bg-single

วัน “เสียงปืนแตก” บทจบของ “ฮุน เซน” | ลึกแต่ไม่ลับ

08.08.2025

ลึกแต่ไม่ลับ | จรัญ พงษ์จีน

วัน “เสียงปืนแตก” บทจบของ “ฮุน เซน”

“ผู้ชนะ ต้องรู้ว่าตัวเองชนะ จึงลงมือ การไม่ประเมินสถานการณ์ให้ถ่องแท้ แล้วชิงลงมือ อาจจะต้องพบต้องเจอกับคู่ต่อสู้ที่กระดูกแข็ง ร้ายกาจกว่า เด็ดขาดกว่า แพ้ขาด สุดท้ายล้มทั้งกระดาน”

หนังตัวอย่างเห็นชัด กับบทจบของเฒ่าเจ้าเล่ห์ เหลี่ยมจัดที่ชื่อ “ฮุน เซน” อดีตนายกรัฐมนตรี และประธานวุฒิสภากัมพูชา ที่ตัดสินใจพลาดอย่างแรง ตอนนี้คงนั่งเขกกะโหลกตัวเองด้วยความเจ็บใจ

ก่อนจะลงมือต้องประเมินกระดูกตัวเองดูก่อน “ศักยภาพกองทัพไทย-กัมพูชา” ระดับความแข็งแกร่งของกองทัพไทย แรงกิ้งอยู่ในอันดับที่ 25 ของโลก ส่วนของกัมพูชาอยู่อันดับที่ 95 จากจำนวน 145 ประเทศทั่วโลก พิจารณาจากปัจจัยต่างๆ เช่น กำลังพล อาวุธยุทโธปกรณ์ เศรษฐกิจ ภูมิศาสตร์

“กองทัพไทย” มีทหารประจำการ 360,850 นาย กำลังสำรอง 200,000 นาย เครื่องบินรบ 493 ลำ เครื่องบินขับไล่ 72 ลำ เครื่องบินลำเลียง 52 ลำ เฮลิคอปเตอร์ 258 ลำ รถถัง 632 คัน ยานเกราะ 16,935 คัน ปืนใหญ่ 589 กระบอก แท่นยิงจรวด 26 แท่น เรือรบ 293 ลำ เรือฟริเกต 7 ลำ เรือยามฝั่ง 49 ลำ

“กองทัพกัมพูชา” ทหารประจำการ 221,000 นาย กำลังสำรอง ไม่มี เครื่องบินรบ 25 ลำ เครื่องบินขับไล่ 0 ลำ คือไม่มี เครื่องบินลำเลียง 4 ลำ เฮลิคอปเตอร์ 21 ลำ รถถัง 644 คัน ยานเกราะ 3,627 คัน ปืนใหญ่ 430 กระบอก แท่นยิงจรวด 463 แท่น เรือรบ 20 ลำ เรือฟริเกต 0 ลำ เรือยามฝั่ง 20 ลำ

เทียบน้ำหนักกันปอนด์ต่อปอนด์ “กองทัพไทย” เหนือกว่าหลายขุม โดยเฉพาะด้านน่านฟ้า มีเครื่องบินรบทุกประเภท ทางทะเลก็อีหรอบเดียวกัน ไทยมีเรือรบ 283 ลำ เขมรมีเพียง 20 ลำ และทั้งหมดเป็นเรือยามฝั่ง ไม่มีขีดความสามารถในการปฏิบัติการทางทะเล

ที่พอสูสีก้ำกึ่ง ปริมาณใกล้เคียงกันหน่อย คือกำลังรบภาคพื้นดิน ไม่ว่าจะรถถัง ปืนใหญ่ กำลังพล ที่ได้เปรียบอยู่หนึ่งขุมกำลังคือมีแท่นยิงจรวดมากกว่า มีถึง 463 แท่น มากปริมาณแต่ว่าไร้ความแม่นยำ เอาไว้ยิงข่มขวัญใส่ชาวบ้านเท่านั้น

“ไทย-กัมพูชา” เป็นเพื่อนบ้านรั้วรอบขอบชิด ประเทศไทยมีพื้นที่เขตแดนติดต่อถึงกัน 20 อำเภอ 7 จังหวัด ประกอบด้วย อำเภอน้ำยืน น้ำขุ่น จ.อุบลราชธานี กันทรลักษ์ ขุนหาญ ภูสิงห์ จ.ศรีสะเกษ บัวเชด สังขะ กาบเชิง พนมดงรัก จ.สุรินทร์ บ้านกรวด ละหานทราย จ.บุรีรัมย์ ตาพระยา โคกสูง จ.อรัญประเทศ คลองหาด สระแก้ว สอยดาว โป่งน้ำร้อน จ.จันทบุรี และบ่อไร่ เมืองตราด คลองใหญ่ จ.ตราด

