้าย เพราะหากยกระดับถึงขั้นสุดท้ายที่เป็นสงคราม ก็คงไม่มีใครปรารถนา”

“ถึงแม้แนวหน้าทั้งทหารและประชาชน มีความพร้อมที่จะปกป้องประเทศ แต่เราต้องคำนึงถึงชีวิตและความสูญเสียที่จะเกิดขึ้น เพราะฉะนั้น ถ้าเราหลีกเลี่ยงได้ เราก็จะต้องหลีกเลี่ยง” นายภูมิธรรมระบุ

ขณะเดียวกัน ส.ส.ฝ่ายค้าน พรรคประชาชน นำโดยหัวหน้าเท้ง นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ส่งสัญญาณเตือนไปยังรัฐบาลให้คำนึงถึงผลประโยชน์ของชาติเป็นสำคัญ และต้องประเมินสถานการณ์ต่างๆ อย่างรอบคอบที่สุด

“นายกฯ มีท่าทีเงียบเฉยมากเกินไป และดูเหมือนว่าจะประเมินสถานการณ์ต่ำกว่าความเป็นจริง มิหนำซ้ำคุณทักษิณ ชินวัตร กลับสื่อสารในลักษณะว่าเรื่องนี้ไม่มีอะไร เพราะสามารถใช้สายสัมพันธ์ส่วนตัวในการเคลียร์กับผู้นำกัมพูชาได้”

“คำพูดของคุณทักษิณเท่ากับราดน้ำมันบนกองไฟ เพราะผู้นำกัมพูชาไม่ต้องการมีภาพลักษณ์ว่าเกี้ยเซี้ยกับผู้นำไทย จึงยิ่งแสดงท่าทีเด็ดขาดแข็งกร้าวสอดรับกระแสชาตินิยมกัมพูชา โดยเฉพาะการนำเรื่องขึ้นศาลโลก” ผู้นำฝ่ายค้านกล่าว

ส่วนนายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร แนะรัฐบาลแสดงท่าทีที่เข้มแข็ง และมาตรการตอบโต้ที่ชอบธรรมเหมาะสมต่อสถานการณ์ เพื่อทำให้อีกฝ่ายเข้าสู่กระบวนการเจรจาได้ในที่สุด

ด้านนายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ มองว่าสถานการณ์ตอนนี้ไม่มีประเทศใดอยากให้เกิดสงคราม เพราะจะมีแต่ความสูญเสียและความยากลำบากของประชาชนทั้ง 2 ประเทศ

ส่องความคิดความอ่านของนักวิชาการ ศาสตราจารย์พิเศษ ดร.ชาญวิทย์ เกษตรศิริ อดีตอธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ โพสต์ข้อความเตือนสติคนปลุกกระแสชาตินิยม

โดยระบุว่า คนกรุงเทพฯ กับคนกรุงพนมเปญทะเลาะกัน ปลุกระดมคลั่งชาติเรื่องปราสาทให้รบราฆ่าฟันกัน คนเดือดร้อน อดอยาก บาดเจ็บล้มตาย คือชาวบ้านที่ต่ำต้อยของทั้ง 2 ฝั่งชายแดนไทย-กัมพูชา

สอดรับกับท่าทีของ ศ.ดร.พวงทอง ภวัครพันธุ์ คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ที่ระบุว่า ยิ่งไม่เจรจา เน้นใช้กำลังทหารเป็นหลัก ก็จะยิ่งทำให้ประเทศไทยสูญเสียความน่าเชื่อถือในเวทีระหว่างประเทศ และสงครามไม่เคยแก้ปัญหาข้อพิพาทได้

“ความขัดแย้งกับกัมพูชาชี้ให้เห็นว่าคนจำนวนมาก รวมทั้งปัญญาชน ไม่สามารถเรียนรู้อดีตได้เลย เล่นกับไฟชาตินิยมง่ายกว่า เพราะเวลาไฟลามมือ ก็มือของคนอื่น ไม่ต้องรับผิดชอบใดๆ ทั้งสิ้น แบบเดียวกับพวกคลั่งชาติในปี 2551-2554” ศ.ดร.พวงทองระบุ

ขณะที่มุมมองของ พล.ท.ภราดร พัฒนถาบุตร อดีตเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ ที่ให้สัมภาษณ์ในรายการ The Politics ข่าวบ้าน การเมือง โดยวิเคราะห์ว่าอดีตนายกฯ ฮุน เซน อาจใช้ปมปัญหาความขัดแย้งที่เกิดขึ้น เพื่อปัจจัยเหตุผลทางการเมืองในกัมพูชา พร้อมตั้งข้อสงสัยว่ามีชาติมหาอำนาจอยู่เบื้องหลังหรือไม่

