E-DUANG
ทุกการเคลื่อนไหวหลังพรรคร่วมฝ่ายค้านกำหนดเป้าหมายของญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจอยู่ที่ 18 รัฐมนตรีจากพรรคภูมิใจไทยที่นำโดย อนุทิน ชาญวีรกูล
แต่ละการเคลื่อนไหวทางการเมืองที่ตามมาล้วนทรง”ความ หมาย”ในทางการเมือง
ไม่ว่าจะเป็นการยื่นขอ”ล้างมลทิน”ของ ทักษิณ ชินวัตร
ไม่ว่าจะเป็นการเชิญรัฐมนตรีจากพรรคเพื่อไทยที่นำโดย ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ มาร่วมโต๊ะอาหาร
ไม่ว่าจะเป็นการปล่อยภาพการพบระหว่าง อนุทิน ชาญวีรกูล ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ที่ร้านอาหารอินเดียในโรงแรมหรูแห่งหนึ่งโดยมี ชาดา ไทยเศรษฐ์ ร่วมอยู่ด้วย
ถามว่าทำไมต้องเป็นพรรคกล้าธรรม ถามว่าทำไมต้องเป็น ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า
ในเมื่อกินกับรัฐมนตรีพรรคเพื่อไทยแล้ว
จำเป็นอะไรจึงต้องกินโต๊ะร่วมกับคนสำคัญของ”กล้าธรรม”
คำถามมิได้จำกัดเพียงระหว่างพรรคภูมิใจไทยกับพรรคเพื่อไทย ระหว่างพรรคภูมิใจไทยกับพรรคกล้าธรรม
หากยังอยู่ที่ว่าเป้าหมายของ”ฝ่ายค้าน”ดำรงอยู่อย่างไร
ดำรงอยู่อย่างเป็นความเห็น”ร่วม”ของพรรคประชาชน พรรค ประชาธิปัตย์ พรรคไทรวมพลัง พรรคเสรีรวมไทย พรรคไทยภักดี เท่านั้นหรือ
ไม่มีการเห็น”ร่วม”อย่างลับๆกับบางส่วนภายใน”รัฐบาล”หรอกหรือ
ยิ่งกว่านั้น การเคลื่อนไหวอันมาจากพรรคเพื่อไทยยังสะท้อน ให้เห็นถึงการเลือกจังหวะในทางการเมืองซึ่งอยู่ในห้วงแห่งการดำ เนินญัตติขอเปิดอภิปรายทั่วไปเพื่อลงมติไม่ไว้วางใจ
ความจัดเจนทางการเมืองบ่งชี้อย่างเด่นชัดว่าเป็นจังหวะที่มากด้วยความอ่อนไหวและเปราะบางในทางการเมือง
อาจเหมาะอย่างยิ่งกับการต่อรอง เจรจา
ทั้งมิได้เป็นการเจรจาเพื่อประโยชน์ของ ทักษิณ ชินวัตร หากมีมากกว่านั้น
จังหวะก้าวของรัฐบาล จังหวะก้าวของพรรคภูมิใจไทย ก็สะท้อนถึงสำเหนียกและตระหนักในความละเอียดอ่อนและอ่อนไหวอย่างสูงในทางการเมือง
ด้านหนึ่ง เชิญรัฐมนตรีพรรคเพื่อไทยร่วมโต๊ะอาหารสร้างความมั่นใจ
ด้านหนึ่ง ยื่นมือแห่งไมตรีไปยัง 58 เสียงพรรคกล้าธรรม
กระบวนท่าทั้งแสดงให้เห็นถึงการขอความร่วมมือและการต่อรองข่มขู่ไปด้วยในขณะเดียวกัน
หาก 74 เสียงพรรคเพื่อไทยมีปัญหายังมีอีก 58 เสียงสำรอง
ขณะเดียวกัน หากย้อนกลับไปยังกรณีที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เคยประสบด้วยตนเองจากพรรคพลังประชารัฐอันเป็น
“เส้นเลือดใหญ่”ของรัฐบาล” 3 ป.”
ก็ก่อให้เกิดคำถามตามมามากมายกับการเมืองไทย
สังคมก็ไม่มั่นใจเหมือนกันว่าพรรคกล้าธรรมจะเต็มร้อยกับ
พรรคภูมิใจไทยหรือไม่
ถามว่าทั้งๆที่”ญัตติขอเปิดอภิปรายทั่วไปเพื่อลงมติไม่ไว้วางใจ”ยังสถิตอย่างเสถียรด้วยซ้ำ
เหตุใดจึงสร้างสภาวะไม่แน่นอนได้สูงถึงระดับนี้
นั่นก็เพราะภายในสถานะและการดำรงอยู่ของรัฐบาลพรรคภูมิใจไทย พรรคเพื่อไทย ไม่ได้มีหลักประกันที่มั่นคงและแน่นอน
ภายใต้อนาคตที่ชวนให้กังขาของ”ระบอบสีน้ำเงิน”