“ฮุน เซน” เห่าหอนกระโชก แยกเขี้ยว กวนโอ้ยมายาวนาน ในที่สุด เจอก้อนอิฐและตีน หางจุกตูด เสียสุนัขไปเลยสำหรับงานนี้

ความตึงเครียดของสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา สุกงอม ยกระดับขั้นแตกหัก เมื่อวันที่ 23 กรกฎาคม ทหารไทยได้รับบาดเจ็บจากการเหยียบกับระเบิดระหว่างลาดตระเวนที่ช่องอานม้า อ.น้ำยืน จ.อุบลราชธานี ได้ประกาศตัดความสัมพันธ์กับกัมพูชา เรียกทูตไทยที่ประจำอยู่กรุงพนมเปญกลับ และนิมนต์ทูตเขมรกลับบ้าน

วันที่ 24 กรกฎาคม เกิด “เสียงปืนแตก” ทหารกัมพูชาเปิดฉากยิงเข้ามายังบริเวณตรงข้ามฐานปฏิบัติการทางทิศตะวันออกของปราสาทตาเมือนธม ก่อนและเพิ่มขีดความรุนแรงด้วยอาวุธหนัก ใช้บีเอ็ม-21 หรือขีปนาวุธระยะไกล บอมบ์เข้ามายังประเทศไทยหลายจุด ใน 4 จังหวัด มั่วนิ่มจรวดตกใส่ร้านสะดวกซื้อในปั๊มน้ำมัน ปตท. สวนยาง ล็อตแรกมีผู้เสียชีวิต 11 ราย เป็นพลเรือน 10 ราย ทหาร 1 นาย มีผู้บาดเจ็บ 28ราย เป็นพลเรือน 24 ราย เป็นทหาร 4 นาย

“กองทัพไทย” โดยกองทัพภาคที่ 2 และกองกำลังสนับสนุนจากกองทัพอากาศ จึงเปิดปฏิบัติการตอบโต้ โดยกองทัพอากาศอนุมัติเครื่องบินเอฟ-16 จำนวน 6 ลำ เข้าสนับสนุนกองทัพบกในการปฏิบัติภารกิจปกป้องอธิปไตย โจมตีทางอากาศยิงเป้าหมายทางภาคพื้นดิน 2-3 ระลอก และอาวุธสนับสนุนระยะไกล โดยใช้อากาศยาน แม่นยำดุจจับวาง และอยู่ในกรอบการปฏิบัติการต่อเป้าหมายทางทหาร จนฐานที่มั่นของทหารกัมพูชาแตกพ่ายไปในพริบตา 2-3 ค่าย

ล่อเป้าถล่มกันสี่ซ้าห้าวัน ข้อมูลจริงของฝ่ายไทย สรุปว่ามียอดผู้เสียชีวิต 15 ราย ตัวเลขกำลังพลที่บาดเจ็บ 192 ราย ขณะที่กัมพูชาปกปิดข้อเท็จจริง โกหกตอแหลตามสันดานว่า พลเรือนเสียชีวิต 8 ราย เจ้าหน้าที่ทหารเสียชีวิต 5 ราย ทหารบาดเจ็บแค่จิ๊บๆ 71 ราย

แต่ข้อเท็จจริงระบุว่า ผู้นำกัมพูชาปกปิดข้อมูลการเสียชีวิตของทหารตัวเอง ซึ่งมีมากถึงห้าหกพันศพ โดยฐานที่มั่นใหญ่ถูกทิ้งบอมบ์แตกกระเจิงไปหลายจุด บริเวณชายแดนในหลายพื้นที่ศพทหารเขมรถูกทิ้งไว้เกลื่อน รัฐบาลลูกฮุน เซน ทิ้งขว้าง ไม่ยอมรับศพทหารไปส่งญาติทำพิธีฌาปนกิจ และซากศพเริ่มส่งกลิ่นเหม็นเน่าโชยลม ทหารเขมรเริ่มจิตหลอน

นี่คือสภาพของประเทศ “แพ้สงคราม”