“ปัญหายุทธวิธีที่เกิดขึ้น จริงๆ มันเป็นปัญหาที่ส่งสัญญาณมาจากฝ่ายนโยบาย ฝ่ายยุทธศาสตร์ หรือระดับรัฐบาลที่ทำให้มันเกิดปัญหาตรงนี้ขึ้นมา เพื่อเอาสถานการณ์นี้ไปใช้ประโยชน์”

“มันเกี่ยวข้องกับเหตุปัจจัยยุทธศาสตร์ทางการเมืองของเขา หรือว่ามันมีเหนือกว่านั้นไปอีก และมีมหาอำนาจอยู่ข้างหลังหรือไม่ กัมพูชาจะใช้จุดที่พี่น้องประชาชนซึ่งมีความรักชาติ มีชาตินิยมสูง และที่ผ่านมาอดีตนายกฯ ฮุน เซน ใช้ประโยชน์จากตรงนี้มาตลอด”

“เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมันจะมีความสัมพันธ์กัน คือใกล้ประเด็นเขาพระวิหาร ซึ่งเป็นประวัติศาสตร์ที่มันสร้างพลังของเขา ใช้เพื่อการเมืองของเขา และบริเวณสามเหลี่ยมมรกตมันสัมพันธ์กัน เพราะเป็นพื้นที่ที่มันยึดโยงความฮึกเหิมมาจากเขาพระวิหาร”

“ซึ่งเขาใช้ได้ผล เพื่อการเมืองของเขา เหมือนกับว่าอย่าเปลี่ยนม้ากลางศึกนะ มันชี้ให้เห็นว่าเป็นปัญหาการเมืองของเขาแน่ที่เตรียมไว้ใช้ในการเลือกตั้งครั้งหน้า” พล.ท.ภราดร สรุปปิดท้ายถึงเบื้องลึกปัญหาความขัดแย้งระหว่างไทย-กัมพูชา ที่เกิดขึ้นในขณะนี้



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

E-DUANG | สถานะ ธรรมนัส พรหมเผ่า สถานะ สุชาดา ซาง แทนทรัพย์
“วัชระพล” เร่งแก้น้ำเน่าคลองระพีพัฒน์ 2 ไม่นิ่งนอนใจปัญหา ปชช.หลังปลาตายจำนวนมาก คาดสถานการณ์ดีขึ้นใน 1-2 วัน
“พิชัย” ชื่นชมความสำเร็จของการประชุม IMF–World Bank 2026 ชี้รัฐบาลต้องสานต่อเพื่อประโยชน์สูงสุด แนะเร่งแก้ 4 ความท้าทายเศรษฐกิจไทย
ไม่ได้เป็นของนายทุน : เอฟซี ซังต์เพาลี สโมสรฟุตบอลของแฟนบอล ผู้ท้าโต้คลื่นทุนนิยม (1)
50 ปี 6 ตุลา (7) เหยี่ยว พิราบ และโดมิโน
ความลับของ ‘ความลับ’ กับการนิยามของศาลรัฐธรรมนูญ (จบ)
50 ปี 6 ตุลา : จังหวะของประวัติศาสตร์ และการจรรโลงความรู้สึก
Songs in the Key of Life
‘กนกรัตน์ เลิศชูสกุล’ ถอดบทเรียน จาก ‘คนเดือนตุลา’ สู่ ‘คนรุ่นม็อบ 63’
รศ.ดร.นวลน้อย ตรีรัตน์ สะกิดปม ‘ภาษีบาป-ไทยพีบีเอส’ ต้องถกบนหลักฐาน ไม่งั้น ‘สังคมไทยเสียโอกาส’
เสือป่า เข้มข้น 3 ตท.26 ‘จุ๊ฟ-เอี่ยว-เอก’ ชิงดำ จับกระแส ผบ.สูงสุด ทูบี ‘เสธ.ตั้ง-ซีรีส์ 3’ จ่อ ‘เสธ.แจ๊ค’ เต็ง ผบ.ทอ.? จับตา ‘ม้ามืด’ ปรากฏตัว?
E-DUANG | การเมือง ที่ขาด ความเสถียร การเมือง ใน ระบอบสีน้ำเงิน