ขณะที่ฝั่งประเทศไทย “เคาะเงินเยียวยา” อนุมัติให้ประชาชนที่เสียชีวิตจากเหตุปะทะชายแดนไทย-กัมพูชา รายละ 8,000,000 บาท อ่านว่า 8 ล้านบาท ทหาร/ตำรวจ รายละ 10,000,000 บาท ผู้บาดเจ็บสาหัส ประชาชนรายละ 800,000 บาท ทหาร/ตำรวจ รายละ 1,000,000 บาท บาดเจ็บเล็กน้อย ผิวถลอก ประชาชนรายละ 400,000 บาท ทหาร/ตำรวจ 500,000 บาท

“กองทัพกัมพูชา” เสริมกำลังพล เรียก ขู่เข็ญ บังคับคนหนุ่ม-เด็กวัยรุ่น ให้ไปเป็นรั้วของชาติ ใครไม่กลับยึดที่ดิน บ้าน ทรัพย์สิน

“กองทัพไทย” ราวกับฉลองชัยชนะ คณะรัฐมนตรีประชุมนัดล่าสุด อนุมัติ “ให้กองทัพอากาศ ซื้อเครื่องบินขับไล่โจมตี กริพเพน อี/เอฟ ระยะที่ 1 จำนวน 4 ลำ วงเงิน 19,500 ล้านบาทเท่านั้นเอง

“กองทัพเรือ” ได้รับอานิสงส์ อนุมัติในหลักการ จัดหาเรือฟริเกต จำนวน 2 ลำ วงเงิน 3.5 หมื่นล้านบาท ตามแผนยุทธศาสตร์ที่กองทัพเรือวางไว้ ต้องมีเรือฟริเกตปฏิบัติการครบ 8 ลำ

แถมโครงการซื้อเรือดำน้ำ ที่ค้างปลาร้ามายาวนานให้เปลี่ยนมาใช้เครื่องยนต์ที่ผลิตในประเทศจีนได้ เรียกว่ากินอิ่ม นอนหลับกันอย่างเสมอหน้า

ขณะเดียวกันกับสงครามชายแดนไทย-เขมรในคาบนี้ “2 พ่อลูกนายกฯ” ทั้ง “ทักษิณ ชินวัตร” และ “แพทองธาร ชินวัตร” โชคดีมีชัยอยู่ 2 จังหวะด้วยกัน

กล่าวคือ “พ่อทักษิณ” ไม่มีชื่อไปปรากฏว่ามีเอี่ยวไปร่วมทำบ่อนพนันกับ “ฮุน เซน” ลากลายแทงเท่าไรก็หาไม่เจอ ไปไม่ถึง

ขณะที่ “ลูกอุ๊งอิ๊ง” ก็โชคดีที่ถูกพักงาน หยุดปฏิบัติหน้าที่นายกฯ ไว้เป็นการชั่วคราว “นายภูมิธรรม เวชยชัย” รักษาการแทนนายกฯ จึงเป็นผู้นำคณะไปประชุมร่วมกับ “ฮุน มาเนต” ที่มาเลเซียในประเด็นขัดแย้งแทน

ถ้าไปเอง มีโอกาสสูงที่ไปเสียท่า หลงเหลี่ยมกลับมา แล้วจะฟาดหนัก ที่หนักเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว จะยิ่งสาหัสเข้าไปใหญ่



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

คิดต่อจาก 6 ตุลา (1) : โกรธจนคลั่ง VS โกรธไม่พอ
วิกฤตความรุนแรงใน ร.ร. โจทย์ใหญ่สังคมไทย
E-DUANG | สาวลึก กระบวนการ โกงส.ว. เมื่อ”2 ไอ” ใช้กุ้งตกปลากะพง
ปฏิบัติการยื้อ ‘ลิฟกอล์ฟ’ เมื่อโปรดังต้องเป็นมากกว่าผู้แข่งขัน
การเมืองเรื่องกางเกงขาสั้น กับการคุกคามด้วยขนหน้าแข้งของคุณลุงวัยกลางคน
เดินตามดาว | ศรินทิรา : ประจำวันที่ 14-20 สิงหาคม 2569
ข้าวเย็นเหนือ และข้าวเย็นใต้ (1)
ถอดรหัสความหรู ALPHARD-VELLFIRE LUXURY 7 ที่นั่ง-สบายทั้งครอบครัว
ความเปลี่ยนแปลงใต้แรงกดดัน
กุ้งก้ามกราม ผัดกระเทียมพริกไทย
เคาะประตูศึก ‘ลูกยางเอเชีย’ เส้นทางสาวไทยชิงตั๋วโอลิมปิก
คุยกับอดีต รมช.ศธ. ว่าด้วยโรงเรียนปลอดภัย การดูแลสุขภาพจิตเด็ก และปัญหาการศึกษาไทย